posttoday
กฎหมายในฐานะ เครื่องมือลดโลกร้อน

กฎหมายในฐานะ เครื่องมือลดโลกร้อน

14 เมษายน 2554

ภาวะโลกร้อน (Global Warming) เกิดจากการเพิ่มขึ้นของก๊าซเรือนกระจก

ภาวะโลกร้อน (Global Warming) เกิดจากการเพิ่มขึ้นของก๊าซเรือนกระจก

 
โดย..วีระศักดิ์ โควสุรัตน์

ภาวะโลกร้อน (Global Warming) เกิดจากการเพิ่มขึ้นของก๊าซเรือนกระจก (Greenhouse Gas : GHG) ซึ่งส่วนมากมาจากมนุษย์ใช้เครื่องยนต์และปล่อยควันเสียลอยขึ้นปกคลุมชั้นบรรยากาศไว้ เมื่อแสงแดดส่องลงมาที่ผิวโลกแต่สะท้อนกลับออกไปไม่ได้ เหมือนเวลาคุณนั่งในรถที่จอดดับเครื่องตากแดด คุณจะร้อนเหงื่อออกมากกว่ายืนตากแดดข้างนอกเสียอีก

การเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศ (Climate Change) ประชาคมโลกให้ความสำคัญ เกิดการตื่นตัวคิดมาตรการป้องกัน หรือเพื่อบรรเทาปัญหาในอนาคต

มาตรการบรรเทา “ปัญหาโลกร้อน” ปัจจุบันเน้นที่ “ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก” ซึ่งถือเป็น “ตัวการ” ของปัญหา มีทั้งมาตรการแบบสมัครใจและบังคับ

มาตรการแบบสมัครใจ มีตั้งแต่การใช้กฎหมายส่งเสริม อาทิ เพิ่มประสิทธิภาพการใช้เชื้อเพลิง (Energy Efficiency) เครื่องยนต์ชนิดไหนประหยัดพลังงานกว่า ก็อาจมีกฎหมายลดภาษีนำเข้า หรือลดภาษีการใช้รถยนต์ชนิดนั้น การใช้พลังงานหมุนเวียน (Renewable Energy) ก็อาจมีกฎหมายส่งเสริมการปรับปรุงกระบวนการผลิตการเพิ่มพื้นที่ป่าไม้ ก็อาจออกกฎหมายส่งเสริมการปลูกป่าสงวนก็ได้

นอกจากนี้ ยังมีการรณรงค์หรือบังคับผลิตภัณฑ์สินค้าติดฉลากสิ่งแวดล้อม (EcoLabel) ที่มีรายการบ่งบอกการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของผลิตภัณฑ์ที่เกิดจากกระบวนการผลิต (Carbon Label) หรือทุกขั้นตอนตั้งแต่วัตถุดิบจนถึงกำจัดซาก (Carbon Footprint) เช่น ในยุโรปกำหนดให้น้ำแร่บรรจุขวดติดฉลากเพื่อให้ตระหนักว่า น้ำแร่ขวดนี้ต้องเดินทางขึ้นเครื่องบินมาจากหมู่เกาะอันห่างไกล ใช้น้ำมันไปมากมายในการเดินทางมาให้คุณดื่ม ดังนั้นจึงเท่ากับรณณรงค์ให้ดื่มน้ำแร่ที่หาได้ในท้องถิ่นเท่านั้น เป็นต้น

ถ้าไม่ใช้กฎหมายบังคับก็ได้แก่ การกระตุ้นให้ออกแบบผลิตภัณฑ์และบริการที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม (EcoDesign) เช่น เสื้อผ้าประหยัดการซักด้วยวัสดุนาโน สีทาบ้านสะท้อนความร้อนและสกัดความชื้น ทำให้เครื่องปรับอากาศไม่ทำงานหนักเกินไป หรือรณรงค์ให้ประชาชนทั่วไปช่วยกันลดการใช้พลังงาน เป็นต้น

ส่วนมาตรการแบบบังคับ ที่มีการใช้ในปัจจุบัน เช่น กำหนดปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจก (Cap of GHG Emission) ซึ่งอาจทำกันที่ปากปล่องโรงงาน การซื้อขายแลกเปลี่ยนสิทธิในการปล่อยก๊าซเรือนกระจก (Tradable GHG Permit หรือ CapandTrade หรือ Emission Trading Scheme) และการจัดเก็บภาษีคาร์บอน (Carbon Tax) ที่เริ่มมานานแล้วกับกลุ่มสายการบินที่บินเข้ายุโรป เช่น การเก็บค่าธรรมเนียมเพิ่มจากผู้โดยสารที่บินออกจากอังกฤษ ถ้าเป็นการบินในระยะไกล (Long Haul Flight) มาตรการแบบบังคับดังกล่าวนี้ ยังไม่มีการบังคับใช้ในประเทศไทย แต่มีการบังคับใช้ในต่างประเทศ โดยเฉพาะประเทศพัฒนาแล้ว

ทั้งนี้ เนื่องจากประเทศพัฒนาแล้วส่วนมากเป็นประเทศใน Annex 1 ของอนุสัญญา UNFCCC ซึ่งได้ให้สัตยาบันพิธีสารเกียวโต ว่าจะลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ลงให้ได้ตามที่ระบุไว้ใน Annex B ของพิธีสาร

ประเด็นที่น่าสนใจ คือ ประเทศพัฒนาแล้วมีแนวโน้มจะบังคับใช้มาตรการทางด้านภาษีคาร์บอนแบบนี้กับประเทศคู่ค้าของตน ด้วยการใช้กฎหมายบังคับเอาฝ่ายเดียว (Unilateral Approach) โดยเรียกเก็บภาษีจากสินค้านำเข้า (Border carbon adjustment : BCA) ของประเทศคู่ค้า ที่มาตรการจัดการกับการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในระดับต่ำกว่า

แม้ปัจจุบันประเทศไทยจะมีการดำเนินมาตรการลดก๊าซเรือนกระจก เช่น กลไกพัฒนาที่สะอาด Clean Development Mechanism (CDM) แต่ยังเป็นแบบสมัครใจ แต่อาจไม่พอใช้อ้างกับประเทศคู่ค้าได้ สินค้าส่งออกของไทยก็อาจต้องประสบกับการกีดกันทางการค้าในรูปแบบมาตรการด้านภาษีชนิดใหม่นี้

แต่แทนที่เราจะรอดูว่ามาตรการแบบนั้น จะถูกนำมาใช้กับเราเมื่อไหร่ ทำไมเราไม่เร่งปรับพฤติกรรมการใช้พลังงานของเราให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น ซึ่งจะเป็นทั้ง “เครื่องมือหนึ่งในป้องกันการกีดกันการค้าชนิดใหม่” ที่อาจจะต้องเผชิญในอนาคต และยังเป็น “การรักษาระบบนิเวศ” ให้ตัวเราเองอีกด้วย

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท