posttoday
ทุกข์คนเดินดินทนอยู่-ทนกิน-สินค้าแพง

ทุกข์คนเดินดินทนอยู่-ทนกิน-สินค้าแพง

24 เมษายน 2554

คนไทยกำลังเผชิญภาวะของแพง ไล่ตั้งแต่เนื้อหมู ผัก ผลไม้ ไข่ ที่พาเหรดขยับราคาเป็นว่าเล่น และต่อไปนี้เป็นเสียงสะท้อนความรู้สึกของผู้คนในสังคมที่ส่งไปถึงรัฐบาล

คนไทยกำลังเผชิญภาวะของแพง ไล่ตั้งแต่เนื้อหมู ผัก ผลไม้ ไข่ ที่พาเหรดขยับราคาเป็นว่าเล่น และต่อไปนี้เป็นเสียงสะท้อนความรู้สึกของผู้คนในสังคมที่ส่งไปถึงรัฐบาล

โดย...ทีมข่าวการเงิน

วันนี้เดินไปตามท้องถนนซอกมุมไหน จะได้ยินแต่เสียงบ่นอุบเรื่องของแพงแบบไม่เคยเจอะเจอมาก่อน

ไล่ตั้งแต่ไข่ต้มใบละ 7 บาท ไปจนถึงข้าวแกงจานละ 35-40 บาท เรียกว่าพกแบงก์ร้อยเดินออกจากบ้าน กลับเข้ามาอาจเหลือแค่เศษสตางค์

ทุกข์คนเดินดินทนอยู่-ทนกิน-สินค้าแพง

เสาวนี สมพงษ์อินทร์ พนักงานรับค่าจ้างรายวันในโรงผลิตน้ำมัน บอกว่า ทุกวันนี้ได้ค่าจ้าง 215 บาทต่อวัน แทบจะไม่พอประทังชีวิต เพราะสินค้าราคาเพิ่มสูงขึ้นทุกอย่าง กับข้าวสำเร็จรูปก็ขึ้นไปถุงละ 25-30 บาท กินวันละ 3 มื้อ รวมแล้วก็ 100 กว่าบาท

ยังไม่นับค่าเดินทาง เวลาเติมน้ำมันมอเตอร์ไซค์เดิมถังละ 50 บาท ทุกวันนี้ถังละ 100 บาทแล้ว

เสาวนี บอกว่า คนหาเช้ากินค่ำทำงานหนักจะเหนื่อยมาก จะให้ลดปริมาณการกินลงไม่ได้ ครั้นจะทำกับข้าวเอง เมื่อเทียบราคาแล้วแพงกว่าซื้อกับข้าวสำเร็จรูป

“ทำแกงส้มหม้อหนึ่ง มีเงิน 200 บาทยังไม่พอเลย สุดท้ายเราต้องกลับมาควบคุมการใช้จ่ายตัวเองไม่ให้สุรุ่ยสุร่าย” เสาวนี บอก
ด้านแรงงานที่มาจากต่างจังหวัดหนักกว่าเพราะต้องเช่าบ้าน เพราะค่าเช่าบ้านเดือนละ 2,000-3,000 บาท ลูกจ้างคนอีสานจะใช้โอกาสกลับไปเยี่ยมบ้านในช่วงสงกรานต์ ขนข้าวสาร ข้าวเหนียวมา กรุงเทพฯ ด้วย

“เราคุยกันว่าต้องปรับตัว อยากให้ค่าแรงขึ้น แต่นายจ้างเขาก็จะรอภาครัฐ ถ้ารัฐบาลปรับ นายจ้างก็ปรับ” เสาวนี บอก

ในมุมของแม่ค้าอย่าง ชุติมา เจ้าของร้านข้าวราดแกงตรงข้ามโรงแรมมณเฑียร ถนนสุรวงศ์ เล่าว่า เพิ่งปรับขึ้นราคาอาหารเมื่อ 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา จากเดิมข้าวราดแกง 1 อย่าง 25 บาท เพิ่มเป็น 30 บาท ถ้าราดแกง 2 อย่างเดิม 30 บาท ปรับเป็น 35 บาท เพราะผัก เนื้อสัตว์ขึ้นหมด กระทั่งหนังยางรัด หรือถุงพลาสติกก็ปรับขึ้นด้วย

“สู้ราคาของไม่ไหวจริงๆ เดิมหนังยางครึ่งกิโล 35-40 บาท ตอนนี้ปรับขึ้นมากิโลละ 200 บาท พอราคายางขึ้น หนังยางก็ปรับขึ้น ถุงพลาสติก ช้อน ทุกอย่างขึ้นหมด ขึ้นเยอะด้วย ไม่ใช่ขึ้นเฉพาะกับข้าว” แม่ค้ารายนี้เล่าขณะอยู่หน้าเตาไฟ

ชุติมา บอกว่า รู้สึกได้ว่าขณะนี้ลูกค้าประหยัด จากเดิมที่เคยสั่งข้าวราดแกง 2 อย่าง ก็เหลือแค่ 1 อย่าง หรืออย่างตอนราคาน้ำมันปาล์มแพง ปลานิลทอดปกติขายตัวละ 35 บาท ก็ต้องขอปรับขึ้น 50 บาท ลูกค้าก็ทักว่าราคาสูงขึ้น ต้องอธิบายให้เข้าใจด้วยว่า ไม่อยากใช้น้ำมันทอดซ้ำๆ เพราะปลาจะดำไม่น่ารับประทาน ลูกค้าจึงเข้าใจ

ทุกข์คนเดินดินทนอยู่-ทนกิน-สินค้าแพง

ส่วนพี่ตุ๋ย พ่อค้าขายกวยจั๊บน้ำใส ถัดไปอีก 2 คูหา พูดในทำนองเดียวกันว่า ตั้งแต่ขายอาหารมากว่า 10 ปี ไม่เคยมีช่วงไหนราคาสินค้าแพงเท่ากับช่วงนี้มาก่อน และก็เดาไม่ได้ด้วยว่าราคาผักแต่ละวันจะปรับขึ้นเท่าไร

อย่างผักกาดหอมที่ต้องใช้รับประทานกับกวยจั๊บ วันนี้กิโลกรัมละ 20 บาท แต่พอข้ามวันมากิโลกรัมละ 50 บาท โดยที่ไม่รู้เหตุผล แต่ทุกวันนี้ก็ยังคงราคาอาหารที่จานละ 30 บาท

“ยอมที่จะกำไรลดลงเหมือนทุกวันนี้แต่ไม่ขาดทุน ดีกว่าขอขึ้นราคา” พี่ตุ๋ย บอก

เช่นเดียวกับ สมคิด ยินดี แม่ค้าขายอาหารตามสั่งในย่านคลองเตย ที่ต้องเผชิญกับต้นทุนสูงขึ้นทุกอย่าง แต่ไม่กล้าปรับราคา เพราะเป็นห่วงลูกค้าว่าจะจ่ายไหวหรือไม่

“ถ้าลูกค้าอยู่ไม่ได้ แม่ค้าก็ไปไม่รอด”

สมคิด บอกด้วยว่า ทุกวันนี้รายได้ลดลง จากเดิมที่เคยกำไรวันละ 1,000 บาท ก็เหลือ 500 บาท ซึ่งไม่คุ้มค่ากับความเหนื่อยล้าที่ต้องตื่นมาซื้อกับข้าวตั้งแต่ตี 2 ตี 3

ผลพวงของปัญหาข้าวยากหมากแพงในช่วงที่เศรษฐกิจตกสะเก็ด ยังกระทบผู้ประกอบการให้ต้องปรับตัว อย่างร้านขาย “เกาลัด” ย่านถนนเยาวราช ยามเศรษฐกิจรุ่งๆ ขายถุงใหญ่ 200 บาทขาดตัว มาตอนนี้ลูกค้าขอซื้อแค่ 50 บาท ยังต้องยอม ขณะที่บางร้านต้องลดลูกจ้างรายวันลง

เจ๊มุ้ย เจ้าของร้านขายข้าวต้มปลาย่านถนนจันทน์ กล่าวว่า เดิมเคยจ้างเด็กในร้าน 4 คน ก็เหลือ 3 คน ค่าแรงที่เคยจ่ายคืนละ 700-800 บาท ก็เหลือ 600 บาท เพื่อลดต้นทุน เพราะไม่อยากขึ้นราคา ขายราคาเดิมชามละ 40 บาทไปก่อน แต่หากวัตถุดิบยังปรับไม่หยุด อาจต้องขยับราคากันใหม่

ขณะที่แม่ค้ารถเข็นขายนมสดบนถนนสีลม ยอมรับว่าพนักงานตามบริษัทต่างๆ ที่เคยเป็นลูกค้าประจำเริ่มหายไป เพราะบางบริษัทมีการปรับลดพนักงาน หรือไม่ก็ย้ายไปที่อื่น ต้องหาทางเพิ่มยอดขายด้วยการเจาะตามร้านโชห่วย

“ให้สามีหารายได้เพิ่ม ด้วยการซื้อรถกระบะรับจ้างขนสินค้าต่างๆ นอกเหนือจากขับวินมอเตอร์ไซค์” แม่ค้านมสด กล่าว

ทุกข์คนเดินดินทนอยู่-ทนกิน-สินค้าแพง

ปรากฏการณ์ของแพงยังส่งผลไปถึงร้านอาหารบนถนนพระราม 5 ที่เคยคึกคักตั้งแต่ช่วงเย็นไปถึงค่ำ ตอนนี้ใครขับรถผ่านต้องบอกว่าเงียบเหงา บางร้านมีแต่นักดนตรี หาคนจิบเหล้าเบียร์ไม่ได้

ส่วนบางร้านต้องติดป้ายเซ้งกิจการ!!

จิตรา เจ้าของร้านโคขุนบนถนนนครอินทร์ ยอมรับว่าภาวะเศรษฐกิจที่ไม่ดีส่งผลกระทบต่อยอดขายของทางร้าน แถมยังมีปัญหาเรื่องของแพง ไม่ว่าไข่ เนื้อไก่ ผัก ส่งผลต่อต้นทุนการผลิต ลูกค้าก็มีภาระค่าครองชีพสูงขึ้น ทำให้ไม่อยากบริโภคของแพง หรือการรับประทานอาหารนอกบ้าน

สุดท้ายร้านโคขุนแห่งนี้เปิดได้ 8 เดือนก็ต้องปิดตัวลง ขณะที่สัญญาเช่ากับ|เจ้าของเดิมเหลืออีก 7 ปี

ถึงแม้คนเดินถนน พ่อค้าแม่ขายจะก่นด่าปัญหาสินค้าแพงอย่างไร แต่ทุกคนก็ยังต้องก้มหน้าอดทน เพราะชีวิตมีทางเลือกแค่ 2 ทาง คือ ปรับตัวรับสภาพ ...

หรือสอง รอให้รัฐบาลเข้ามาแก้ไข ซึ่งแน่นอนว่าคนไทยเริ่มเซ็งกับการแก้ปัญหาที่ล่าช้าและไม่ตรงจุด!!

ข่าวล่าสุด

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ