
อินไซด์ มาร์คยอมถอย ถอนกรอบเจบีซีพ้นสภา
อินไซด์ ครม. มาร์คยอมถอย ถอนกรอบเจบีซีพ้นสภา “ชุมพล” เย้ยนายกฯ ควรยอมเสียหน้า อย่ามาบังคับ สส.ให้เสี่ยงติดคุก
อินไซด์ ครม. มาร์คยอมถอย ถอนกรอบเจบีซีพ้นสภา “ชุมพล” เย้ยนายกฯ ควรยอมเสียหน้า อย่ามาบังคับ สส.ให้เสี่ยงติดคุก
ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.) ที่มีนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี เป็นประธานที่ประชุม ครม.วานนี้ นายกรัฐมนตรีได้หยิบยกระเบียบวาระการประชุมเรื่องการพิจารณารายงานผลการพิจารณาของคณะกรรมาธิการพิจารณาศึกษาบันทึกการประชุมคณะกรรมาธิการเขตแดนร่วมไทย-กัมพูชา รวม 3 ฉบับ (เจบีซี) มาหารือกับที่ประชุม หลังจากรัฐบาลได้นำเข้าเพื่อขอความเห็นชอบจากที่ประชุมรัฐสภา เมื่อปลายเดือน มี.ค. ที่ผ่านมา แต่ก็ยังไม่คืบหน้าโดยรัฐบาลขอถอนร่างออกไปก่อน อ้างว่า รอศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยเนื่องจากมีสมาชิกรัฐสภายื่นตีความว่า บันทึกเจบีซีเป็นหนังสือสัญญาที่ต้องผ่านความเห็นชอบจากรัฐสภาตามมาตรา 190 หรือไม่ จนต่อมา ศาลรัฐธรรมนูญได้วินิจฉัยให้จำหน่ายคำร้องโดยระบุว่า ยังไม่ถึงขั้นตอนที่ต้องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย
นายกฯระบุในที่ประชุมครม.ว่า เรื่องกรอบบันทึกเจบีซีอยากจะให้สภาเดินหน้าพิจารณาให้ความเห็นชอบต่อไป เพราะถ้ารัฐสภาไม่ผ่านความเห็นชอบมันก็จะดูไม่ดี เราได้บอกกับต่างประเทศไปแล้วว่าเราจะเจรจาทวิภาคีเพื่อแก้ปัญหาระหว่างสองประเทศ และถ้าเกิดเราไม่ทำก็อาจทำให้เกิดปัญหาตามมา โดยกัมพูชาเขาอาจจะไปฟ้องศาลโลก
นายจุติ ไกรฤกษ์ รมว.ไอซีที กล่าวสนับสนุนนายกฯ ว่า เรื่องนี้เป็นเรื่องที่ต้องทำ ไม่ทำไม่ได้ เราควรจะผลักดันร่างกรอบบันทึกเจบีซีเข้าสภาอีกรอบ เพื่อให้สภาลงมติให้ได้ ขณะที่นายกษิต ภิรมย์ รมว.การต่างประเทศ ก็ได้กล่าวสนับสนุนนายกฯเช่นกันว่า อยากจะให้เดินหน้าต่อ ไม่อย่างนั้นกรมแผนที่ทางทหารก็ไม่อยากทำงาน เพราะกลัวติดคุก
อย่างไรก็ตามนายชุมพล ศิลปอาชา รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา ในฐานะหัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา ได้แสดงความเห็นแทรกตลอดเป็นระยะในระหว่าง ที่นายกรัฐมนตรีกล่าวอธิบาย โดยนายชุมพล ยืนยันขอให้ถอนเรื่องออกไป เพราะไม่มีใครอยากมีปัญหา ไม่อยากติดคุก และไม่อยากให้เอาเรื่องนี้ไปบังคับส.ส. ซึ่งความจริงแล้วถ้าถอนออกไปก็มีแต่นายกรัฐมนตรีคนเดียวเท่านั้นที่จะเดือดร้อน เสียหน้าเท่านั้น แต่ถ้าเดินหน้าก็ถือเป็นความรับผิดชอบของ ครม.ทั้งหมด
ระหว่างนั้นนายกรัฐมนตรีได้สอบถามนายอัชพร จารุจินดา เลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกาว่ามีความเห็นอย่างไรต่อมติของศาลรัฐ ธรรมนูญที่ระบุว่าเรื่องดังกล่าวเป็นเรื่องที่ฝ่ายบริหารและฝ่ายนิติบัญญัติ ยังต้องดำเนินการตือไป
นายอัชพร กล่าวว่า จริง ๆแล้ว เรื่องนี้อาจจะไม่ต้องเดินไปถึงขั้นตอนนั้น อาจหมายถึงว่าเรื่องไม่ต้องเข้าสภาฯ เพราะ เท่าที่ตีความคล้ายกับว่าในเมื่อศาลรัฐธรรมนูญยังไม่ได้มีคำวินิจฉัยใด ๆ ออกมา ก็เหมือนกันว่ายังไม่เกิดเรื่องหรือแปลว่ายังไม่ต้องผ่านสภาก็ได้
ทันใดนั้นนายชุมพล กล่าวขึ้นมาทันที ว่า ถ้าอย่างงั้นกฤษฎีกาควรเขียนเป็นหนังสือได้หรือไม่ว่า กรอบเจบีซีไม่ต้องผ่านสภาฯ ซึ่งนายอัชพร กล่าวว่า ไม่มั่นใจเหมือนกันว่าถ้าเขียนไปอย่างนั้นแล้วทางศาลรัฐธรรมนูญจะว่าอย่างไร แต่โดยความเห็นเมื่อศาลรัฐธรรมนูญระบุว่ายังมีอีกหลายขั้นตอนที่ต้องดำเนินการก็อาจฟังความได้ว่าเรื่องยังไม่เข้าข่ายเป็นสนธิสัญญา
ทั้งนี้ในท้ายที่สุดนายกรัฐมนตรี จึงกล่าวสรุปว่าถ้าอย่างนั้น 1. ครม.รับทราบตามที่ศาลรัฐธรรมนูญบอก 2.รับทราบตามที่เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาเสนอ และ 3 .มติครม.ให้ไปถอนเรื่องออกจากระเบียบวาระของที่ประชุมรัฐสภา ไม่ต้องผ่านความเห็นชอบจากสภาฯ ไม่ให้ค้างอยู่ในสภาฯ และให้แจ้งทางกระทรวงการต่างประเทศเพื่อไปดำเนินการเจรจาต่อไป แล้วถ้ามีเรื่องใดที่เข้าข่ายม. 190 ก็ค่อยเสนอเข้าสภาต่อไป โดยให้ทางกระทรวงการต่างประเทศไปเน้นย้ำในการชี้แจงว่าไม่เป็นการเสียดินแดน และกระบวนการต่าง ๆ ยังไม่สิ้นสุด







