
เสริมอาวุธหนักชายแดนเดือด
ชายแดนด้าน จ.สุรินทร์ ยังสู้รบกันดุเดือด ทหารไทยพลีชีพรวมแล้ว 4 นาย
ชายแดนด้าน จ.สุรินทร์ ยังสู้รบกันดุเดือด ทหารไทยพลีชีพรวมแล้ว 4 นาย
การยิงปะทะกันของทหารไทยและกัมพูชาบริเวณชายแดนด้าน อ.พนมดงรัก จ.สุรินทร์ เป็นวันที่สองยังคงดุเดือด โดยกัมพูชาตอบโต้ด้วยอาวุธปืนใหญ่หลายขนาดและปืนประจำรถถัง ผลจากการปะทะทำให้พลทหารสมคิด สมศรี กองร้อยทหารพราน 2606 สังกัดกรมทหารพรานที่ 25 กองกำลังสุรนารี กองทัพภาคที่ 2 เสียชีวิต และบาดเจ็บอีกหลายนาย
ในช่วงเช้าวันที่ 23 เม.ย. กองทัพภาคที่ 2 ได้สนับสนุนกระสุนและอาวุธหนักเข้าเสริมหน่วยรบหลักตามแนวชายแดนอย่างเต็มอัตรากำลัง โดยเสริมปืนใหญ่เข้าฐานปราสาทตาเมือนธม และฐานหมูหินด้านทิศตะวันออกปราสาทตาเมือนธม ใกล้ช่องกร่าง อ.พนมดงรัก เพื่อผลักดันทหารกัมพูชาที่ขึ้นเนินเทือกเขาพนมดงรักเข้ามาหลายจุด
ทั้งนี้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ พร้อมด้วยพระบรมวงศานุวงศ์ทุกพระองค์ ให้ผู้แทนพระองค์อัญเชิญพวงมาลาพระราชทานหน้าศพ จ.ส.อ.วิทยะ สวนชูผล สังกัดกองพันทหารปืนใหญ่ที่ 6 ค่ายสรรพสิทธิประสงค์ ซึ่งเสียชีวิตจากการสู้รบ โดยศพตั้งสวดพระอภิธรรมที่วัดนิคมศิลาราม อ.เมือง จ.ศรีสะเกษ
ขณะเดียวกัน ชาวบ้านที่อาศัยอยู่ใกล้แนวชายแดนยังอพยพออกจากหมู่บ้านอย่างต่อเนื่อง ทำให้ศูนย์อพยพทั้ง 6 แห่ง ที่จังหวัดจัดตั้งขึ้น มีชาวบ้านเพิ่มขึ้นแล้วกว่า 2.5 หมื่นคน
พ.อ.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกกองทัพบก ชี้แจงสถานการณ์ผ่านสถานีวิทยุเครือกองทัพบก 126 สถานี ว่า การปะทะทั้งสองวันส่งผลให้ทหารเสียชีวิต 4 นาย และบาดเจ็บอีก 17 นาย กัมพูชาก็ไม่ได้สูญเสียน้อยไปกว่าไทย ซึ่ง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) มีนโยบายชัดเจน คือจำกัดการปะทะให้อยู่เฉพาะพื้นที่ที่เป็นปัญหา เพราะประชาชนเดือดร้อนมาก
โฆษกกองทัพบก กล่าวว่า เป้าหมายในการตอบโต้คือฐานยิงอาวุธของกัมพูชา เพื่อให้ยุติการยิงใส่ไทย และมีความพยายามในทุกระดับเพื่อเจรจาหยุดยิงถาวร
ด้านนายกษิต ภิรมย์ รมว.ต่างประเทศ แถลงตอบโต้การกล่าวหาของกัมพูชาว่า ฝ่ายไทยไม่ได้รุกรานก่อน เป็นเพียงตอบโต้เพื่อปกป้องอธิปไตยเท่านั้น และไม่ได้ใช้เครื่องบินรบ หรือก๊าซพิษตอบโต้ตามที่กัมพูชากล่าวหา และทางการไทยจะออกหนังสือประท้วงเหตุการณ์ปะทะที่เกิดขึ้น และขอเรียกร้องไปยังผู้นำกัมพูชาให้กลับเข้าสู่โต๊ะการเจรจาเพื่อยุติปัญหา
รมว.ต่างประเทศ กล่าวว่า ปัญหาระหว่างไทยและกัมพูชาควรแก้ในรูปแบบทวิภาคี แต่หากจำเป็นต้องต่อสู้ในชั้นศาลโลก หรือสหประชาชาติก็พร้อมที่จะดำเนินการเนื่องจากเตรียมการไว้แล้ว
อย่างไรก็ตาม ก่อนหน้านี้ นายฮอร์นัมฮง รมว.กลาโหมกัมพูชา ได้ออกแถลงการณ์กล่าวหาไทยใช้อาวุธปืนหนักขนาดลำกล้อง 75 มม. และ 105 มม. โจมตีกัมพูชาควบคู่ไปกับการใช้ปืนใหญ่บรรจุแก๊สพิษ บริเวณวัดตาโมนและวัดตาควาย
นายเสริม ไชยณรงค์ ผวจ.สุรินทร์ ได้ประกาศให้พื้นที่บริเวณชายแดนด้าน อ.พนมดงรัก และ อ.กาบเชิง เป็นพื้นที่ประสบภัยพิบัติฉุกเฉินจากภาวะสงครามแล้ว







