
ระเบิดเวลา ลดภาษีน้ำมัน
ในที่สุดรัฐบาลก็เทกระจาดลดภาษีสรรพสามิตน้ำมันดีเซลพรวดเดียว 5.30 บาทต่อลิตร พ่วงภาษีมูลค่าเพิ่มอีก 40 สตางค์ต่อลิตร
ในที่สุดรัฐบาลก็เทกระจาดลดภาษีสรรพสามิตน้ำมันดีเซลพรวดเดียว 5.30 บาทต่อลิตร พ่วงภาษีมูลค่าเพิ่มอีก 40 สตางค์ต่อลิตร
โดย...ทีมข่าวการเงิน
ในที่สุดรัฐบาลก็เทกระจาดลดภาษีสรรพสามิตน้ำมันดีเซลพรวดเดียว 5.30 บาทต่อลิตร พ่วงภาษีมูลค่าเพิ่มอีก 40 สตางค์ต่อลิตร ทำให้โหลงโจ้งแล้ว 5 เดือนที่เหลือปีงบประมาณ 2554 รัฐบาลต้องใช้เงินถมอุดหนุนราคาน้ำมันไม่ให้เกิน 30 บาทต่อลิตร ไปเป็นจำนวนเงิน 4.5 หมื่นล้านบาท
การลดภาษีครั้งนี้ถูกมองว่าเป็นเหตุผลทางการเมืองซื้อใจประชาชนก่อนการเลือกตั้ง มากกว่าเหตุผลอื่นใด
การลดภาษีแบบเทหมดหน้าตัก และให้กันแบบปลายเปิดไม่มีระยะเวลากำหนดสิ้นสุดอายุ ทำให้ฐานะการเงินการคลังของประเทศถูกสั่นคลอนอย่างหนัก
นายกรณ์ จาติกวณิช รมว.คลัง กล่าวว่า การเสียเงินภาษีไปจำนวนมากไม่กระทบฐานะการเงินการคลังของประเทศ
สวนทางกับนายพงษ์ภาณุ เศวตรุนทร์ อธิบดีกรมสรรพสามิต ที่บอกว่า การลดภาษีน้ำมันทำให้การเก็บภาษีของกรมมีปัญหาหลุดเป้า และการทำงบประมาณสมดุลภายใน 5 ปีของรัฐบาล ยากและไกลความเป็นจริง
ขณะที่สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) ก็น้ำท่วมปากเพราะนโยบายฝ่ายการเมืองต้องท่องมนต์สนองรัฐบาลจะลด แลก แจก แถม อย่างไรก็ไม่สะเทือนฐานะการเงินการคลังของประเทศ
สศค.กดเครื่องคิดเลขเหมาเข่งว่า การเก็บรายได้ปี 2554 เกินเป้าไป 1 แสนล้านบาท ครึ่งปีหลังจะเกินได้มากกว่าครึ่งแรก ทำให้รายได้ทั้งปีเกินเป้าถึง 2 แสนล้านบาท
ดังนั้น เมื่อลดภาษีน้ำมันเงินหดไป 4.5 หมื่นล้านบาท ทำให้เหลือเงินอีกถึง 1.5 แสนล้านบาท เพียงพอกับงบประมาณรายจ่ายที่มีการตั้งงบเพิ่มกลางปีอีก 1 แสนล้านบาท ได้อย่างไม่มีปัญหา
อย่างไรก็ตาม การประมาณการของ สศค. ก็แบบมองโลกในแง่ดีเกินร้อย เพราะหากในช่วงครึ่งปีหลังเกิดน้ำท่วม ภัยพิบัติ หรือต่างประเทศมีปัญหาเกิดสงคราม ราคาน้ำมันแพง ทำให้รายได้ของประเทศไม่ได้เป็นอย่างที่ สศค.วาดฝันไว้ ฐานะการเงินของประเทศก็อยู่ในภาวะวิกฤต
หากผลสุดท้ายการเก็บรายได้หลุดเป้า หักกลบลบหนี้เก็บรายได้เกินไม่ถึง 1 แสนล้านบาท การเบิกจ่ายงบประมาณ 2554 ก็มีปัญหา รายได้ไม่พอจ่าย หนีไม่พ้นต้องซิกแซ็กล้วงเงินคงคลังแก้ตายไปดาบหน้า ชนิดขอให้ผ่านเลือกตั้ง อนาคตจะเกิดอะไรขึ้นค่อยว่ากันอีกที
ที่สำคัญการลดภาษีสรรพสามิตชนิดเปิดอ้า ไม่มีวันหมดอายุ ยังพ่นพิษการทำงบประมาณ 2555 แบบเต็ม เพราะกรอบที่ตั้งไว้ 2.25 ล้านบาท เป็นแบบขาดดุล 3.5 แสนล้านบาท ต้องเก็บรายได้ 1.9 ล้านบาท ถูกกระทบทันที เพราะรายได้จะหายไปทันที 1 แสนล้านบาท
ส่งผลรัฐบาลที่เข้ามาใหม่ต้องรื้อกรอบงบประมาณกันใหม่ หากไม่กล้าขึ้นภาษีน้ำมันกลับไปที่เดิม ก็ต้องหั่นรายจ่าย ทำให้เงินกระตุ้นเศรษฐกิจเหลือน้อย หรือเพิ่มการขาดดุลให้มากขึ้น ก็ทำให้วินัยการเงินการคลังมีปัญหา
นอกจากนี้ เรื่องการทำงบประมาณสมดุล 5 ปีของรัฐบาลก็ลืมไปได้เลย เพราะรายจ่ายของรัฐบาลมีแต่จะเพิ่มขึ้น แต่การหารายได้ของรัฐบาลมีแต่ลดลง ภาษีที่ไม่ควรลดอย่างภาษีน้ำมันก็ลดแหลกแจกด่วน
ขณะที่ภาษีที่ควรต้องเก็บเพิ่มอย่างภาษีมูลค่าเพิ่มจาก 7% เป็น 10% รัฐบาลนี้ รัฐบาลไหนอก็ไม่กล้าเพราะกลัวเสียคะแนนทางการเมือง
ส่วนการเก็บภาษีรถยนต์ บุหรี่ สุรา เพิ่มมากขึ้น ก็เป็นมวยล้ม เริ่มตั้งไข่ก็เจอผู้ประกอบการวิ่งเต้น ทำให้การขึ้นภาษีต้องศึกษาใหม่เพิ่มเติมทุกครั้งไป
ด้านภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ที่จะเก็บภาษีคนรวยมาโปะให้คนจนก็เดินหน้าได้ช้าไม่ทันการณ์ เพราะกระทบกระเป๋าคนรวยที่เสียงดัง ต่างจากการลดภาษีน้ำมันทำได้เพียงข้ามคืน เพราะใช้เงินภาษีประเทศ ที่อ้างว่าช่วยประชาชนคนรายได้น้อย แต่ที่แท้จริงมีคนรวยขับรถคันใหญ่เติมน้ำมันดีเซลอยู่จำนวนมาก
นอกจากนี้ การลดภาษีน้ำมันยังบิดเบือนการใช้พลังงานให้รัฐบาลกระเป๋าฉีกเพิ่มขึ้นในอนาคต เริ่มตั้งแต่คนใช้รถน้ำมันดีเซล ไม่รู้จักประหยัดเพราะคิดว่ารัฐบาลต้องอุ้มใช้ของถูกตลอดกาล เพราะกลัวไม่ได้เลือกกลับมาเป็นรัฐบาล
ขณะที่คนใช้รถน้ำมันเบนซิน ก็ทนไม่ไหวถูกเก็บภาษีไปอุ้มน้ำมันดีเซล แห่ไปติดก๊าซแอลพีจี ทำให้รัฐบาลต้องชดเชยมากขึ้น
จากข้อมูลเบื้องต้น คนขับรถใช้น้ำมันเบนซินต้องเสียภาษีให้รัฐบาล 6-7 บาทต่อลิตร แต่พอหันไปใช้ก๊าซแอลพีจีภาษีไม่ต้องเสียแล้ว ยังมีรัฐบาลชดเชยราคาก๊าซแอลพีจีให้อีก 16 บาทต่อกิโลกรัม ซึ่งหากปล่อยไว้ยิ่งนานวันรัฐบาลก็ยิ่งกระเป๋าฉีกมากขึ้นเท่านั้น เพราะไปรีดเงินภาษีจากที่อื่นมาโปะไม่มีวันสิ้นสุด
ดังนั้น การลดภาษีน้ำมันดีเซลของรัฐบาล โดยที่ไม่ยอมปล่อยให้ราคาเพิ่มขึ้นเกิน 30 บาทต่อลิตร จึงไม่ต่างอะไรกับการเล่นการพนัน และนั่งรอโชคช่วยว่าจะมีเฮงมีรวย
ที่ผ่านมารัฐบาลเล่นพนันยกแรกจนหมดตัวไป 3 หมื่นล้านบาท จนเงินกองทุนน้ำมันฯหมดถังติดลบ ถึงตอนนี้เปลี่ยนกระเป๋าตังค์ลดภาษีน้ำมันเล่นพนันรอบใหม่อีก 4.5 หมื่นล้านบาท โดยหวังว่าโชคจะช่วยราคาน้ำมันลดฮวบฮาบ กลับมาเก็บภาษี และเงินกองทุนน้ำมันฯได้เหมือนเดิม
ซึ่งดูไปแล้วการบริหารราคาน้ำมันของรัฐบาลนี้ ก็ไม่ต่างอะไรกับรัฐบาลในอดีตที่ทำเหมือนกัน อ้างเหมือนกัน ผลสุดท้ายก็ทานไม่อยู่ต้องปล่อยให้ราคาน้ำมันลอยตัว ทำให้เสียทั้งเงิน และราคาสินค้า ก็ต้องปล่อยให้ขึ้นในที่สุด
ตอนนี้ก็เหลือแต่รอเวลาว่าฝ่ายค้านหรือรัฐบาลจะกลับมาบริหารประเทศ ติดกับระเบิดเวลาทางเศรษฐกิจถูกทิ้งไว้เท่านั้น







