
โล่งอกหนี้สาธารณะลด5.6พันล.
คลังแจงเดือนก.พ.41%จีดีพีมองหลังเลือกตั้งพรวดขึ้นอีก
คลังแจงเดือนก.พ.41%จีดีพีมองหลังเลือกตั้งพรวดขึ้นอีก
สบน.เปิดยอดหนี้สาธารณะรวม 4.2 ล้านล้าน รัฐบาลยังกู้ต่อ แต่รัฐวิสาหกิจลด
นายจักรกฤศฏิ์ พาราพันธกุล ผู้อำนวยการสำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ (สบน.) เปิดเผยว่า ยอดหนี้สาธารณะคงค้าง ณ วันที่ 28 ก.พ. 2554 มีจำนวน 4.257 ล้านล้านบาท หรือคิดเป็น 41.63% ของจีดีพี ถือว่าลดลงสุทธิจากเดือนก่อนหน้า 5,613.90 ล้านบาท
ทั้งนี้ หนี้ที่รัฐบาลกู้โดยตรงเพิ่มขึ้น 3,698.74 ล้านบาท ในขณะที่หนี้รัฐวิสาหกิจที่ไม่เป็นสถาบันการเงิน หนี้รัฐวิสาหกิจที่เป็นสถาบันการเงิน (รัฐบาลค้ำประกัน) หนี้กองทุนเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงิน ลดลง 7,884.32 ล้านบาท 1,427.33 ล้านบาท และ 0.99 ล้านบาท ตามลำดับ ส่วนหน่วยงานอื่นของรัฐนั้นไม่มีหนี้คงค้าง
หนี้สาธารณะทั้งหมดแยกเป็นหนี้ที่รัฐบาลกู้โดยตรง 2.988 ล้านล้านบาท หนี้รัฐวิสาหกิจที่ไม่เป็นสถาบันการเงิน 1.078 ล้านล้านบาท
หนี้รัฐวิสาหกิจที่เป็นสถาบันการเงินที่รัฐบาลค้ำประกัน 160,649.08 ล้านบาท และหนี้กองทุนเพื่อการฟื้นฟูฯ 30,582.51 ล้านบาท
หนี้สาธารณะจำนวน 4.257 ล้านล้านบาท แบ่งออกเป็นหนี้ต่างประเทศ 358,878.37 ล้านบาท หรือ 8.43% และหนี้ในประเทศ 3.898 ล้านล้านบาท หรือ 91.57% ของยอดหนี้สาธารณะคงค้าง
นายจักรกฤศฏิ์ กล่าวว่า ประเทศไทยมีหนี้ระยะยาว 4.194 ล้านล้านบาท หรือ 98.39% และหนี้ระยะสั้น 68,594.03 ล้านบาท หรือ 1.61% ของยอดหนี้สาธารณะคงค้าง
แหล่งข่าวจากกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า สัดส่วนหนี้สาธารณะในปีนี้มีโอกาสที่จะลดลงอย่างต่อเนื่อง ส่วนหนึ่งเกิดจากการที่รัฐบาลปรับแผนการกู้เงินน้อยลง รวมทั้งมีแผนจัดทำงบสมดุลให้ได้ภายใน 5 ปี
นอกจากนั้น การที่ภาวะเศรษฐกิจไทยเติบโตขึ้น ทำให้ขนาดของเศรษฐกิจสูงถึง 10 ล้านล้านบาทแล้ว ทำให้การคำนวณหนี้สาธารณะต่อจีดีพีที่ออกมาตัวเลขจึงไม่มากนัก
แหล่งข่าวระบุด้วยว่า อัตราหนี้สาธารณะของไทยขณะนี้เมื่อเทียบกับประเทศต่างๆ แล้วยังถือว่าต่ำมาก ยังมีช่องว่างสามารถกู้ได้อีก เพียงแต่ฝ่ายการเมืองเกรงว่าจะถูกโจมตีทางการเมือง ทำให้ต้องลดการกู้เงินไป
อย่างไรก็ตาม หากรัฐบาลใหม่เข้ามาก็มีแนวโน้มที่จะกู้เงินเพื่อลงทุนโครงสร้างพื้นฐานต่อไปอีก เพราะมีการหาเสียงเอาไว้กับประชาชน อีกส่วนเพราะการลงทุนภาครัฐช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจได้ดีมาก และทำให้เอกชนมีความมั่นใจในการเข้ามาลงทุนเพื่อต่อยอดทางเศรษฐกิจ หนุนให้จีดีพีโตขึ้นอีก







