
หมอหญิงเผยนาทีชีวิตถูกหนุ่มคลั่งใช้ปืนจ่อหัว
แพทย์หญิงเหยื่อหนุ่มคลั่งเผยวินาทีถูกจี้ ระบุคนร้ายท่าทางไม่ปกติคล้ายคนเมายา พร้อมใช้ด้ามปืนทุบหัว 2 ครั้งก่อนใช้ปืนจี้หัวตลอดเวลา
แพทย์หญิงเหยื่อหนุ่มคลั่งเผยวินาทีถูกจี้ ระบุคนร้ายท่าทางไม่ปกติคล้ายคนเมายา พร้อมใช้ด้ามปืนทุบหัว 2 ครั้งก่อนใช้ปืนจี้หัวตลอดเวลา
เมื่อเวลา 13.30 น. วันที่ 16 เม.ย. แพทย์โรงพยาบาล ราชวิถี ได้ย้าย พญ.พิภัทรา สายโลหิต หรือ หมอกวาง ออกจากห้อง ไอซียู ชั้น 3 ตึกสิรินธร เพื่อมาพักฟื้นที่หอผู้ป่วยพิเศษเดี่ยว 10 ข ชั้นที่ 10 ห้อง 102 โดย พญ.พิภัทรา ได้กล่าว ถึงวินาที ที่ถูก นายธาดา อินทมาศ คนร้ายเข้าจี้ชิงรถและขณะที่เจ้าหน้าที่ได้วิสามัญคนร้ายว่า ขณะเกิดเหตุตนพร้อมมารดากำลังลงไปช่วยแท็กซี่ที่โดนยิง ระหว่างนั้นคนร้ายเดินมาเปิดประตูรถตน ก่อนไล่ให้แม่ตนที่นั่งข้างคนขับลงจากรถ จากนั้นใช้ด้ามปืนพกทุบที่ศรีษะตน 2 ครั้ง ก่อนไล่ให้ไปนั่งเบาะข้างคนขับแทน และขึ้นมาขับรถ พร้อมสั่งให้ตนก้มหมอบลง ตนตกใจและกลัวมาก นายธาดา ใช้ปืนจี้ตนตลอดทาง ไม่รู้ขับไปทิศทางไหน
"คนร้ายท่าทางไม่ปกติ คล้ายคนเมายา พูดวกไปวนมา กระทั่งวินาทีที่ตำรวจยิงมาก็ได้ก้มศรีษะหมอบ ส่วนกระสุนรู้ว่ามาจากนอกรถเพราะปืนคนร้ายจ่อที่หัวตลอดเวลา เนื่องจากมีสติตลอด รู้สึกเจ็บที่แขน ท้อง และหลัง ขณะนี้อาการดีขึ้นแล้ว แพทย์ได้ผ่าตัดเอาหัวกระสุนที่ท้อง ซึ่งเป็นจุดที่อันตรายที่สุดออกแล้ว ส่วนที่แขนซ้าย และด้านหลังยังไม่ได้ผ่าตัดออก เนื่องจากไม่เป็นอันตราย"พญ.พิภัทรากล่าว
ต่อมาเวลา 14.30 น. นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ รมว.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรีพร้อมด้วย พญ.วารุณี จินารัตตน์ ผอ.รพ.ราชวิถี เดินทางมาเยี่ยมดูอาการ พญ.พิภัทรา โดย นายองอาจ กล่าวว่า นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี อยากเดินทางมาเยี่ยมด้วยตัวเอง แต่ต้องดูภารกิจก่อน จึงฝากตนมาเยี่ยมให้กำลังใจแทน พญ.พิภัทร และตำรวจที่บาดเจ็บสาหัส รวมถึงแท็กซี่ที่เสียชีวิตด้วย เป็นพลเมืองดีที่น่ายกย่อง ช่วยเหลือผู้อื่น ไม่กลัวอันตราย ในส่วนเรื่องการเยียวยาด้านผู้บาดเจ็บและเสียชีวิต กระทรวงยุติธรรม และกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ เป็นผู้ดูแล เพราะมีหลักเกณฑ์ สิทธิต่างๆ
ขณะที่ตำรวจที่เสียชีวิต และบาดเจ็บนั้น ทราบว่ามีเงินสงเคราะห์ตำรวจ ค่อนข้างมาก แต่ที่สำคัญที่สุดเป็นน้ำใจคนไทยที่ช่วยเหลือผู้อื่น และเป็นแบบอย่างที่ดีแก่เยาวชน
ด้าน พญ.วารุณี จินารัตตน์ ผอ.โรงพยาบาลราชวิถี เผยว่า หลังผ่าตัดเอาหัวกระสุนที่กระเพาะอาหารผู้บาดเจ็บออกแล้ว พญ.พิภัทรา รู้สึกตัวดี แพทย์เจ้าของไข้อนุญาตย้ายออกจากห้องไอซียู มาพักฟื้นห้องอื่นได้ ส่วนที่แขนซ้ายนั้นดูจากฟิมล์เอ็กซ์เรย์เห็นเป็นเศษกระสุนและไยวัสดุต่างที่ มาจากในรถ ส่วนที่หลังนั้นเป็นหัวกระสุนใกล้เส้นประสาทและกระดูกสันหลัง แพทย์เจ้าของไข้ต้องวิเคราะห์ว่าต้องผ่าออกหรือไม่ เพราะหากการผ่าตัดออก เสี่ยงไปตัดเส้นประสาทและอาจมีอันตรายมากกว่าที่ปล่อยให้กระสุนอยู่ในร่างกาย อีกทั้ง พญ.พิภัทรา มีความรู้ด้านการแทพย์ หากกระสุนในร่างกายมีผลกระทบต่อร่างกายและการทำงาน ก็ติดต่อแพทย์เจ้าของไข้มาผ่าออกได้







