posttoday
ล้มดีลเปลี่ยนขั้ว

ล้มดีลเปลี่ยนขั้ว

05 กุมภาพันธ์ 2553

ความไม่ลงรอยกันในพรรคร่วมรัฐบาล โดยเฉพาะเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญที่พรรคประชาธิปัตย์มีมติไม่เห็นด้วยกับ 5 พรรคร่วมรัฐบาล ในประเด็นแก้ระบบเลือกตั้งกลับมาเป็นแบบเขตเดียวเบอร์เดียว ทำให้เกิดความเคลื่อนไหวเพื่อพยายามเปลี่ยนขั้วรัฐบาลในช่วงที่ผ่านมา

เริ่มจาก บิ๊กเติ้ง “บรรหาร ศิลปอาชา” ผู้นำพรรคตัวจริงเสียงจริงของพรรคชาติไทยพัฒนา สั่งการให้มือขวา เฮียตือ “สมศักดิ์ ปริศนานันทกุล” อดีตรองหัวหน้าพรรคชาติไทย ต่อสายตรงถึง “เฉลิม อยู่บำรุง” ประธานสส.พรรคเพื่อไทย เพื่อให้พรรคเพื่อไทยสนับสนุนเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญตามพรรคร่วม 5 พรรค แต่ “เฉลิม” ปฏิเสธไม่ยอมรับเงื่อนไข โดยอ้างว่าพรรคต้องการนำรัฐธรรมนูญปี 2540 มาใช้ทั้งฉบับ

ทว่า พรรคชาติไทยพัฒนายังไม่ละความพยายาม และได้ติดต่อไปยังแกนนำพรรคเพื่อไทยหลายสาย เพื่อให้หันมาสนับสนุนการแก้ไขรัฐธรรมนูญ และผลการดีลเรื่องรัฐธรรมนูญครั้งนี้ได้ทอดสะพานนำไปสู่การพูดคุยเรื่องเปลี่ยนขั้วรัฐบาล

เมื่อเจ๊แดง “เยาวภา วงศ์สวัสดิ์” น้องสาว พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ส่ง “วรวัจน์ เอื้ออภิญญากุล” ในฐานะเด็กพรรคชาติไทยเดิมมาพูดคุย

ออปชันแรกที่พรรคเพื่อไทยเสนอ คือ ให้คนของพรรคชาติไทยพัฒนาเป็นนายกรัฐมนตรี คือ พล.ต.สนั่น ขจรประศาสน์ รองนายกรัฐมนตรี ประธานที่ปรึกษาพรรคชาติไทยพัฒนา

ออปชันสอง หากคนของพรรคชาติไทยพัฒนาไม่พร้อมเป็นนายกรัฐมนตรี ให้เป็นคนของพรรคร่วมซึ่งอาจจะเป็นนายชาญชัย ชัยรุ่งเรือง รมว.อุตสาหกรรม หัวหน้าพรรคเพื่อแผ่นดิน

ทว่า เงื่อนไขดังกล่าวยังไม่ทันที่จะมีการคุยต่อยอด มีข่าวรั่วออกมาก่อน ทำเอาเจ้าของบ้านจรัลเก็บข้อเสนอนี้เข้าลิ้นชัก และพยายามขอให้ร่วมกันแก้รัฐธรรมนูญให้เสร็จสิ้นก่อน

ขณะที่ความเคลื่อนไหวในการเปลี่ยนขั้วดังกล่าวตกอยู่ในสายตาแกนนำพรรคประชาธิปัตย์และทหารตลอด จึงได้พยายามสกัดดีลนี้ โดยฝ่ายทหารเองก็พยายามประสานแกนนำพรรคร่วมเพื่อให้ช่วยกันประคับประคองรัฐบาลกันต่อไป

จึงทำให้ดีลเปลี่ยนขั้วที่จะมี พล.ต.สนั่น เป็นนายกรัฐมนตรี ต้องพับไปโดยสนิท

อย่างไรก็ตาม ความเคลื่อนไหวในการเปลี่ยนขั้วของพรรคเพื่อไทยยังมีอยู่อย่างต่อเนื่อง โดยมีสูตรดังนี้ หาก 5 พรรคร่วมรัฐบาล ยกเว้นซีก เนวิน ชิดชอบ จากพรรคภูมิใจไทย ตัดสินใจมาอยู่กับเพื่อไทย ก็จะมีเสียงพอที่จะตั้งรัฐบาลได้ทันที

ทั้งนี้ เสียงรัฐบาลขณะนี้มีทั้งหมด 276 เสียง จาก 475 เสียง แยกเป็นพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) 172 เสียง ภูมิใจไทย (ภท.) 33 เพื่อแผ่นดิน (พผ.) 32 ชาติไทยพัฒนา (ชทพ.) 25 รวมใจไทยชาติพัฒนา (รช.) 9 และกิจสังคม (กส.) 5

ขณะที่ฝ่ายค้านรวมกันประมาณ 199 เสียง แยกเป็นเพื่อไทย (พท.) 189 เสียง ประชาราช (ปชร.) 7 และมาตุภูมิ 3

ดังนั้น หากพรรคร่วมยกเว้นพรรคภูมิใจไทยมาร่วมกับพรรคเพื่อไทย จะได้เสียง 269 ซึ่งแยกตามพรรคดังนี้ พท. 188 เสียง ปชร. 7 มาตุภูมิ 3 พผ. 32 ชทพ. 25 รช. 9 และกส. 5

สูตรดังกล่าวที่ว่านี้ยังมีการเคลื่อนอย่างต่อเนื่องจนกว่าจะจบการอภิปรายไม่ไว้วางใจ

ขณะเดียวกันเมื่อดีลการเปลี่ยนขั้วล่มลง แกนนำในเพื่อไทยเองบางส่วนยังมีแนวทางที่จะคว่ำรัฐบาลให้ได้ โดยพยายามหว่านล้อมให้สมาชิกของพรรคส่วนใหญ่โหวตให้มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญตามพรรคร่วม แต่ไม่ต้องเป็นมติพรรคโดยให้มีการฟรีโหวต

ทั้งนี้ เพื่อต้องการให้ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี หน้าแตก และแกนนำพรรคประชาธิปัตย์หาทางยับยั้งไม่ให้การแก้ไขรัฐธรรมนูญที่พรรคประชาธิปัตย์คัดค้านสำเร็จ ซึ่งมีวิธีเดียวเท่านั้นคือการยุบสภา ซึ่งแนวทางดังกล่าวสส.ในพรรคเพื่อไทยหลายคนเริ่มเห็นคล้อยตาม

เกมกลยุทธ์ดังกล่าวจะสัมฤทธิผลแค่ไหนต้องติดตามอย่ากะพริบ การเมืองพลิกผันได้ตลอดเวลา

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท