posttoday
หมดเวลาน้ำมันขาขึ้นถึงเวลาหยุดปั่นเก็งกำไร

หมดเวลาน้ำมันขาขึ้นถึงเวลาหยุดปั่นเก็งกำไร

19 เมษายน 2554

หลังจากปล่อยให้ราคาน้ำมันพุ่งขึ้นต่อเนื่องอย่างน่าวิตก กับเวสต์ เท็กซัส ที่พุ่งขึ้นไปทะลุ 110 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล

หลังจากปล่อยให้ราคาน้ำมันพุ่งขึ้นต่อเนื่องอย่างน่าวิตก กับเวสต์ เท็กซัส ที่พุ่งขึ้นไปทะลุ 110 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล

โดย...ทีมข่าวต่างประเทศ

หลังจากปล่อยให้ราคาน้ำมันพุ่งขึ้นต่อเนื่องอย่างน่าวิตก กับเวสต์ เท็กซัส ที่พุ่งขึ้นไปทะลุ 110 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล จนองค์กรต่างๆ ต้องออกมากระตุกต่อมกังวลต่อภาวะเศรษฐกิจโลก ล่าสุดก็ดูเหมือนว่าสถานการณ์จะบรรเทาลงมาได้บ้าง

ราคาน้ำมันดิบไลต์ สวีต สหรัฐ ลดลงเป็นครั้งแรกในรอบ 4 วัน เมื่อวันที่ 18 เม.ย. โดยลดฮวบลง 1.11 เหรียญสหรัฐ มาอยู่ที่ 108.55 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล

เป็นการลดลงจากปฏิกิริยาของซาอุดีอาระเบีย พี่ใหญ่แห่งวงการน้ำมันโลก ที่ไม่ได้บอกว่าจะผลิตเพิ่ม แต่บอกว่า “ที่ผ่านมา ได้ผลิตจนซัพพลายล้นตลาดไปแล้ว”

นับเป็นการสะท้อนดังๆ ให้โลกได้ฟังว่า ราคาน้ำมันแพงวันนี้ไม่ใช่เรื่องของกลไกตลาด แต่มาจาก “การปั่นเก็งกำไรที่กลับมาอีกครั้ง”

หมดเวลาน้ำมันขาขึ้นถึงเวลาหยุดปั่นเก็งกำไร

แม้จะไม่ได้กล่าวหากันตรงๆ เต็มๆ แต่ก็น่าให้คิดเป็นอย่างยิ่งเมื่อประจวบเหมาะที่ โกลด์แมน แซคส์ กรุ๊ป อิงก์ หนึ่งในธนาคารเพื่อการลงทุนที่ยิ่งใหญ่และมีอิทธิพลที่สุดแห่งหนึ่งในโลก เพิ่งส่งสัญญาณเมื่อไม่นานนี้ให้นักลงทุนของตนเอง “ขายทิ้ง” หุ้นน้ำมัน

เพราะน้ำมัน กำลังกลายเป็นสินค้าโภคภัณฑ์ที่เสี่ยงที่สุดอย่างหนึ่งในวันนี้

เดอะ การ์เดียน ได้อ้างรายงานของโกลด์แมนที่แนะนำให้ลูกค้าขายหน่วยลงทุนในน้ำมัน ทองแดง แพลทินัม และฝ้าย โดยให้เหตุผลว่า การเก็งกำไรในตลาดน้ำมันล่วงหน้าอย่างท่วมท้น ได้ทำให้ราคาน้ำมันดิบทะยานขึ้นอย่างรุนแรงในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมา และส่งผลให้ในระยะสั้นนั้นไม่น่าเข้าไปเสี่ยงสักเท่าไรนัก

ตลอดช่วง 4 เดือนที่ผ่านมานับตั้งแต่ ม.ค.2554 ตะกร้าราคาสินค้า CCCP ซึ่งประกอบด้วยน้ำมันดิบ ทองแดง ฝ้าย และถั่วเหลือง ได้ทำราคาพุ่งขึ้นไปแล้วถึง 25% และคำแนะนำของโกลด์แมน แซคส์ก็คือค่อยๆ ถอยออกมาก่อนที่ราคาจะตกลง

สำนักข่าวรอยเตอร์สได้คำนวณว่า ราคาน้ำมันราว 27 เหรียญสหรัฐที่ปรับตัวสูงขึ้นนั้น เป็นผลมาจากการเก็งกำไร หาใช่กลไกดีมานด์ซัพพลายของตลาดไม่

ขณะที่รายงานของแผนกติดตามเฮดจ์ฟันด์ ธนาคารแบงก์ ออฟ อเมริกา เมอร์ริล ลินช์ ก็ระบุว่าในเดือนนี้ มูลค่าของสัญญาน้ำมันที่ซื้อขายกันในตลาดล่วงหน้า ก็พุ่งทุบสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์ไปแล้วถึง 2.67 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 8 แสนล้านบาท)

จึงไม่น่าแปลกใจว่าเหตุใด ช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมาจึงมีองค์กรหลายต่อหลายแห่งที่ร่วมกันประสานเสียงแสดงความกังวลต่อสถานการณ์ราคาน้ำมันโลกในวันนี้

ที่ประชุม 5 ประเทศตลาดเกิดใหม่ บริกส์ ประกอบด้วย บราซิล รัสเซีย อินเดีย จีน และแอฟริกาใต้ ออกแถลงการณ์ตอนหนึ่งว่า ราคาสินค้าโภคภัณฑ์ที่ผันผวนอย่างหนักเป็นปัจจัยเสี่ยงต่อการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลก และควรต้องมีการควบคุมบางอย่างในตลาดซื้อขายสินค้าล่วงหน้า เพื่อป้องกันผลกระทบจากความผันผวนนี้

ขณะที่กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ) และธนาคารโลก ก็ย้ำในทิศทางเดียวกันว่าน้ำมันแพง เป็นปัจจัยเสี่ยงที่น่ากลัวที่สุดอย่างหนึ่งต่อการขยายตัวของเศรษฐกิจโลกในช่วง 1–2 ปีข้างหน้านี้

“หากราคาน้ำมันพุ่งขึ้นอย่างฉับพลันและยาวนาน จะส่งผลกระทบต่อการขยายตัวของเศรษฐกิจโลกระหว่าง 0.3-1.2% ในปี 2554 และปี 2555” โรเบิร์ต โซลลิก ประธานธนาคารกลางโลก กล่าวหลังการประชุมที่กรุงวอชิงตัน สหรัฐ

เรียกได้ว่าประเทศเขตเศรษฐกิจยักษ์ใหญ่ทั่วโลกตั้งแต่สหรัฐ ยุโรป ไปจนถึงเอเชีย ต่างก็ส่งสัญญาณว่าจะไม่อดทน ต่อราคาน้ำมันแพงอีกต่อไป

และแน่นอนว่าเรื่องนี้จะขาดตัวละครสำคัญอย่าง “โอเปก” กลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมันรายใหญ่ที่สุดของโลก ซึ่งมักตกเป็นจำเลยเรื่องน้ำมันแพงมาหลายต่อหลายครั้งไปไม่ได้เด็ดขาด

แต่ในครั้งนี้ อาลี อัลไนมี รัฐมนตรีน้ำมันของซาอุดีอาระเบีย กล่าวเพียงสั้นๆ ก่อนการประชุมรัฐมนตรีพลังงานทั่วเอเชีย ที่ประเทศคูเวต ว่า ซาอุฯ สามารถส่งออกน้ำมันเพิ่มได้ทันต่อความต้องการของโลกอย่างแน่นอน

“แต่ตลาดในวันนี้ ก็มีน้ำมันมากเกินกว่าความต้องการ (โอเวอร์ ซัพพลาย) อยู่แล้ว” อัลไนมี กล่าว

เรียกว่าทั้งหมดนี้เป็นเสียงสะท้อนดังๆ ไปยังเหล่า “นักเก็งกำไร” ในตลาดสินค้าโภคภัณฑ์ล่วงหน้าว่า หากยังไม่เพลาๆ การปั่นราคา เศรษฐกิจทั้งโลกก็อาจกลับมาวิบัติอีกครั้ง ไม่ต่างจากเมื่อช่วงกลางปี 2551 ที่ราคาน้ำมันทะยานไปถึงระดับ 147 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล และนักวิเคราะห์ส่วนใหญ่ได้ลงความเห็นหลังจากนั้นว่า เป็นผลพวงจากการเก็งกำไรกันอย่างบ้าคลั่ง

แต่ในครั้งนี้ หลายฝ่ายที่เกี่ยวข้องคงไม่ปล่อยให้เกิดขึ้นซ้ำสองอีก

แม้แต่นักเก็งกำไรเองก็รู้ดีมากขึ้นว่า ควรถอยออกมาเมื่อไร...

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท