
ศาลแรงงานปัดรับฟ้องขอคืนเงินประกันสังคม
ศาลแรงงานไม่รับคำฟ้องของ 3 ตัวแทนชมรมพิทักษ์สิทธิผู้ประกันตน ที่ยื่นฟ้องสำนักงานประกันสังคม (สปส.)
ศาลแรงงานไม่รับคำฟ้องของ 3 ตัวแทนชมรมพิทักษ์สิทธิผู้ประกันตน ที่ยื่นฟ้องสำนักงานประกันสังคม (สปส.)
โดย...ธนวัฒน์ เพ็ชรล่อเหลียน
ศาลแรงงานไม่รับคำฟ้องของ 3 ตัวแทนชมรมพิทักษ์สิทธิผู้ประกันตน ที่ยื่นฟ้องสำนักงานประกันสังคม (สปส.) เมื่อวันที่ 28 เม.ย.ที่ผ่านมา ในประเด็นการเก็บเงินสมทบค่ารักษาพยาบาลอัตรา 0.88% ต่อเดือนจากผู้ประกันตน ขัดต่อรัฐธรรมนูญมาตรา 30 เนื่องจากตามหลักการแล้วไม่สามารถเป็นโจทก์ร่วมฟ้องพร้อมกัน 3 คนได้ และเห็นว่าชมรมพิทักษ์สิทธิฯ ควรไปเจรจากับ สปส.เพื่อขอเงินคืนเอง
ทั้งนี้ รัฐธรรมนูญมาตรา 30 ระบุว่า “บุคคลย่อมมีสิทธิเสมอกันในการรับบริการทางสาธารณสุขที่เหมาะสมและได้มาตรฐาน และผู้ยากไร้ มีสิทธิได้รับการรักษาพยาบาลจากสถานบริการสาธารณสุขของรัฐ โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย...” ชมรมพิทักษ์สิทธิฯ จึงเดินหน้าเรียกร้องให้ สปส.คืนเงินสมทบค่ารักษาพยาบาลพร้อมดอกเบี้ย 7.5% ต่อปี นับตั้งแต่วันที่ 1 พ.ย. 2549 เป็นต้นมา
คำร้องที่ยื่นต่อศาลแรงงานแบ่งออกเป็น 5 ข้อ ลำดับความเป็นมาของสาเหตุการดำเนินการของ สปส.ที่ขัดต่อบทบัญญัติแห่งกฎหมายสูงสุดโดยละเอียด ได้แก่ 1.ยืนยันว่าโจทก์เป็นผู้ประกันตนตามมาตรา 33 แห่ง พ.ร.บ.ประกันสังคม 2533 2.จำเลยได้เสนอให้รัฐมนตรีแรงงานในขณะนั้นออกกฎกระทรวงเก็บเงินสมทบ
3.รัฐบาลได้ผ่าน พ.ร.บ.ประกันสังคม 2533 โดยกำหนดให้ 3 ฝ่ายร่วมจ่ายสมทบ ได้แก่ นายจ้าง ลูกจ้าง และรัฐบาล ในอัตรา 1.5% ของค่าจ้าง ต่อมารัฐธรรมนูญปี 2540 กำหนดให้ประชาชนได้รับบริการสุขภาพอย่างเท่าเทียม (บทบัญญัติเดียวกับมาตรา 30 รัฐธรรมนูญ 2550) และช่วงปี 2545 มี พ.ร.บ.หลักประกันสุขภาพแห่งชาติเกิดขึ้น (30 บาทรักษาทุกโรค) หลังจากนั้น นพ.มงคล ณ สงขลา รมว.สาธารณสุขขณะนั้นได้ยกเลิกการเก็บ 30 บาท ในวันที่ 31 ต.ค. 2549
“การที่จำเลยเรียกเก็บเงินสมทบในส่วนนี้จากโจทก์จึงขัดต่อบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญ นับแต่วันที่ 31 ต.ค. 2549 เป็นต้นมา” เอกสารคำฟ้อง ระบุ
4.โจทก์ได้ทำจดหมายเรียกร้องให้จำเลยหยุดเก็บเงินสมทบด้านสุขภาพตั้งแต่ในวันที่ 9 มี.ค. และวันที่ 4 เม.ย.ที่ผ่านมา แต่ก็ถูกเพิกเฉย 5.การจัดเก็บเงินตั้งแต่วันที่ 1 พ.ย. 2549 ถึงปัจจุบัน รวม 54 เดือน ไม่ชอบด้วยกฎหมาย แต่ด้วยไม่มีอำนาจบังคับคดีเองจึงต้องนำคดีมาฟ้องต่อศาลเพื่อเป็นที่พึ่ง







