posttoday
เร่งสืบคดียิงสวป.สน.ทุ่งครุกับกุ่ยท่าพระจันทร์

เร่งสืบคดียิงสวป.สน.ทุ่งครุกับกุ่ยท่าพระจันทร์

26 เมษายน 2554

คดียิงสวป.สน.ทุ่งครุ กับกุ่ย ท่าพระจันทร์คืบ เจ้าหน้าที่เร่งรวบรวมพยานหลักฐานออกหมายจับคนร้าย

คดียิงสวป.สน.ทุ่งครุ กับกุ่ย ท่าพระจันทร์คืบ เจ้าหน้าที่เร่งรวบรวมพยานหลักฐานออกหมายจับคนร้าย

วันนี้ (26 เม.ย.) ที่กองบัญชาการตำรวจนคร (บช.น.) พล.ต.ต.เอื้อพงศ์ โกมารกุล ณ นคร รอง ผบช.น. เปิดเผยถึงความคืบหน้ากรณีเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.ทุ่งครุ ล่อซื้อยาบ้าก่อนจะมีการปะทะกับคนร้ายทำให้เจ้าหน้าที่ได้รับบาดเจ็บ  เหตุเกิดภายในซอยประชาอุทิศ79 แยก20 ถนนประชาอุทิศ แขวงและเขตทุ่งครุ กทม.  เมื่อคืนกลางดึกที่ผ่านมา ว่า  เบื้องต้นทราบว่าเจ้าหน้าที่สามารถจับกุมคนร้ายได้ 3 ราย ซึ่งทั้งหมดยังเป็นเยาวชน  และมีคนร้ายหลบหนีไปได้ 1  คน  ส่วนเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ได้รับบาดเจ็บคือ พ.ต.ท.พจน์ บำรุงชาติ สวป.สน.ทุ่งครุ ถูกอาวุธปืนยิงเข้าที่บริเวณน่องซ้าย จำนวน 1 นัด  ซึ่งขณะนี้กำลังอยู่ระหว่างการตรวจสอบว่าเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นได้อย่างไร พร้อมเร่งขยายผลเพื่อออกหมายจับคนร้ายมาดำเนินคดีต่อไป

เร่งสืบคดียิงสวป.สน.ทุ่งครุกับกุ่ยท่าพระจันทร์

ด้าน พล.ต.ต.สุเมธ เรืองสวัสดิ์  รอง ผบช.น.  เปิดเผยถึงความคืบหน้ากรณี คนร้ายบุกยิงนายเลิศชัย เลิศวัฒนารมย์ อายุ 54 ปี หรือ “กุ่ย ท่าพระจันทร์” เซียนพระชื่อดัง ที่วัดวิศิษฐ์บุญญาวาส  ย่านฝั่งธน ในท้องที่ สน.ศาลาแดง ก่อนจะเสียชีวิตในเวลาต่อมาว่า  ขณะนี้ได้ผลการตรวจจากกองพิสูจน์หลักฐาน ซึ่งหัวกระสุนที่พบในรถผู้ตาย 1 นัด และหัวกระสุนจากร่างของผู้ตาย 1 นัด  ซึ่งเป็นหัวกระสุนขนาด .22  แม็กนั่ม และหัวกระสุนทั้ง 2 มาจากปืนกระบอกเดียวกัน  ทำให้ทราบว่ามือปืนลงมือก่อเหตุเพียงคนเดียว   ส่วนกล้องวงจรปิดกำลังอยู่ระหว่างรวบรวมและตรวจสอบ ส่วนพยานหลักฐานอื่นๆ มีความคืบหน้าไปพอสมควร  โดยสาเหตุอาจจะเป็นการฆ่าชิงทรัพย์ หรืออาจจะเป็นความขัดแย้งส่วนตัว หรืออาจจะทั้ง 2 เรื่องรวมกัน  โดยฝ่ายสืบสวนได้ลงพื้นที่เพื่อหาพยานหลักฐานเพิ่มเติม เพื่อให้เพียงพอในการระบุตัวคนร้าย  เพื่อรวบรวมพยานหลักฐานออกหมายจับต่อไป

“พล.ต.ท.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบช.น. ได้มีหนังสือกำชับ รวมทั้งออกวิทยุให้ผู้บังคับบัญชาทุกระดับ  ตรวจสอบสถานบันเทิงในพื้นที่ที่รับผิดชอบของตนเองให้เข้มงวดมากยิ่งขึ้น  ซึ่งหากมีการฝ่าฝืนปล่อยให้เยาวชนเข้าบริการ มียาเสพติด หรือเปิดเกินเวลา ก็จะต้องจับกุมดำเนินคดี ซึ่งขณะนี้สถานบันเทิงบางแห่งได้ปิดบริการแล้ว และบางแห่งก็หยุดบริการไปเอง โดยทาง พล.ต.ต.เอื้อพงศ์  เป็นผู้ดำเนินการ ส่วนกรณีประชาชนร้องเรียนเรื่องสถานบันเทิงนั้น หากมีการร้องเรียนมาทางผู้บังคับบัญชาหรือหัวหน้าสถานี จะต้องดำเนินการอย่างจริงจัง หากพบว่ามีเปิดโดยผิดกฎหมายก็จะต้องเพื่อจับกุมดำเนินคดี” พล.ต.ต.สุเมธ กล่าว

ข่าวล่าสุด

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ