
ขึ้นดอก0.25%
กนง.หารือวันนี้ขึ้นดอกเบี้ยนโยบายอีกดับพิษเงินเฟ้อแม้รัฐอุ้มดีเซล
กนง.หารือวันนี้ขึ้นดอกเบี้ยนโยบายอีกดับพิษเงินเฟ้อแม้รัฐอุ้มดีเซล
กนง.ไม่สน รัฐทุ่ม 4.5 หมื่นล้านอุ้มดีเซลกดเงินเฟ้อ คาดขึ้นดอกเบี้ยนโยบายอีก 0.25%
วันที่ 20 เม.ย. คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) จะประชุมเพื่อดูแนวโน้มเศรษฐกิจ โดยนายพรายพล คุ้มทรัพย์ กรรมการ กนง. มองว่า การอุ้มราคาน้ำมันดีเซลต่อ ไม่น่าจะมีผลให้ กนง.ถึงขั้นต้องปรับทิศทางการดำเนินนโยบายดอกเบี้ยขาขึ้น เพราะน้ำมันเป็นเพียงปัจจัยหนึ่งในเงินเฟ้อ ไม่ใช่ทั้งหมด
“ถ้ารัฐบาลตั้งใจจะอุดหนุนเพื่อเหตุผลการดูแลผลกระทบ หรือผลทางการเมืองก็ไม่ควรจะทำนาน เพราะจะทำให้โครงสร้างราคาน้ำมันเปลี่ยน บิดเบือนกลไกตลาด ที่สำคัญกระทบต่อพฤติกรรมของประชาชนผู้บริโภคที่ควรจะประหยัดเมื่อราคาแพง ไปใช้มากขึ้น นำเข้ามากขึ้นในภาวะที่ราคาน้ำมันในตลาดโลกยังไม่นิ่ง เกิดราคาสูงขึ้นอีก รัฐบาลจะทำอย่างไร เอาเงินที่ไหนมาอุดหนุนเพิ่ม ซึ่งเรื่องนี้ กนง.คงได้นำเข้าพิจารณาในการประชุมวันที่ 20 เม.ย. แต่คงไม่ใช่ปัจจัยสำคัญอย่างเดียวที่จะพิจารณาดอกเบี้ย” นายพรายพลกล่าว
นายศิริ การเจริญดี กรรมการ กนง. กล่าวว่า การดูแลเงินเฟ้อจะต้องดูระยะยาว การอุดหนุนราคาขายปลีกน้ำมันดีเซลของรัฐบาลเป็นเพียงการแก้ไขปัญหาระยะสั้น
“หลังหมดมาตรการอุดหนุนสิ่งที่เรากดไว้อาจจะเด้งสูงขึ้นมากกว่าที่ควรจะเป็น เงินเฟ้อจะสูง ที่ไม่ทยอยขึ้นตามกลไกลปกติ เมื่อถูกกดไว้ก็จะไปเพิ่มสูงเพราะของที่ดกไว้ให้ต่ำพอปล่อยมันจะเร่งขึ้นแรงกว่าเดิม ฉะนั้นการตัดสินใจต้องดูเงินเฟ้อแท้จริงที่ไม่มีมาตรการรัฐมาอุดหนุน ที่สำคัญการอุดหนุนอาจสร้างปัญหาใหม่” นายศิริ กล่าว
ด้านสำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานอ้างการสำรวจนักเศรษฐ ศาสตร์ 20 ราย เห็นว่า ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) จะตัดสินใจขึ้นดอกเบี้ยอีก 0.25% ไปอยู่ที่ 2.75% ในวันที่ 20เม.ย. ซึ่งจะเป็นการปรับขึ้นดอกเบี้ยครั้งที่ 6 ในรอบไม่ถึง 1 ปี แม้รัฐบาลจะประกาศใช้เงินภาษีประชาชนอุดหนุนราคาขายปลีกน้ำมันดีเซลต่อไป หลังจากที่ทั่วเอเชียประสบกับเงินเฟ้อมากขึ้นจากราคาสินค้าโภคภัณฑ์ที่ปรับตัวขึ้น และเงินทุนไหลเข้าอย่างต่อเนื่อง
นายประสาร ไตรรัตน์วรกุลผู้ว่าการ ธปท. กล่าวว่า การที่รัฐลดภาษีสรรพสามิตน้ำมันไปจนสิ้นปีงบประมาณ 2554 จะทำให้อัตราเงินเฟ้อทั่วไปลดลงจากการคาดการณ์ 0.7% และเงินเฟ้อพื้นฐานลดลง 0.3%
ผู้ว่าการ ธปท. กล่าวว่า ที่รัฐบาลตรึงราคาน้ำมันดีเซลต่อไปเพื่อให้ผู้บริโภคและผู้ผลิตได้มีเวลาปรับตัว แต่ก็ควรจะส่งสัญญาณถึงประชาชนว่าราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกยังสูงอยู่ ไม่ควรบิดเบือนราคาน้ำมันที่แท้จริง ซึ่ง ธปท.คาดว่าเงินเฟ้อมีแนวโน้มลดลงในปี 2555 นายพรายพล คุ้มทรัพย์ กรรมการ กนง. มองว่า มาตรการของรัฐบาลไม่น่าจะมีผลให้กนง.ถึงขั้นต้องปรับทิศทางการดำเนินนโยบายดอกเบี้ยขาขึ้น เพราะน้ำมันเป็นเพียงปัจจัยหนึ่งในเงินเฟ้อ ไม่ใช่ทั้งหมด
“จริงๆถ้ารัฐบาลตั้งใจจะอุดหนุน เพื่อเหตุผลการดูแลผลกระทบ หรือผลทางการเมืองก็ไม่ควรจะทำนาน เพราะมันทำให้โครงสร้างราคาน้ำมันเปลี่ยน บิดเบือนกลไกลตลาด ที่สำคัญกระทบต่อพฤติกรรมของประชาชนผู้บริโภคที่ควรจะประหยัดเมื่อราคาแพง ไปใช้มากขึ้น นำเข้ามากขึ้น ในภาวะที่ราคาน้ำมันในตลาดโลกยังไม่นิ่ง เกิดราคาสูงขึ้นอีก รัฐบาลจำทำอย่างไร เอาเงิน
ที่ไหนมาอุดหนุนเพิ่ม ซึ่งมันก็กระทบอีกแง่ ซึ่งเรื่องนี้กนง.คงได้นำเข้าพิจารณาในการประชุม 20 เม.ย.นี้ แต่คงไม่ใช่ปัจจัยสำคัญอย่างเดียวที่จะพิจารณาดอกเบี้ย” นายพรายพลกล่าว
นายศิริ การเจริญดี กนง. กล่าวว่า การอุดหนุนราคาของรัฐบาลเป็นเพียงการแก้ไขปัญหาระยะสั้น การดูแลเงินเฟ้อต้องดูโดยรวมในระยะยาว ไม่ดูตัวเลขที่ลวงตา ต้องดูของจริง เพราะหลังหมดมาตรการอุดหนุนสิ่งที่เรากดไว้อาจจะเด้งสูงขึ้นมากกว่าที่ควรจะเป็น เงินเฟ้อที่ไม่ทยอยขึ้นตามกลไกลปกติ เมื่อถูกกดไว้ก็จะไปเพิ่มสูงเพราะของที่ดกไว้ให้ต่ำพอปล่อยมันจะเร่งขึ้นแรงกว่าเดิม ฉะนั้นการตัดสินใจต้องดูเงินเฟ้อแท้จริงที่ไม่มีมาตรากรมาดำเนินนโยบายการเงินจะดีกว่า เนื่องจากการกเงินเฟ้อชั่วคราวไมได้ทำให้ภาพเงินเฟ้อเปลี่ยน การคาดการณ์เงินเฟ้อสูงยังอยู่ ดีมานด์ ซัปไพร์ ต้นทุนที่สูงขึ้นยังอยู่ ที่สำคัญการอุดหนุนอาจสร้างปัญหาใหม่ จากการต้องนำเข้ามากขึ้น
“การตัดสินใจพิจารณาดำเนินนโยบายดอกเบี้ย กนง.ต้องดูให้รอบครอบ ที่สำคัญต้องจากอัตราเงินเฟ้อที่แม้จริง ว่าอยู่ในระดับเท่าใด เพื่อกำหนดทิศทางดอกเบี้ยเหมาะสม และสอดคล้องกับอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจ คือ ต้องดูเงินเฟ้อกรณีไม่มีมาตรการด้วย ตอนนี้เราก็สบายได้บ้าง เพราะระดับเงินเฟ้อของเราสมดุลกับอัตราการเติบโต” นายศิริกล่าว
นายกอบศักดิ์ ภูตระกูล ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ ธนาคารกรุงเทพ กล่าวว่า การอุดหนุนของภาครัฐบรรเทาเงินเฟ้อได้บ้าง เพราะดีเซลเป็นต้นทุนสินค้าหลายอย่าง แต่ประเด็นที่สำคัญคือราคาน้ำมันโลกจะขึ้นชั่วคราวหรือนานขนาดไหน ซึ่งถ้าราคาขึ้นชั่วคราว การอุดหนุนก็ช่วยเงินเฟ้อได้ แต่ระยะยาวถ้าราคาสูงขึ้นนโยบายการอุดหนุนก็แค่การประวิงเวลาของปัญหา ชะลอเงินเฟ้อไว้เท่านั้น แต่หลังหมดมาตรการช่วงปลายปีเงินเฟ้อก็ขึ้นอยู่ดี เพราะปัญหาเศรษฐกิจโลกยังไม่จบลงง่ายๆ ที่สำคัญการปล่อยให้เงินเฟ้อสูงปลายปี ข้าวของราคาสินค้าขึ้นพร้อมๆกันทุกอย่างเศรษฐกิจไทยยิ่งจะแย่มากขึ้น กว่าที่จะปล่อยให้ราคาค่อยๆทยอยปรับขึ้น
“ภาพเงินฟ้อไม่ได้เปลี่ยน แค่ประวิงเวลาระยะสั้น ระยะยาวอาจจะมีปัญหามากกว่าการไม่อุดหนุนราคา เพราะการอุดหนุนจะทำให้เงินเฟ้อจะพุ่งช่วงปลายปี กลายเป็นปัญหาเหมือนเมื่อช่วงปี 2548 ที่เคยเกิดขึ้นมาแล้ว ในสมัย พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร เป็นนายกฯ คือ คนปรับราคาสินค้าขึ้นพร้อมกันทีเดียว “นายกอบศักดิ์กล่าว







