
พท.เผยไม่มีสัญญาณตอบรับจากมิ่งขวัญ
รองหัวหน้าเพื่อไทยเผย พยายามติดต่อมิ่งขวัญให้กลับมารายงานตัวกับพรรค แต่ไม่สามารถติดต่อได้ พร้อมร้องเรียน กกต. ตรวจสอบการเลือกกต.จังหวัดหลังพบมีฝ่ายปกครองชี้นำ
รองหัวหน้าเพื่อไทยเผย พยายามติดต่อมิ่งขวัญให้กลับมารายงานตัวกับพรรค แต่ไม่สามารถติดต่อได้ พร้อมร้องเรียน กกต. ตรวจสอบการเลือกกต.จังหวัดหลังพบมีฝ่ายปกครองชี้นำ
นายปลอดประสพ สุรัสวดี รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย (พท.) กล่าวว่า ขณะนี้ ส.ส.ของพรรคที่ถูกมองว่าเตรียมย้ายสังกัดออกจากพรรค ได้กลับมารายงานตัวทุกคนแล้ว เว้นแต่นายมิ่งขวัญ แสงสุวรรณ์ ส.ส.สัดส่วน ที่ยังไม่พบการปรากฎตัวแต่อย่างใด
"ขณะที่ผมได้โทรศัพท์ไปหา แต่นายมิ่งขวัญปิดเครื่อง จึงไม่ทราบว่าต้องติดต่อในวิธีใด"นายปลอดประสพกล่าว
ทั้งนี้การจัดส่งรายชื่อผู้สมัคร ส.ส.นั้น ต้องรอ คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) กำหนดวันอย่างชัดเจน พรรคจึงมีปฏิทินกำหนดเวลา ซึ่งหากนายมิ่งขวัญมารายงานตัวไม่ทัน ก็ไม่สามารถช่วยดำเนินการใดๆได้แล้ว
นอกจากนี้ยังได้ร้องเรียนไปยัง กกต. ให้ตรวจสอบ การเลือก กกต.จังหวัดแทนตำแหน่งที่ว่างใน 62 จังหวัด เนื่องจากพบว่า มีความไม่ชอบมาพากล โดยคณะกรรมการคัดสรร ที่มีผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นประธานนั้น ได้ถูกชี้นำและบีบบังคับจากฝ่ายมีอำนาจ ทำให้การเลือกตั้ง กกต.จังหวัดไม่บริสุทธิ์ ยุติธรรม
"อยากให้ ทางกกต.ตรวจสอบ และหากพบว่าผิดจริง ควรถอดถอนชื่อ กกต.จังหวัดนั้นออก รวมทั้ง ต้องตั้งคณะกรรมการสอบสวนผู้สรรหา กกต.จังหวัดด้วย เพราะหากสิ่งเหล่านี้เกิดขึ้นจริง จะส่งผลให้การเลือกตั้งทั่วไปที่จะเกิดขึ้นไม่ยุติธรรมเช่นเดียวกัน"นายปลอดประสพกล่าว
สำหรับความเคลื่อนไหวที่พรรคเพื่อไทยขณะนี้ มีการประชุมนโยบายพรรค นำโดยนายยงยุทธ วิชัยดิษฐ์ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย เป็นประธานในการประชุม ร่วมกับทีมนโยบายพรรค ที่มีนายปลอดประสพ สุรัสวัสดี รองหัวหน้าพรรค นายวิชาญ มีนชัยนันท์ ประธาน ภาคกทม. นายสุชาติ ธาราดำรงเวช หัวหน้าทีมเศรษฐกิจพรรค นายสมาน เลิศวงศ์รัตน์ นายโอราฬ ชัยประวัติ นายวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล ส.ส.แพร่ พรรคเพื่อไทย
นายปลอดประสพ ได้กล่าวในที่ประชุมว่า การประชุมในวันนี้ เน้น 2 เรื่อง คือ นโยบายแรงงาน และเกษตรกร ซึ่งนโยบายให้การช่วยเหลือเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบจากการทำการเกษตร รวมทั้งความเชื่อมโยงในเรื่องอุตสาหกรรม
ทั้งนี้จากการได้แถลงนโยบายแล้วที่ประชุมวันนี้จะหาข้อสรุปและจะปรับนโยบายเพิ่มเติม เพื่อให้สอดคล้องกับประชาชนกลุ่มเป้าหมายมากขึ้น โดยจะทำให้เป็นนิติบุคคล ซึ่งพรรคเองมีจุดยืนและเป็นศูนย์กลางของชนชั้นแรงงานและรากหญ้า







