
เปิดตัวเว็บไซต์เครือข่ายข้อมูลการเมืองไทย
เปิดตัวเครือข่ายข้อมูลการเมืองไทย เปลื้องผ้านักการเมืองรับเลือกตั้ง พบข้อมูล พวกหิ้วกระเป๋าเตรียมซื้อเสียง
เปิดตัวเครือข่ายข้อมูลการเมืองไทย เปลื้องผ้านักการเมืองรับเลือกตั้ง พบข้อมูล พวกหิ้วกระเป๋าเตรียมซื้อเสียง
นายจรัส สุวรรณมาลา อดีตคณบดีคณะรัฐศาสตร์ จุฬาฯ แถลงข่าวเปิดตัวเว็บไซต์ “เครือข่ายข้อมูลการเมืองไทย” WWW.TPD.IN.TH โดยระบุว่าเว็บไซต์ดังกล่าวรวบรวมข้อมูล สถิติ ของนักการเมือง พรรคการเมือง อย่างรอบด้านโดยนักวิจัยของหลายสถาบันประมาณ 20 คน จะมีทั้งผลงานของส.ส. สถิติการเข้าประชุม เป็นต้นเหตุทำให้ประชุมล่มหรือไม่ โหวตกี่ครั้ง โหวตเพื่อใคร เคยพูดอะไรไว้แล้วทำได้หรือไม่ มีที่ดิน ทรัพย์สินเท่าไหร่ มีพฤติกรรมที่น่าสงสัยว่าจะทุจริตหรือไม่
รวมทั้งมีการจัดเรตติ้งนักการเมืองโดย ให้ประชาชนเข้าไปโหวตว่าพอใจกับผลงานของใคร และผิดหวังส.ส.คนไหนมากที่สุด นอกจากนี้จะมีการเปิดเผยรายชื่อบริษัทมูลค่ากว่า 100 ล้าน ประมาณ 3,000 แห่ง ที่ทำการค้ากับรัฐบาล และภายใน 1 ปี จะเชื่อมโยงให้เห็นว่ากลุ่มทุนเหล่านี้มีอิทธิพลอย่างไรต่อการดำเนินนโยบาย ของรัฐบาล เพื่อเป็นข้อมูลให้ประชาชนได้ตรวจสอบนักการเมืองและพรรคการเมืองว่ามีคุณภาพพอที่จะมาทำงานแทนประชาชนได้หรือไม่
นายจรัส กล่าวด้วยว่า เว็บไซต์ดังกล่าว ต้องการข้อมูลจากประชาชนในพื้นที่ โดยเฉพาะในช่วงเลือกตั้งทางเครือข่ายฯต้องการข้อมูลพฤติกรรมการหาเสียงเลือก ตั้งของนักการเมืองว่า มีรูปแบบอย่างไรเพื่อประเมินให้เห็นบรรยากาศการเลือกตั้งที่แท้จริงของไทย ว่าเป็นอย่างไร อย่างไรก็ดี ยอมรับว่าข้อมูลที่เผยแพร่ทางเว็บไซต์นั้นเป็นเพียง 40% ของทั้งหมดเพราะอีก 60% เป็นข้อมูลด้านลึกเช่น ส.ส.คนไหนเป็นเจ้าของธุรกิจสีเทา หวยใต้ดิน บ่อนการพนัน แต่ยืนยันไม่ได้
"เราไม่มีเวทย์มนต์ที่จะเสกเป่าให้นักการเมืองมีคุณภาพได้ ดังนั้นเราจึงต้องเปลี่ยนพฤติกรรมของประชาชนให้ใช้สิทธิเลือกตั้งอย่างมีคุณภาพ ด้วยการแฉออกมาให้เห็นว่านักการเมืองของ ท่านนั้นมีพฤติกรรมอย่างไร เพื่อต่อไปท่านจะรู้สึกอายที่มีส.ส.แย่อย่างนี้ เป็นมาตรการคว่ำบาตรทางสังคมหรือโซเชียล แซงชั่น ขณะเดียวกันหากส.ส.ท่านเป็นคนดี คนในพื้นที่จะรู้สึกภาคภูมิใจ และต่อไปก็จะเลือกคนดีเข้าสภาอีก มาตรการนี้เคยใช้สำเร็จในประเทศเกาหลีใต้ หลังจากที่มีการรณรงค์และตรวจสอบอย่างเข้มข้นของภาคประชาชนทำให้ส.ส.ที่ คุณภาพต่ำสอบตกทันทีกว่า 60 คน"นายจรัส กล่าว
ทั้งนี้เว็บไซต์ เครือข่ายข้อมูลการเมืองไทย WWW.TPD.IN.TH ยังได้เปิดเผยผลสำรวจ “ ภูมิหลัง ” ของส.ส.ในสภาไทย พบว่า 35.29 % มาจากตระกูลพ่อค้า คหบดี ในจังหวัด 22.69 % มาจากตระกูลการเมืองหมายความว่าปู่ย่า ตายาย พ่อแม่ ที่อยู่ในแวดวงการเมือง ทั้งระดับชาติและระดับท้องถิ่น ส่วน 14.29 % ประสบความสำเร็จในหน้าที่การงานก่อนมาเป็นส.ส. 4.20 % มีภูมิหลังสืบสาวไปได้ว่ามีความสัมพันธ์กับนักการเมืองในเขตจังหวัดทุกระดับ และร้อยละ 11.76 เป็นคนธรรมดาไม่มีสายสัมพันธ์ทางการเมือง
ข่าวแจ้งว่า ได้มีการสำรวจ “ เส้นทาง ” กว่าจะมาเป็นส.ส.พบว่า 45 % ได้รับการชักชวนจากพรรคการเมือง เพราะเคยรู้จัก มีสายสัมพันธ์กับคนในพรรค หรือกระทั่งเคยเป็นคน “ หิ้วกระเป๋า ” ตามนักการเมืองมา ก่อน 21 % มาเป็นส.ส.เพราะได้รับมรดกจากคนในครอบครัวไม่ว่าจะเป็นปู่ย่า ตายาย หรือพ่อแม่ ขณะที่ 8 % เป็นส.ส.แถว 2 หรือแถว 3 เพราะส.ส.แถว 1 ถูกใบแดงหรือถูกยุบพรรค หรือถูกตัดสิทธิเลือกตั้ง มี 3 % เท่านั้นที่เข้ามาเป็นนักการเมืองเพราะจิตอาสาด้วยตัวของตัวเองล้วนๆ
ทั้งนี้ มีผลสำรวจระบุด้วยว่าส.ส.ในภาคอิสาน มีสถิติว่าเป็นคนหิ้วกระเป๋านักการเมือง หรือบุคคลสำคัญในพื้นที่มากที่สุดในประเทศ 54.84 % ส่วนที่เป็นส.ส.แถว 2 และแถว 3 จะพบมากที่สุดในภาคกลางและภาคตะวันออก ส่วนส.ส.ประเภท จิตอาสานั้นพบได้ในภาคใต้ 6.25 % ส่วนภาคตะวันออก กทม.และปริมณฑล 7.14 %







