posttoday
นิคม-ดิเรก-ธีรเดช ชิงดำประธานสภาสูง

นิคม-ดิเรก-ธีรเดช ชิงดำประธานสภาสูง

18 เมษายน 2554

กระชั้นเข้ามาทุกทีกับศึกชิงตำแหน่งประธานวุฒิสภา ที่วางคิวไว้วันศุกร์ที่ 22 เม.ย. ที่จะได้รู้ว่าประธานวุฒิสภาคนใหม่จะมาจากฟากสรรหา หรือฟากเลือกตั้ง....

กระชั้นเข้ามาทุกทีกับศึกชิงตำแหน่งประธานวุฒิสภา ที่วางคิวไว้วันศุกร์ที่ 22 เม.ย. ที่จะได้รู้ว่าประธานวุฒิสภาคนใหม่จะมาจากฟากสรรหา หรือฟากเลือกตั้ง....

โดย...ทีมข่าวการเมือง

กระชั้นเข้ามาทุกทีกับศึกชิงตำแหน่งประธานวุฒิสภา ที่วางคิวไว้วันศุกร์ที่ 22 เม.ย. ที่จะได้รู้ว่าประธานวุฒิสภาคนใหม่จะมาจากฟากสรรหา หรือฟากเลือกตั้ง

แน่นอนว่าการรีบเร่งคัดสรรตำแหน่งประธานสภาสูงในห้วงเวลานี้ อยู่ที่เงื่อนไขการ “ยุบสภา” ของนายกรัฐมนตรี อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ที่ยืนยันตามนัดหมายเดิม ต้นเดือนหน้า แม้ 3 กฎหมายลูกจะออกอาการดีเลย์เล็กน้อยในช่วงการพิจารณาของวุฒิสภา

ทันทีที่ “สภาล่าง” ตกอยู่ในฐานะสุญญากาศ “สภาสูง” จะเพิ่มบทบาทหน้าที่ตัวเองขึ้นมาทันที และดูจะมีผลมากขึ้นในช่วงเวลาการเลือกตั้ง ที่ว่ากันว่าจะเป็นการแข่งขันที่ดุเดือดกันอีกรอบหนึ่งในประวัติศาสตร์การเมืองไทย

ตำแหน่งประธานวุฒิสภาในห้วงเวลานี้จึงมีบทบาทสำคัญต่อทิศทางการเมืองไทยไม่น้อย การแข่งขันเพื่อเข้าสู่ตำแหน่งประธานวุฒิสภาจึงต้องเข้มข้นกว่าบรรยากาศปกติ

ที่ผ่านมาหลังหมดวาระการทำหน้าที่ 3 ปี ของประสพสุข บุญเดช ประธานวุฒิสภา จากภาคสรรหา หลายเสียงสะท้อนจากวุฒิสมาชิกเห็นไปในทิศทางเดียวกันว่า ประธานวุฒิสภาคนใหม่ควรมาจากภาคเลือกตั้ง แม้จะไม่มีกำหนดไว้ในระเบียบปฏิบัติอย่างเป็นทางการก็ตาม

นิคม-ดิเรก-ธีรเดช ชิงดำประธานสภาสูง

ถึงขั้นที่หลังการทำหน้าที่ 2 ปีกว่า ประธานประสพสุข จะเริ่มถูก สว.เลือกตั้ง แซะลงจากเก้าอี้ด้วยการหยิบยก “สัญญาใจ” ที่เคยให้ไว้ว่าจะอยู่ในตำแหน่ง 2 ปีก่อนเปิดให้คนอื่นขึ้นมาทำหน้าที่ ทว่าสุดท้ายด้วยเหตุผล หรือข้ออ้าง ที่ระบุว่าบ้านเมืองอยู่ในสภาพไม่ปกติทำให้ยังต้องกอดเก้าอี้จนครบวาระ 3 ปี

ครั้งนี้จึงเชื่อว่า “แคนดิเดต” จากฝั่ง สว.เลือกตั้ง น่าจะมาแรง ทั้ง นิคม ไวยรัชพานิช สว.ฉะเชิงเทรา พ่วงตำแหน่งรองประธานวุฒิสภาคนที่ 1 ที่จองกฐินคั่วเก้าอี้ประธานวุฒิสภามาตั้งแต่ “ประสพสุข” ยังไม่ลงจากตำแหน่ง

แน่นอนด้วยฐานเสียงเดิมที่เคยหนุนให้นั่งเก้าอี้รองประธานวุฒิสภาคนที่ 1 กับประสบการณ์ 2 ปีกว่าในตำแหน่งนี้ โอกาสครั้งนี้ “นิคม” น่าจะได้มีภาษีดีกว่าคู่แข่งคนอื่น โดยเฉพาะท่าทีชัดเจนกับการเป็นปากเป็นเสียงให้กลุ่ม สว.เลือกตั้ง

จะติดปัญหาก็ตรงเงื่อนไขที่เจ้าตัวยังดำรงตำแหน่งรองประธานวุฒิสภา ไม่ลาออกจากตำแหน่ง ทำให้ถูกหยิบยกมาเป็นประเด็นโจมตี

“ผมมีความมั่นใจไม่แพ้คนอื่นๆ ซึ่งเรื่องนี้ขึ้นอยู่กับเสียงของ สว.ทุกคน ทั้งนี้ในการลงชิงตำแหน่งผมคงไม่ลาออกจากรองประธานวุฒิสภา เนื่องจากไม่มีข้อบังคับทางกฎหมายที่ระบุว่าการลงเลือกประธานวุฒิสภา คนที่มีหน้าที่เป็นรองประธานวุฒิสภาต้องลาออกจากตำแหน่งเดิมก่อน ที่ผ่านมา สมัยท่านอุกฤษ มงคลนาวิน ก็ไม่ลาออกจากตำแหน่งรองประธานสภาก่อน แต่ก็เสนอตัวชิงตำแหน่งประธาน”

นั่นทำให้คู่แข่งคนสำคัญอย่าง “ดิเรก ถึงฝั่ง” สว.นนทบุรี มีโอกาสตีตื้นไล่ทำคะแนนอยู่บ้าง โดยเฉพาะกับบทบาทที่ผ่านมาในฐานะประธานคณะกรรมการสมานฉันท์เพื่อการปฏิรูปการเมือง และการศึกษาแก้ไขรัฐธรรมนูญ ที่เน้นประกาศตัวขายความเป็นกลาง ไม่เข้ากับสีไหน ฝ่ายไหน

“หาก สว.สรรหาชุดใหม่ที่เข้ามาเป็นอดีต สว.สรรหาชุดเก่าได้รับการสรรหาเข้ามาอีกครั้ง ผมมั่นใจว่าจะต้องเลือกผมเป็นประธานวุฒิสภาอย่างแน่นอน เพราะรอบที่แล้ว สว.สรรหามีแนวโน้มที่จะเลือกผมเป็น เนื่องจากผมยังมีคุณสมบัติพิเศษในเรื่องของความเป็นกลาง”

อย่างไรก็ตาม ไม่อาจประมาท “กฤช อาทิตย์แก้ว” สว.กำแพงเพชร ที่ประกาศตัวเป็นทางเลือกที่สาม ด้วยฐานเสียงจากบรรดา สว.ลูกหม้อมหาดไทย ที่มีอยู่จำนวนไม่น้อย ดังจะเห็นจากการผนึกกำลังออกมาประณามและเดินเรื่องให้สอบสวนการซื้อขายตำแหน่งผู้ว่าฯ และตำแหน่งอื่นๆ

ดังนั้น การต้องแชร์เสียงโหวตจาก สว.เลือกตั้งด้วยกันเอง ย่อมทำให้โอกาสที่ “ตาอยู่” อย่าง พล.อ.ธีรเดช มีเพียร สว.สรรหาป้ายแดง ที่มีดีกรีเป็นถึงอดีตปลัดกระทรวงกลาโหม และอดีตผู้ตรวจการแผ่นดิน ได้ลุ้นชิงตำแหน่งประธานวุฒิสภารอบนี้

ทันทีหลังประกาศชื่อ 73 สว.สรรหา เย็นวันที่ 12 เม.ย.ที่ผ่านมา ได้มีการนัดรวมตัวที่โรงแรมแห่งหนึ่ง พร้อมจุดประเด็นเรื่องการสนับสนุน พล.อ.ธีรเดช ชิงตำแหน่งประธานวุฒิสภา

ถัดมา 17 เม.ย. มีการนัดหารือกันอีกครั้ง เพื่อเตรียมความพร้อมก่อนการประชุมวุฒิสภานัดแรกของ สว.สรรหาชุดนี้ เพิ่มเติมด้วยประเด็นเตรียมความพร้อมกับตำแหน่งกรรมาธิการชุดใหม่ของวุฒิสภาที่จะต้องเลือกกันใหม่หลังมี สว.สรรหาชุดนี้

งานนึ้จึงต้องรอดูโค้งสุดท้ายว่าบรรดาแคนดิเดตจาก สว.เลือกตั้งทั้ง 3 คน จะหาทางออกกับเรื่องนี้อย่างไร เพราะตราบใดที่ยังลงสนามแข่งขันทั้งหมด โอกาสตัดคะแนนกันเองย่อมเป็นไปได้สูง และไม่เป็นผลดีต่อทั้ง 3 คน

อีกด้านหนึ่งต้องมองไปถึงความเป็นเอกภาพของ สว.สรรหา ชุดนี้ ว่าจะเทน้ำหนักไปทางใด

ยิ่งมองจากโครงสร้าง สว.สรรหาชุดนี้ กลุ่มแรกเป็น สว.สรรหาชุดเก่า 31 คน ที่มี “กลุ่ม 40 สว.” ถึง 23 คน พลังที่เป็นกลุ่มก้อนนี้จึงมีผลอย่างมากต่อการเลือกตั้งประธานวุฒิสภา

ยังไม่รวมกับกลุ่มอดีตเครือข่ายกองทัพ หรือคณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติ (คมช.) เกือบ 20 คน จนถูกวิพากษ์วิจารณ์ในตอนแรกว่าเป็นการวางเครือข่ายสืบทอดอำนาจ อาทิ พล.อ.สมเจตน์ บุญถนอม พล.ร.อ.ศิษฐวัชร วงษ์สุวรรณ น้องชาย พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รมว.กลาโหม

ดังนั้น เสียงที่จะชี้วัดตำแหน่งประธานวุฒิสภาเที่ยวนี้จึงไปอยู่ที่ สว.สรรหาหน้าใหม่ว่าจะผนึกกำลังเทคะแนนไปทางไหน

อีกเสียงสะท้อนที่สำคัญเวลานี้คือหาก “นิคม” ยังยืนยันลงชิงเก้าอี้ประธานวุฒิสภาโดยไม่ลาออก ย่อมเป็นที่วิตกว่า ตำแหน่งประธานวุฒิสภา และรองประธานทั้งสองคนจะถูกผูกขาดด้วย สว.ซีกเลือกตั้งทั้งหมด ซึ่งนั่นจะกลายเป็นปัจจัยที่ทำให้ สว.สรรหาอาจใช้เป็นข้ออ้างดัน พล.อ.ธีรเดช ขึ้นตำแหน่งประธานวุฒิสภา แทนที่จะปล่อยให้เป็นฝ่ายของ สว.เลือกตั้ง

การเลือกตั้งประธานวุฒิสภาเที่ยวนี้จึงน่าจะแข่งขันกันสูง และอาจถึงขั้นต้องลงคะแนน 2 รอบ

เมื่อระเบียบขั้นตอนการเลือกประธานวุฒิสภาระบุ กรณีผู้ที่ได้รับคะแนนสูงสุดมีคะแนนไม่ถึงกึ่งหนึ่งของจำนวนสมาชิก จะต้องนำรายชื่อคนที่ได้คะแนนอันดับ 1 และ 2 มาแข่งขันกันใหม่

โอกาสที่ได้เห็นการชิงดำระหว่าง สว.สรรหา และ สว.เลือกตั้ง จึงน่าจะอยู่ที่รอบนี้ที่จะตัดสินชี้ขาดตำแหน่งประธานวุฒิสภา ส่วนใครจะชนะนั้นขึ้นอยู่กับการผนึกกำลังรวบรวมเสียง

ยิ่งโค้งสุดท้าย คงวิ่งกันฝุ่นตลบ !!!

ข่าวล่าสุด

โปรแกรมบอล บอลวันนี้ ดูบอลสด ถ่ายทอดสด วันเสาร์ที่ 17 ต.ค. 69

โปรแกรมบอล บอลวันนี้ ดูบอลสด ถ่ายทอดสด วันเสาร์ที่ 17 ต.ค. 69