
เปิดผลสอบสลายแดง6เดือน-นิรโทษกรรมไม่ใช่ทางออก
ขอให้ทุกพรรคการเมืองประกาศจุดยืนที่ชัดเจนก่อนการเลือกตั้งถึงกระบวนการและแนวทางที่เป็นรูปธรรมในการนำชาติบ้านเมืองไปสู่การก้าวข้ามปัญหาความขัดแย้งหลังจากการเลือกตั้ง
ขอให้ทุกพรรคการเมืองประกาศจุดยืนที่ชัดเจนก่อนการเลือกตั้งถึงกระบวนการและแนวทางที่เป็นรูปธรรมในการนำชาติบ้านเมืองไปสู่การก้าวข้ามปัญหาความขัดแย้งหลังจากการเลือกตั้ง
โดย....ธรรมสถิตย์ ผลแก้ว
ความเคลือบแคลงสงสัยเหตุการณ์กระชับพื้นที่กลุ่มคนเสื้อแดงเมื่อเดือนเมษายนถึงพฤษภาคมที่ผ่านมา ทำให้รัฐบาลนายอภิสิทธิ์ แต่งตั้ง คณะกรรมการอิสระตรวจสอบและค้นหาความจริงเพื่อการปรองดองแห่งชาติ( คอป.) ซึ่งมี นายคณิต ณ นคร เป็นประธาน ซึ่งตามมติคณะรัฐมนตรี(ครม.) จะต้องรายงานความคืบหน้าการทำงานเสนอนายกฯและสาธารณะชนภายใน 6 เดือน ล่าสุดนายคณิต จัดทำรายงานเสนอเป็นที่เรียบร้อย
คอป. สรุปการทำงานว่า ช่วงหกเดือนแรก คอป. มุ่งเน้นภารกิจงานด้านการตรวจสอบและค้นหาความจริง ซึ่งเป็นประเด็นที่สังคมตั้งความคาดหวังไว้ว่า ทางคอป. จะสามารถดำเนินการที่เป็นอิสระ เป็นกลางและให้ความจริงแก่สังคมได้อย่างแท้จริงหรือไม่ โดยมีกรอบแนวคิดในการดำเนินการที่สำคัญ เช่น การยึดหลักสิทธิมนุษยชน การให้โอกาส ผู้ที่ถูกกล่าวหาและทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องชี้แจงหรือให้ข้อมูล การชั่งน้ำหนักพยานจากทุกฝ่ายและพยานหลักฐานด้านวิทยาศาสตร์ การกำหนดประเด็นเชิงลึก การรักษาความลับ การใช้ทฤษฏีก้างปลา การตรวจสอบการกระทำของบุคคลไปสู่องค์กร และตรวจสอบเหตุการณ์เฉพาะเพื่อเข้าใจภาพรวม
สรุปข้อเท็จจริงเบื้องต้น พบว่า มียอดผู้เสียชีวิตรวม 92 ราย โดยเสียชีวิตในพื้นที่กรุงเทพมหนาคร 89 ราย เสียชีวิตที่จังหวัดอุดรธานี 2 ราย และเสียชีวิตที่จังหวัดขอนแก่นอีก 1 ราย มียอดผู้บาดเจ็บ 1,885 ราย แบ่งเป็นเจ้าหน้าที่รัฐ 542 ราย พลเรือน 1,343 ราย มีการดำเนินคดีต่อกลุ่มผู้ชุมนุม แบ่งตามประเภทความผิดออกเป็น 4 กลุ่ม ทั้งคดี ก่อการร้าย 145 คดี กลุ่มที่ 2 การขู่บังคับให้รัฐบาลกระทำการใดๆ 21 คดี กลุ่มที่ 3 การทำร้ายประชาชนและเจ้าหน้าที่รัฐ 86 คดี และกลุ่มที่ 4 การกระทำต่ออาวุธยุทธภัณฑ์ของทางราชการ 20 คดี
อุปสรรคการดำเนินงานคอป. สรุปตรงไปตรงมาว่า 1. คอป. ทำหน้าที่ในฐานะกลไกสำคัญนำพาสังคมสู่ความปรองดอง แต่ไม่มีอำนาจตามกฎหมาย 2. ขาดการคุ้มครองความปลอดภัยของบุคคลหรือองค์กรที่ให้ข้อมูล และ 3 . ข้อจำกัดจากสถานภาพและที่มาของ คอป.
คอป.ยังเสนอแนะต่อรัฐบาล 8 ข้อ โดยภาพรวมให้ทุกฝ่ายร่วมกันแสวงหาแนวทางแก้ปัญหาความขัดแย้งอย่างจริงจัง และที่สอดคล้องกับบรรยากาศการเลือกตั้ง คอป. ได้เรียกร้องให้ความสำคัญสูงสุดกับการทำให้การเลือกตั้งปราศจากความรุนแรงและเป็นกลางอย่างแท้จริง และขอให้ทุกพรรคการเมืองประกาศจุดยืนที่ชัดเจนก่อนการเลือกตั้งถึงกระบวนการและแนวทางที่เป็นรูปธรรมในการนำชาติบ้านเมืองไปสู่การก้าวข้ามปัญหาความขัดแย้งหลังจากการเลือกตั้ง
พร้อมกันนี้ ยังระบุด้วยว่า ข้อเสนอให้มีการนิรโทษกรรมความรุนแรงไม่ใช่แนวทางแก้ปัญหาความขัดแย้ง
ดังปรากฎในข้อ 3 “ คอป. เห็นว่า การเสนอให้มีการนิรโทษกรรมผู้เกี่ยวข้องในสถานการณ์ความรุนแรงทั้งๆที่เกิดความสูญเสียอย่างมากมายทั้งต่อชีวิตและทรัพย์สินของผู้เข้าร่วมชุมนุมและเจ้าหน้าที่ของรัฐก็ดี การดำเนินการกับผู้ชุมนุมโดยใช้กระบวนการทางกฎหมายและกระบวนการยุติธรรมทางอาญาอย่างเคร่งครัดโดยไม่คำนึงถึงความขัดแย้งทางการเมืองที่นำมาสู่ปัญหาการชุมนุมก็ดี ล้วนมิใช่แนวทางในการแก้ปัญหาความขัดแย้งอย่างยั่งยืน
คอป. เห็นว่า แนวทางที่ดีที่สุดในการแก้ปัญหาความขัดแย้งที่เกิดขึ้น คือ การที่สังคมทราบความจริงถึงสภาพปัญหาที่ทำให้ประเทศของเราก้าวมาถึงจุดนี้ และเรียนรู้ที่จะแสวงหาทางออกในการแก้ปัญหาร่วมกัน จากประสบการณ์ของประเทศที่เกิดความขัดแย้งขนาดใหญ่ที่นำมาสู่ความรุนแรงในลักษณะเช่นนี้ จะให้ความสำคัญกับการนำเอาหลักความยุติธรรมในระยะเปลี่ยนผ่าน ( Transitional Justice ) มาใช้ เป็นกลไกเสริมกระบวนการยุติธรรมกระแสหลักซึ่งมีข้อจำกัดในการจัดการกับปัญหาความขัดแย้งที่มีลักษณะพิเศษเช่นนี้ “
และท่ามกลางความขัดแย้งทางการเมือง ให้ทุกฝ่ายแสดงเจตนารมย์ร่วมกันยกย่องเทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์ เสนอให้สื่อทุกแขนงมีความระมัดระวังรับผิดชอบต่อการเสนอข้อมูลที่ถูกต้อง และเห็นว่ารัฐบาล ควรให้การสนับสนุนเยียวยาฟื้นฟูผู้ได้รับผลกระทบความรุนแรง







