
คปร.ปลื้มพรรคการเมืองขานรับปฏิรูปท้องถิ่น
กรรมการคปร. ชื่นใจพรรคการเมืองขานรับนโยบายปฏิรูปอำนาจท้องถิ่น แต่ยังหวั่นเรื่องการปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรม ย้ำหลายประเด็นละเอียดอ่อนควรศึกษาข้อมูลให้รอบคอบก่อน
กรรมการคปร. ชื่นใจพรรคการเมืองขานรับนโยบายปฏิรูปอำนาจท้องถิ่น แต่ยังหวั่นเรื่องการปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรม ย้ำหลายประเด็นละเอียดอ่อนควรศึกษาข้อมูลให้รอบคอบก่อน
นายพงษ์โพยม วาศภูติ อดีตปลัดกระทรวงมหาดไทยในฐานะคณะกรรมการปฏิรูป(คปร.) กล่าวถึงกรณีที่พรรคการเมืองจำนวนมากได้ออกมาขานรับนโยบายของคปร. ในเรื่องการปฏิรูปโครงสร้างอำนาจเพื่อการกระจายอำนาจลงสู่ท้องถิ่นว่า การที่พรรคการเมืองจำนวนมากออกมาขานรับนโยบายของพวกเราถือเป็นนิมิตหมายที่ดีที่พรรคการเมืองสนใจเรื่องเหล่านี้ เพราะเรื่องการกระจายอำนาจนั้นหากนำไปปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรมคนที่จะได้รับผลประโยชน์อย่างแท้จริงก็คือประชาชน
อย่างไรก็ตามตนยังมีความกังวลหลายส่วนเกี่ยวกับท่าทีของพรรคการเมืองที่มิออกมา เพราะข้อเสนอตัวร่างฉบับสมบูรณ์ของพวกเรายังไม่เสร็จสิ้นและมีรายละเอียดเพิ่มเติมที่ซับซ้อน ซึ่งตนไม่ทราบว่าพรรคการเมืองต่างๆ ได้ศึกษารายละเอียดต่างๆ เหล่านี้ดีแล้วหรือไม่ ทั้งเรื่องของบทบาทของผู้ว่าราชการจังหวัด นายอำเภอ กำนันผู้ใหญ่บ้านหรือข้าราชการที่ต้องเปลี่ยนสถานนะจากพลเรือนมาเป็นท้องถิ่น
“ผมอยากให้ฝ่ายการเมืองนำข้อมูลเหล่านี้ไปศึกษาให้ละเอียดก่อนที่จะได้มีการนำไปปฏิบัติเพราะหลายกรณีเป็นเรื่องที่ละเอียดอ่อนทั้งเรื่องการจัดเก็บภาษีของท้องถิ่นด้วยตัวเอง เรื่องอำนาจสั่งการของท้องถิ่นที่จะต้องมีการตรากฎหมายขึ้นมารองรับอย่างชัดเจน เรื่องการปรับปรุงการพิจารณาคดีความของท้องถิ่นที่จะต้องมีเป็นจำนวนมาก จะต้องมีการพิจารณาให้เพิ่มแผนกคดีท้องถิ่นเข้าไปยังศาลปกครองหรือไม่ เรื่องต่างๆมันมีรายละเอียดเยอะมาก มันต้องใช้เวลาในการพูดคุยและศึกษาเป็นปี ๆ ผมว่านอกจากการขานรับด้วยปากเปล่าเมื่อวานนี้ (20 เม.ย.) พรรคการเมืองและนักการเมืองควรจะต้องลงมาศึกษาข้อมูลเพื่อนำไปปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรมด้วย”นายพงษ์โพยมกล่าว
ด้าน นายชาตรี อยู่ประเสริฐ เลขาธิการสมาคมอบจ.แห่งประเทศไทยกล่าวว่า การที่พรรคการเมืองจำนวนมาออกมาขานรับนโยบายในการปฏิรูปโครงสร้างอำนาจของท้องถิ่นถือเป็นเรื่องที่ดีมาก เพราะมีหลายเรื่องที่หากเกิดการดำเนินการอย่างเป็นรูปธรรมแล้วจะเกิดประโยชน์กับพี่น้องประชาชนที่อยู่ในท้องถิ่นมากทั้งเรื่องการศึกษา เรื่องสิ่งแวดล้อม ทั้งนี้ที่ผ่านมาท้องถิ่นของเราพบปัญหาการไม่ได้รับการตอบสนองจากส่วนกลางอย่างแท้จริง บางภารกิจหรือบางหน้าที่ท้องถิ่นก็โดนรัฐดึงอำนาจออกไปหมด ทำให้ภาคท้องถิ่นของเราเกิดความอ่อนแอเพราะไม่สามารถยืนขึ้นด้วยตัวเองได้ต้องรอการพึ่งพิงอำนาจจากส่วนกลางหรือรอการพึ่งพิงอำนาจจากรัฐ
“พรรคการเมืองที่ขานรับนโยบายไปแล้วนั้นจะต้องนำประเด็นต่างๆ ที่ได้มีการนำเสนอไปปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรม ไม่ใช่ออกมาขานรับแค่เพียงลมปาก ผมอยากให้ฝ่ายการเมืองรับเรื่องนี้ไปทำอย่างจริงจังและให้เวลา 4-5 ปี เพื่อทำให้การกระจายอำนาจลงสู่ท้องถิ่นให้เกิดประโยชน์กับประชาชนให้ได้ หากพรรคการเมืองใดทำได้นั่นคือพรรคการเมืองที่เห็นผลประโยชน์ของประเทศชาติบ้านเมืองและของพี่น้องประชาชนอย่างแท้จริง”เลขาธิการสมาคมอบจ.แห่งประเทศไทยกล่าว







