posttoday
บีบราคาตรึงสินค้า3เดือน

บีบราคาตรึงสินค้า3เดือน

05 กุมภาพันธ์ 2553

 โพสต์ทูเดย์ — พรทิวาเล็งเรียกผู้ผลิตและร้านค้า กล่อมตรึงราคา 3 เดือน หลังแห่ยื่นขอปรับ แต่น้ำมันขึ้นแล้ววันนี้ 50 สจ่อขยับ ห่วงเงินเฟ้อพุ่ง ทำการใช้จ่ายประชาชนชะงักตางค์

 โพสต์ทูเดย์ — พรทิวาเล็งเรียกผู้ผลิตและร้านค้า กล่อมตรึงราคา 3 เดือน หลังแห่ยื่นขอปรับ แต่น้ำมันขึ้นแล้ววันนี้ 50 สจ่อขยับ ห่วงเงินเฟ้อพุ่ง ทำการใช้จ่ายประชาชนชะงักตางค์

นางพรทิวา นาคาศัย รมว.พาณิชย์ เปิดเผยว่า สัปดาห์หน้าจะเชิญผู้ผลิตสินค้าทุกกลุ่มทั้งหมวดเกษตร อุตสาหกรรม สินค้าอุปโภคบริโภคที่จำเป็น อาหารกระป๋อง รวมถึงร้านค้าปลีกสมัยใหม่หรือโมเดิร์นเทรด มาหารือ เพื่อรับทราบสถานการณ์สินค้าในช่วงต้นปี พร้อมทั้งขอความร่วมมือตรึงราคาสินค้าในรายการที่ยังแบกรับภาระต่อไปได้อีก 3 เดือน เพื่อไม่ให้กระทบเงินเฟ้อ ฉุดเศรษฐกิจฟื้นตัวช้าลง

“ที่ผ่านมามีสินค้าหลายรายการทยอยขอปรับ หรือแจ้งขึ้นราคามายังกรมการค้าภายในแล้ว เช่น เหล็กแผ่นรีดเย็นเคลือบโครเมียม และดีบุก (ทินเพลต) เหล็ก สายไฟ แบตเตอรี่ น้ำปลา จึงต้องหารือร่วมกัน เพื่อดูราคาให้เหมาะสม” นางพรทิวา กล่าว

สำหรับกรณีสินค้าทินเพลต ก่อนหน้านี้แจ้งว่า เมื่อมีการขึ้นราคาจะไม่กระทบต่อราคาอาหารกระป๋องในประเทศ แต่พอขึ้นจริงราคาในประเทศกลับกระทบด้วย จึงต้องเรียกหารืออีกครั้ง

ก่อนหน้านี้ ผู้ผลิตสินค้าจำนวนมากได้ยื่นหนังสือถึงกรมการค้าภายในเมื่อปีที่แล้ว ขอขยับขึ้นราคาสินค้า แต่กระทรวงพาณิชย์ได้สั่งให้ตรึงราคาจนถึงสิ้นปี 2552 กระทั่งขึ้นปีใหม่ ผู้ผลิตสินค้าหน้าเดิมจึงได้ยื่นเรื่องขอปรับขึ้นราคาสินค้าเข้ามาอีกรอบ ซึ่งนับเป็นครั้งที่สองแล้ว ส่วนการหารือกับห้างสรรพสินค้าและร้านโมเดิร์นเทรด จะเพิ่มช่องทางจำหน่ายสินค้าราคาประหยัดแก่ประชาชน พร้อมเพิ่มช่องทางการขายสินค้าให้ผู้ผลิตถึงผู้บริโภคด้วย

อย่างไรก็ตาม ยืนยันว่ากระทรวงฯจะให้ความเป็นธรรมทั้งผู้ซื้อ ผู้ขาย และผู้ผลิต ไม่ใช่จะขอให้ตรึงอย่างเดียว เพราะตรึงอย่างเดียว จนผู้ผลิตต้องแบกภาระขาดทุน จนไม่สามารถขยายการผลิต ก็ไม่เป็นผลดี เพราะจะทำให้ภาคอุตสาหกรรมไม่เติบโต และไม่มีการจ้างงานเพิ่ม ซึ่งหน้าที่สำคัญจะต้องเข้าไปทำให้ราคาสินค้าสมดุล ระหว่างคนซื้อ คนผลิต คนขาย หากสินค้าใดมีต้นทุนเพิ่มขึ้นจริง ก็พร้อมพิจารณาตามเหตุผล

นางพรทิวา กล่าวว่า กระทรวงฯอยู่ระหว่างจัดแผนใช้งบประมาณกลางที่ได้รับอนุมัติจาก ครม. 180 ล้านบาท เพื่อนำมาใช้จัดกิจกรรมลดค่าครองชีพช่วยเหลือประชาชนตลอดระยะเวลา 3 เดือน ผ่านงานธงฟ้า ราคาประหยัด ฟาร์ม เอาท์เล็ท ที่นำสินค้าเกษตรราคาประหยัดจำหน่ายโดยตรงแก่ประชาชน แต่ยังกำหนดไม่ได้จะเริ่มเมื่อใด เพราะยังไม่ทราบว่าจะได้รับจัดสรรงบประมาณถึงกระทรวงเวลาใด

สำหรับการดูแลราคาสินค้าในช่วงเทศกาลตรุษจีน และวาเลนไทน์ จะมีการจัดงานธงฟ้า ตรุษจีน ระหว่าง 1012 ก.พ.นี้ ที่กระทรวงพาณิชย์ สนามบินน้ำ จำหน่ายสินค้าที่เกี่ยวกับเครื่องเซ่นไหว้ อาหารปรุงสุก และอาหารสด เช่น เป็ด ไก่ หมู ขนมเทียน ขนมเข่ง ผลไม้ ในราคาต่ำกว่าท้องตลาด รวมทั้งมีงานธงฟ้าจัดอีก 11 ครั้งทั่วประเทศ ตลอดเดือน ก.พ.นี้

รายงานข่าวจากกระทรวงพาณิชย์แจ้งว่า การหารือกับกลุ่มอุตสาหกรรมหมูทั้งระบบ มาจากต้นทุนเลี้ยงอาหารสัตว์เพิ่ม และเกิดโรคระบาดในลูกหมู กรมการค้าภายในได้เชิญผู้ประกอบการที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมหมูทั้งระบบ ทั้งสมาคมผู้เลี้ยงสุกรแห่งชาติ ผู้ผลิต ผู้ค้า และโรงชำแหละ มาหารือถึงราคาเนื้อหมูที่ปรับเพิ่มขึ้น ซึ่งกลุ่มผู้เลี้ยงหมูชี้แจงว่า สาเหตุที่หมูเป็นหน้าฟาร์มมีราคาแพงขึ้น มาจากต้นทุนการเลี้ยงและอาหารสัตว์ราคาเพิ่มขึ้น ทั้งกากถั่วเหลืองและข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ประกอบกับเกิดโรคระบาดในลูกหมู ทำให้ปริมาณลูกหมูลดน้อยลง อย่างไรก็ตามกระทรวงฯได้ขอความร่วมมือให้ผู้เลี้ยงหมู ตรึงราคาหมูเป็นหน้าฟาร์มไว้ที่ 6061 บาทต่อกก. ส่งผลให้ราคาหมูหน้าเขียงอยู่ที่ 115120 บาท ลดจากปัจจุบันที่ กก.ละ 120125 บาท ทั้งนี้ปัญหาเนื้อหมูแพงสร้างความไม่พอใจแก่นางพรทิวา เนื่องจากที่ผ่านมารัฐบาลมีการปรับลดภาษีนำเข้ากากถั่วเหลือง ซึ่งเป็นวัตถุดิบผลิตอาหารสัตว์จาก 4% เหลือ 2% พร้อมกับขอความร่วมมือให้ผู้ผลิตอาหารสัตว์กำหนดราคาอาหารในระดับที่เหมาะสม เพื่อไม่ให้เกิดภาระแก่ผู้เลี้ยง แต่ปรากฎว่าขณะนี้ราคาอาหารสัตว์ก็ยังสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ส่งผลต่อต้นทุนการเลี้ยงและราคาขายปลีกในที่สุด ด้านผู้ค้าน้ำมันทุกราย ประกาศปรับขึ้นราคาขายปลีกน้ำมันทุกประเภทลิตรละ 50 สตางค์ ยกเว้น อี85 มีผลตั้งแต่เวลา 05.00 น. วันนี้ ส่งผลให้ราคาน้ำมันขายปลีกในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล น้ำมันเบนซิน 91 ลิตรละ 36.34 บาท น้ำมันแก๊สโซฮอล์ 95 ลิตรละ 32.74 บาท น้ำมันแก๊สโซฮอล์ 91 ลิตรละ 31.94 บาท, น้ำมันดีเซลหมุนเร็ว ลิตรละ 28.09 บาท และน้ำมันไบโอดีเซล ลิตรละ 26.89 บาท

นายวิทยา หวังจิตรารักษ์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ตลาดขายปลีกหน่วยธุรกิจน้ำมัน บมจ.ปตท.(PTT) เปิดเผยว่า ราคาน้ำมันตลาดโลกในสัปดาห์นี้ปรับตัวสูงขึ้นต่อเนื่องตั้งแต่ต้นสัปดาห์ ตามแรงส่งจากตัวเลขทางเศรษฐกิจทั้งสหรัฐอเมริกา และยุโรป ที่ทยอยประกาศออกมา ประกอบประเทศในแถบแอฟริกาตะวันออกมีความต้องการน้ำมันกลุ่มดีเซลจากภูมิภาคเอเชียมากขึ้น เพื่อชดเชยการนำเข้าจากภูมิภาคตะวันออกกลางซึ่งได้ลดกำลังการผลิตลง

ส่งผลให้ราคาน้ำมันในตลาดสิงคโปร์ ปรับตัวสูงขึ้นรุนแรง โดยน้ำมันดิบดูไบ เพิ่มขึ้น 3.17 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล มาอยู่ที่ 75.97 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล, น้ำมันสำเร็จรูปเบนซิน 95 เพิ่มขึ้น 2.43 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล มาอยู่ที่ 90.03 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล, ราคาน้ำมันดีเซลหมุนเร็ว เพิ่มขึ้นถึง 4.10 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล มาอยู่ที่ 83.97 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล โดยน้ำมันสำเร็จรูปเบนซินและดีเซล ได้ปรับตัวสูงขึ้นมาจากต้นสัปดาห์รวม 4.93 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล และ 5.31 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล ตามลำดับ ส่งผลให้ค่าการตลาดลดต่ำลงเหลือเพียง 1 บาท/ลิตร

นายวิทยา กล่าวด้วยว่า ในระยะสั้นราคาน้ำมันในตลาดโลกยังคงอยู่ในภาวะผันผวน โดยตลาดได้รับอิทธิพลจากปัจจัยทั้งทางบวกและทางลบในอัตราที่ใกล้เคียงกัน ทำให้ตลาดมีการแกว่งตัวรายวันค่อนข้างมาก

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท