posttoday
หลังการเลือกตั้งปรองดองหรือขัดแย้ง

หลังการเลือกตั้งปรองดองหรือขัดแย้ง

27 เมษายน 2554

แม้ว่านายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี จะมีการประกาศกำหนดวันยุบสภา เพื่อจัดให้มีการเลือกตั้งใหม่ไว้ล่วงหน้าภายในสัปดาห์แรกของเดือนพ.ค.

แม้ว่านายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี จะมีการประกาศกำหนดวันยุบสภา เพื่อจัดให้มีการเลือกตั้งใหม่ไว้ล่วงหน้าภายในสัปดาห์แรกของเดือนพ.ค.

ทำให้บรรดานักการเมือง พรรคการเมือง ต่างก็กระโดดโลดเต้นกระดี๊กระด๊ากับการเตรียมตัวลงสมัครรับเลือกตั้ง และผู้ที่มีอำนาจอยู่ก็แอบมีความหวังลึกๆ ที่จะได้มีอำนาจต่อไป หรืออีกบางส่วนมีความหวังเช่นกันว่าจะได้อำนาจคืนมา

แต่ปรากฏการณ์ที่ใกล้ถึงวันยุบสภาและวันที่จะกำหนดให้มีการเลือกตั้งก็ยิ่งทำให้เห็นบรรยากาศของการชิงไหวชิงพริบ การใส่ร้ายป้ายสี การโฆษณาชวนเชื่อและการให้สัญญาในรูปแบบต่างๆ รวมทั้งมีการกล่าวหาใส่ร้ายซึ่งกันและกันต่อกระบวนการเลือกตั้งต่างๆ นานา ออกมาเป็นระลอกๆ

การคาดหวังการเลือกตั้งที่รัฐบาลนายอภิสิทธิ์มองว่าจะเป็นทางออกทางการเมืองที่จะเชิญชวนให้ทุกฝ่ายเข้าสู่การปรองดองของคนในชาตินั้น ผมเห็นว่า มันเป็นความคาดหวังที่อาจจะเป็นได้ยาก โดยเมื่อพิจารณาจากกระบวนการของกลุ่มผลประโยชน์และกลุ่มการเมืองที่เป็นอยู่ในขณะนี้ต่างก็มุ่งหวังเพียงเพื่อให้ได้อำนาจทางการเมือง อาทิ กลุ่มพรรคการเมืองขนาดกลาง ซึ่งมีการรวมตัวกันอย่างเหนียวแน่น ซึ่งคาดหวังเพียงต่อรองกับพรรคการเมืองใหญ่ทั้งสองพรรคทั้งพรรคเพื่อไทยและประชาธิปัตย์ ที่จะรักษาสถานะตนเองไว้ในการเป็นรัฐบาล

ส่วนกลุ่มผลประโยชน์อย่างกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยที่ยืนหยัดชุมนุมอยู่ที่สะพานมัฆวานรังสรรค์ ต่างก็ออกมารณรงค์ให้ประชาชนกาช่องไม่ประสงค์ลงคะแนน หรือโหวตโน(Vote NO) เพื่อแสดงออกถึงการไม่ยอมรับนักการเมืองแบบเก่าๆ นอกจากนั้นก็มองว่าการเลือกตั้งไม่ใช่คำตอบทุกเรื่องที่จะทำให้การแก้ไขปัญหาบ้านเมืองหมดไปภายหลังการเลือกตั้ง

ส่วนพรรคการเมืองบางพรรคก็ออกมาตีปลาหน้าไซ โดยการพูดดักทางหรือพูดกล่าวหาไว้ล่วงหน้า ดังเช่นการออกมาตีโพยตีพายให้การเลือกตั้งมีความบริสุทธิ์ยุติธรรมปราศจากการแทรกแซง โดยเฉพาะการไม่ใช้อำนาจนอกระบบแทรกแซงการเลือกตั้งและการจัดตั้งรัฐบาล และกล่าวหานักการเมืองว่านักการเมืองต้องยึดมั่นในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ไม่ใช้สถาบันในการแสวงหาประโยชน์และใส่ร้ายผู้อื่น

นอกจากนั้น กลุ่มองค์กรต่างๆ ที่แบ่งเป็นฝักเป็นฝ่ายก็ยังคงมีการกล่าวโทษและกล่าวหาซึ่งกันและกันต่างๆ นานา ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มของแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) โดยมีแกนนำ นปช. ออกมาท้าทายกับหลายกลุ่ม ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มทหารและผู้นำในกองทัพ

ส่วนกลุ่มการเมืองก็ยังมีประเด็นเดิมๆ ที่ออกมากล่าวหาซึ่งกันและกันโดยเฉพาะขั้วขัดแย้งเดิมระหว่างกลุ่มที่มีอำนาจในขณะนี้กับกลุ่มที่สูญเสียอำนาจซึ่งก็ทำให้เห็นว่าบรรยากาศที่คาดหวังว่าการเข้าสู่กระบวนการเลือกตั้งจะทำให้ทุกฝ่ายยุติการให้ร้ายป้ายสีซึ่งกันและกัน มีมิติแห่งการนำไปสู่เป้าหมายการแก้ไขปัญหาของชาติเป็นตัวตั้ง และจะนำไปสู่การปรองดองให้เกิดขึ้นนั้นก็ยากที่จะเป็นไปตามที่คาดหวัง

ยิ่งได้เห็นการนำแนวนโยบายของบางพรรคที่จะนำไปสู่การปรองดองหรือการแก้ปัญหาของชาตินั้นจะต้องดำเนินการในหลายเรื่องที่หมิ่นเหม่ต่อการทำให้เกิดปัญหามากขึ้น หรืออาจนำไปสู่ความขัดแย้งมากขึ้นกว่าเดิมก็ได้ ดังเช่น แนวนโยบายคืนความเป็นธรรม และเยียวยาผู้ที่ได้รับผลกระทบจากการยึดอำนาจของทหาร เมื่อวันที่ 19 ก.ย. 2549

ในประเด็นนี้สิ่งที่ต้องคิด คือ การคืนความเป็นธรรมนั้นแปลว่าอะไร เพราะคนส่วนหนึ่งได้มีกระบวนการตัดสินในรูปของการพิจารณาตามกระบวนการยุติธรรมจบสิ้นไปแล้ว ซึ่งจะทำให้กลุ่มคนอีกส่วนหนึ่งอาจจะไม่พอใจ และก็ออกมาเรียกร้องหรือต่อต้าน

ผมจึงเห็นว่า การเลือกตั้งที่จะมีขึ้นในอีก 2-3 เดือนข้างหน้า จะทำให้การเมืองไทยและประเทศไทยยังคงวังวนอยู่กับปัญหาทางการเมืองแบบเดิมๆ โดยที่นักการเมืองบางกลุ่มเป็นผู้ก่อและผู้สร้างปัญหาขึ้นมาทั้งสิ้น นั้นก็คือการคิดจะแย่งชิงอำนาจทางการเมืองเพื่อผลประโยชน์ทางการเมืองของตนเองและกลุ่มผลประโยชน์ของตน ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มบุคคลหรือพรรคการเมืองเกือบทั้งสิ้น จนลืมผลประโยชน์ของชาติ เป้าหมายของประเทศที่จะแก้ปัญหาร่วมกัน

ผมจึงยังนึกไม่ออกว่า เมื่อมีการประกาศยุบสภาและเข้าสู่กระบวนการหาเสียง การเลือกตั้งจะมีความสงบเรียบร้อยหรือไม่อย่างไร ซึ่งเห็นว่าถ้ามีการกล่าวโทษ กล่าวหา และมุ่งแย่งชิงอำนาจ เพื่อหวังชนะการเลือกตั้งและเอาประโยชน์ตัวเองและพรรคเป็นที่ตั้ง ความรุนแรงทางการเมืองก็จะเกิดขึ้นอย่างแน่นอนในระหว่างการหาเสียงเลือกตั้ง ไม่ว่าการประทุษร้ายในลักษณะต่างๆ การต่อต้านบุคคล ต่อต้านการหาเสียง ต่อต้านการเข้าพื้นที่หาเสียงก็จะยังเกิดขึ้น และผมไม่แน่ใจนักเช่นกันว่าภายหลังการเลือกตั้งจะปรองดองหรือมีความขัดแย้งกันมากยิ่งขึ้นของคนในชาติ

 

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท