
เตือนใช้เครื่องดื่มชูกำลังแก้เมาค้างเสี่ยงหลับใน
โฆษกกระทรวงสาธารณสุข เตือนนักดื่มไม่ควรดื่มเครื่องดื่มชูกำลังแก้อาการเมาค้าง เพราะเสี่ยงต่อการหลับใน แนะควรนอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ รับประทานผักผลไม้ให้มากขึ้น
โฆษกกระทรวงสาธารณสุข เตือนนักดื่มไม่ควรดื่มเครื่องดื่มชูกำลังแก้อาการเมาค้าง เพราะเสี่ยงต่อการหลับใน แนะควรนอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ รับประทานผักผลไม้ให้มากขึ้น
นพ.สุพรรณ ศรีธรรมมา โฆษกกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) กล่าวว่า ปัญหาที่มักเกิดตามมาหลังเทศกาลสงกรานต์ทุกปีก็คือ ภาวะถอนเหล้า มักพบในรายที่ดื่มสุราฉลองเทศกาลติดต่อกันหลายวัน เมื่อหมดเทศกาลและหยุดดื่มเพราะต้องเดินทางกลับไปทำงาน ส่วนใหญ่อาการเกิดจะหลังหยุดดื่มประมาณ 2-3 วัน อาการแตกต่างกันไป รายที่มีอาการน้อย เช่นอ่อนเพลีย คลื่นไส้อาเจียน หงุดหงิด นอนไม่หลับ กระสับกระส่าย โดยอาการจะค่อยๆดีขึ้น ภายใน 2-3 วัน
ในรายที่มีอาการมาก โดยเฉพาะในกลุ่มที่ติดสุราเรื้อรังจะเกิดอาการรุนแรง เนื่องจากตับถูกแอลกอฮอล์ทำลายมาก จะมีอาการทางระบบประสาท พูดจาเพ้อเจ้อ สับสน มือสั่นมาก เหงื่อออกมาก เห็นภาพหลอน ชักและอาจโคม่าได้ ขอให้รีบพาไปพบแพทย์ที่โรงพยาบาลใกล้บ้าน และแจ้งประวัติการดื่มเหล้าแก่แพทย์ทราบด้วย เพื่อให้การดูแลอย่างถูกวิธี
ทั้งนี้ สาเหตุที่ทำให้ผู้ดื่มเหล้าเกิดอาการอ่อนเพลียหลังหยุดดื่ม เนื่องจากขณะดื่มมักไม่รับประทานอาหาร จึงทำให้ร่างกายเกิดภาวะขาดสารอาหาร ระดับเกลือแร่ในร่างกายอยู่ในสภาวะไม่สมดุล ในการแก้ไขอาการอ่อนเพลีย ขอแนะนำให้นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ รับประทานผักผลไม้ให้มากขึ้น หรือรับประทานวิตามินเสริม และดื่มน้ำหวานเพื่อช่วยให้ร่างกายสดชื่นขึ้น
"สธ.ไม่แนะนำให้ดื่มเครื่องดื่มชูกำลัง เนื่องจากเครื่องดื่มดังกล่าวมีสารประเภทคาเฟอีนเป็นส่วนประกอบ จะไปกระตุ้นร่างกายให้ตื่นตัวมากขึ้นขณะที่ร่างกายต้องการพักผ่อน หากเป็นไปได้ ควรหลีกเลี่ยงการขับขี่ยานพาหนะทุกประเภท เนื่องจากอาจทำให้เกิดอุบัติเหตุได้ง่าย จากการหลับในเพราะความอ่อนเพลีย และการตัดสินใจไม่ดีพอ"นพ.สุพรรณกล่าว
นพ.สุพรรณกล่าวอีกว่า สำหรับผู้ที่มีความเชื่อว่าหลังหยุดดื่มเหล้าใหม่ๆจะต้องใช้วิธีเติมเชื้อ โดยลดปริมาณการดื่มน้อยลงเรื่อยๆ และค่อยๆหยุด เพราะกลัวว่าหากหยุดดื่มทันทีจะทำให้เกิดอาการเมาค้างรุนแรงนั้น ส่วนใหญ่มักใช้วิธีนี้ไม่สำเร็จ พอดื่มไปแล้วก็จะติดลม หยุดไม่ได้ และอาจกลายเป็นผู้ติดสุรารายใหม่ได้







