
โรงตึ๊งแห่สำรองเงิน...รับลูกค้าเที่ยวสงกรานต์ถังแตก
สถานธนานุบาลหรือโรงรับจำนำทั่วประเทศ ต่างเพิ่มงบเท่าตัวไว้รองรับประชาชนและนักท่องเที่ยว
สถานธนานุบาลหรือโรงรับจำนำทั่วประเทศ ต่างเพิ่มงบเท่าตัวไว้รองรับประชาชนและนักท่องเที่ยว
โดย...ทีมข่าวภูมิภาค
สถานธนานุบาลหรือโรงรับจำนำทั่วประเทศ ต่างเพิ่มงบเท่าตัวไว้รองรับประชาชนและนักท่องเที่ยว ซึ่งคาดว่าหลังหยุดยาวเที่ยวสงกรานต์เพลินจนกระเป๋าแฟบ
โดยทุกปีที่ผ่านมาผู้ใช้บริการส่วนใหญ่จะนำสิ่งของมีค่า เช่น สร้อยคอทองรูปพรรณ มาจำนำกับสถานธนานุบาลเพื่อจะนำเงินไปใช้จ่ายในครอบครัวและเป็นค่ารถเดินทางกลับไปทำงานยังกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด หลังจากได้เดินทางมาเที่ยวเฉลิมฉลองเทศกาลสงกรานต์ที่ภูมิลำเนา
ประเสริฐ สันคำ ผู้ช่วยผู้จัดการสถานธนานุบาล เทศบาลเมืองบุรีรัมย์ บอกว่า ได้เตรียมเงินสดและทุนหมุนเวียน 216 ล้านบาท ไว้รองรับบริการลูกค้าที่จะมาใช้บริการหลังเทศกาลสงกรานต์ พร้อมเพิ่มวงเงินรับจำนำทองเป็นบาทละ 1.6 หมื่นบาท จากเดิมรับจำนำบาทละ 1.55 หมื่นบาท ซึ่งก่อนหยุดยาวมีผู้มาใช้บริการเพิ่มขึ้นวันละร่วม 1,000 ราย โดยคาดปีนี้จะมีประชาชนมาใช้บริการมากกว่าปีที่ผ่านมา เนื่องจากเศรษฐกิจตกต่ำ
“ก่อนหยุดยาวติดต่อกันหลายวัน มีประชาชนนำทรัพย์สินมีค่า เช่น ทองคำรูปพรรณ เครื่องใช้ไฟฟ้า และสิ่งของมีค่าอื่นๆ มาจำนำที่สถานธนานุบาลอย่างคึกคักเฉลี่ยวันละ 800-1,000 ราย ต้องใช้เงินในการจำนำไถ่ถอนวันละ 7-8 ล้านบาท จากช่วงปกติมีประชาชนมาใช้บริการวันละ 300-400 รายเท่านั้น และหลังสงกรานต์ผ่านพ้นไปจะมาใช้บริการมากกว่าเดิมเพราะเงินหมด” ประเสริฐ กล่าว
เช่นเดียวกับเทศบาลนครนครราชสีมา ได้จัดสรรงบประมาณจำนวนกว่า 120 ล้านบาท ไว้รองรับประชาชนที่จะนำสิ่งของมาจำนำตามสถานธนานุบาลทั้งสามแห่ง ซึ่งอยู่ในการกำกับดูแลของทางเทศบาล เนื่องจากคาดการณ์ว่าในปีนี้จะมีประชาชนจำนวนมากนำทรัพย์สินส่วนใหญ่ 90% เป็นทองคำรูปพรรณต่างๆ มาจำนำกับทางสถานธนานุบาลต่างๆ เพื่อนำเงินไปใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน
“อัตราดอกเบี้ยทางเทศบาลนครนครราชสีมาได้กำหนดไว้ที่ไม่เกินร้อยละ 5 ซึ่งวงเงินตั้งแต่ 5,000 บาทขึ้นไป อัตราดอกเบี้ยจะอยู่ที่ร้อยละ 1 แต่หากวงเงินเกิน 3 หมื่นบาท ดอกเบี้ยจะอยู่ที่ร้อยละ 1.25 ซึ่งผมขอยืนยันหากจำนวนเงิน 120 ล้านบาท ที่ทางเทศบาลนครนครราชสีมาเตรียมไว้หมด ก็ยังคงมีงบประมาณในการสำรองจ่ายเพื่อรองรับประชาชนที่จะมาใช้บริการอย่างเพียงพอ” สุรวุฒิ เชิดชัย นายกเทศมนตรีนครนครราชสีมา กล่าว
ขณะที่สถานธนานุบาลเทศบาลเมืองเบตง จ.ยะลา ก็ได้เตรียมงบสำรองเงินไม่ต่ำกว่า 100 ล้านบาท ไว้บริการประชาชน ซึ่งคาดว่าหลังเปิดให้บริการวันที่ 18 เม.ย.นี้ จะมีประชาชนนำสิ่งของมีค่ามาจำนำเป็นจำนวนมาก โดยจะหยุดทำการตั้งแต่วันที่ 1317 เม.ย. เป็นเวลา 5 วัน จึงฝากเตือนประชาชนอย่านำทรัพย์สินมีค่าไปจำนำกับห้างร้านที่ไม่น่าเชื่อถือ หรือแหล่งเงินทุนนอกระบบ เพราะอาจถูกฉ้อโกง มีอัตราดอกเบี้ยสูง และเสี่ยงต่อทรัพย์สินสูญหายได้
“แม้ว่าราคายางพาราช่วงนี้จะอยู่ที่กิโลกรัมละ 140 บาท แต่เนื่องจากมีฝนตก ทำให้กรีดยางไม่ได้มากนัก ประกอบกับในช่วง 3 เดือนที่ผ่านมา ราคายางสูงถึงกิโลกรัมละ 170 บาท ทำให้ประชาชนต่างซื้อทองเก็บไว้ และเมื่อต้องมีค่าใช้จ่ายช่วงเทศกาลสงกรานต์ โดยเฉพาะประชาชนจากต่างจังหวัดที่มารับจ้างกรีดยางต้องเดินทางกลับมาตุภูมิ ทำให้มีค่าใช้จ่ายสูงขึ้นจึงต้องนำทองมาจำนำไว้” จีระพงศ์ เหมือนพิมพ์ ผู้จัดการสถานธนานุบาลเทศบาลเมืองเบตง กล่าว







