
ปลอมบัตรต่างด้าว ภัยร้ายทำลายชาติ
คนต่างด้าวที่เข้ามาอาศัยอยู่ในประเทศไทย กลายเป็นหอกข้างแคร่มาทิ่มแทงทำร้ายคนไทยจนยากจะปฏิเสธ
คนต่างด้าวที่เข้ามาอาศัยอยู่ในประเทศไทย กลายเป็นหอกข้างแคร่มาทิ่มแทงทำร้ายคนไทยจนยากจะปฏิเสธ
แม้จะรู้กันมานานว่ามีการปลอมแปลงเอกสารทางราชการให้คนต่างด้าวเข้ามาเสวยสุข
แต่เรื่องมาแดงตอกย้ำความเหลวแหลกของระบบราชการไทยอีกครั้ง ก็ตอนที่คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ หรือ ป.ป.ท. นำโดย นายอำพล วงศ์ศิริ เลขาธิการ ป.ป.ท. เข้าตรวจสอบขบวนการปลอมแปลงเอกสารราชการให้แรงงานต่างด้าวหลบหนีเข้าเมืองโดยผิดกฎหมายในพื้นที่ อ.ทองผาภูมิ จ.กาญจนบุรี
ครั้งนั้นสามารถจับกุม นายตุ่ย กุลจารุกิตต์ ตามบัตรประจำตัวประชาชนระบุอยู่บ้านเลขที่ 72 หมู่ 3 ต.ท่าขนุน อ.ทองผาภูมิ จ.กาญจนบุรี ได้บริเวณที่ว่าการอำเภอทองผาภูมิ แต่ปรากฏว่านายตุ่ยไม่สามารถอ่านหนังสือไทยได้ แม้แต่ชื่อและนามสกุลตามบัตรประจำตัวประชาชนของตัวเองที่ได้รับจากทางอำเภอ ก็ยังอ่านไม่ออก
สอบสวนจึงทราบว่า นายตุ่ยแท้ที่จริงคือ นายอามาน ชาวเนปาล ทำงานอยู่ที่สีลม ได้เดินทางมาทำบัตรประจำตัวประชาชนตามที่นายหน้าสั่งให้มา จึงมีข้อสงสัยตามมาว่า การได้รับการพิสูจน์สัญชาตินั้นแท้จริงแล้ว ไม่ว่าจะเป็นชาวพม่า มอญ หรือเนปาล หากมีผลประโยชน์ใต้โต๊ะให้เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องกับการออกบัตรบางคนก็สะดวกโยธิน โดยจ่ายผ่านนายหน้าที่มาติดต่อก็จะได้รับการรับรองสัญชาติไทยแล้วใช่หรือไม่
และนี่คือคำถามคาใจของคนทองผาภูมิที่เป็นคนไทยแท้ๆ โดยกำเนิด และอยู่ใกล้ชิดกับคนต่างด้าวเหล่านั้น เมื่อเป็นเช่นนี้ก็เชื่อว่าการปลอมแปลงเอกสารราชการให้แก่แรงงานต่างด้าวจะต้องทำกันเป็นขบวนการ โดยมีเจ้าหน้าที่และคนไทยบางคนสมรู้ร่วมคิดกับคนต่างด้าวที่อาศัยอยู่ใน อ.ทองผาภูมิ ทำมาก่อน
จากนั้นก็พาพรรคพวกตัวเองจากพื้นที่อื่นมาขอสัญชาติไทยที่นี่ ซึ่งบุคคลต่างด้าวเหล่านี้ไม่ผ่านคุณสมบัติการพิสูจน์สัญชาติ แต่มีผลประโยชน์ให้กับกลุ่มขบวนการ จึงผ่านความเห็นชอบโดยกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และข้าราชการ รับรองเพียงไม่กี่คนเพียงเท่านี้ก็ได้สัญชาติไทยแล้ว
สำหรับ อ.ทองผาภูมิ ในสมัย นายเลิศพรไชย ไชยฤทธิ์ เป็นนายอำเภอ ปี 2550-2553 (ปัจจุบันเป็นนายอำเภอเมือง จ.บึงกาฬ) ไม่เคยอนุมัติให้ใครได้สัญชาติไทยเลยแม้แต่รายเดียว จึงถูกกดดันอย่างหนัก เนื่องจากรัฐบาลมีนโยบายการพิสูจน์สัญชาติไทยให้กับแรงงานต่างด้าวที่เข้ามาอยู่ในประเทศไทย
โดยกระทรวงมหาดไทยได้ให้อำนาจนายอำเภอดำเนินการ อาจเป็นเพราะนายเลิศพรไชยอดีตเคยเป็นปลัดอาวุโสอำเภอทองผาภูมิมาก่อน ทำให้ทราบข้อมูลเกี่ยวกับคนต่างด้าวหลบหนีเข้าเมืองเป็นอย่างดี ว่าจะมีขบวนการหาผลประโยชน์ เรียกรับเงินจากคนต่างด้าวที่อยากได้สัญชาติไทย
จึงยังไม่รีบดำเนินการอนุมัติให้สัญชาติไทยกับบุคคลใดเลย หากยังสืบหาพยาน เอกสารและพยานบุคคลไม่ครบถ้วน จึงทำให้ผู้ที่มีคุณสมบัติไม่ครบไม่กล้ามายื่นขอสัญชาติไทยในขณะนั้น
จากข้อมูลเบื้องต้นมีผู้ได้รับสิทธิพิสูจน์สัญชาติกว่า 1.2 หมื่นคน ขณะนี้มาขอยื่นแล้วประมาณ 4,000-5,000 คน และมีบุคคลที่ได้รับสัญชาติไทยแล้วกว่า 2,000 คน ในจำนวนนี้ก็คาดว่าจะมีผู้ที่มีคุณสมบัติถูกต้องอยู่ส่วนหนึ่ง แต่ในส่วนนี้ก็ยังต้องจ่ายเงินก่อนที่จะถ่ายรูปทำบัตรประจำตัวประชาชน ทั้งๆ ที่ทางกรมการปกครองได้อนุมัติเลขประจำตัวสิบสามหลักให้มาแล้ว
ทั้งนี้ มีนายหน้าที่เป็นคนต่างด้าวจะมาบอกกับพวกที่เคยขอพิสูจน์สัญชาติไทย ว่าถ้าจ่ายเงินประมาณ 1.5-2 หมื่นบาท ก็จะได้บัตรประจำตัวประชาชนแล้ว ผู้ที่ได้รับสัญชาติไทยเหล่านั้นจึงจำยอมเสียเงินให้กับขบวนการตามคำบอกเล่าของนายหน้า
ส่วนพวกที่คุณสมบัติไม่ครบตามกฎหมายก็จะต้องเสียเงินให้กับขบวนการประมาณ 3-4 หมื่นบาท ไปจนถึงหลักแสนเลยทีเดียว และนี่คืออันตรายของประเทศไทย
การที่ ป.ป.ท.เข้าจับกุมในครั้งนี้ คงไม่ใช่แค่เพียงนายอามานคนเดียวเท่านั้น แต่หากจะดำเนินการอย่างจริงจัง จะต้องทำการตรวจสอบย้อนหลังผู้ที่ได้รับสัญชาติไทยและได้ทำบัตรประจำตัวประชาชนไปแล้วตั้งแต่ประมาณเดือน พ.ค. 2553 เรื่อยมาถึงปัจจุบัน จะได้รู้ความจริงว่าคนที่ควรจะได้รับสัญชาติไทยถูกต้องตามกฎหมายมีกี่คน
เพราะแท้ที่จริงพวกที่ได้รับสัญชาติและทำบัตรประจำตัวประชาชนส่วนใหญ่แล้วพูดไทยยังไม่ชัด เขียนหนังสือไม่เป็น อ่านหนังสือไม่ออก แม้กระทั่งชื่อและนามสกุลตัวเอง
สิ่งที่เกิดขึ้นถ้าหากไม่มีข้าราชการ นักการเมือง และคนไทยร่วมมือกับคนต่างชาติ ร่วมคิดร่วมทำเป็นขบวนการ ก็คงไม่มีใครสามารถทำได้แน่นอน โดยเฉพาะฝ่ายที่เกี่ยวข้องกับทะเบียนราษฎร์ของ อ.ทองผาภูมิ ดังนั้นทุกภาคส่วนควรจะขุดรากถอนโคนขบวนการดังกล่าวอย่างตรงไปตรงมา กระชากหน้ากากกลุ่มขบวนการดังกล่าว เพื่อทำความจริงให้ปรากฏต่อสาธารณชน เพราะความมั่นคงของชาติเป็นเรื่องใหญ่
นายณฐพลษ์ วิเชียรเพริศ ผวจ.กาญจนบุรี กล่าวถึงกรณีที่เกิดขึ้นว่า ช่องทางการทุจริตเพื่อสวมสิทธิการเป็นคนไทย ทำกันเป็นขบวนการ มิใช่เพียงบุคคลใดบุคคลหนึ่ง โดยมีผลประโยชน์จำนวนมากเป็นสิ่งจูงใจให้หลายคนกระทำผิด
จึงได้สั่งการให้สอบสวนข้อเท็จจริง พร้อมทั้งให้ นายถาวร ลีลาพันธุ์ นายอำเภอทองผาภูมิ รายงานให้ทราบโดยด่วนที่สุด เพราะเกี่ยวข้องกับความมั่นคงของประเทศ และจะดำเนินการเอาผิดกับผู้กระทำผิด ไม่ว่าบุคคลดังกล่าวจะเป็นใครมาจากไหน หรือเป็นผู้มีอิทธิพลก็ตาม จะต้องดำเนินการอย่างเฉียบขาดทุกราย ไม่ละเว้น
รวมทั้งผู้มีส่วนเกี่ยวข้องในขบวนการทั้งหมด และหากตรวจสอบพบว่ามีข้าราชการ หรือเจ้าหน้าที่ของรัฐคนใดประพฤติมิชอบเข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้องกับการกระทำผิด ก็ต้องว่าไปตามผิด โดยจะมีโทษทางวินัยขั้นสูงสุด คือ ไล่ออก และต้องถูกดำเนินคดีทางอาญา รวมทั้งยึดทรัพย์ด้วย
อย่างไรก็ตาม เชื่อว่ายังมีขบวนการในลักษณะเดียวกันในพื้นที่อื่นๆ อีกมาก เพราะมีผลประโยชน์ใต้โต๊ะมหาศาลเป็นสิ่งล่อใจ และส่วนหนึ่งก็เป็นการเพิ่มคะแนนเสียงให้กับว่าที่ผู้สมัคร สส.ของพรรคการเมืองใดการเมืองหนึ่ง ในการเลือกตั้งที่จะถึงนี้ก็เป็นได้
ดังนั้น ผู้มีอำนาจอย่าปล่อยให้เรื่องนี้เป็นเพียงไฟไหม้ฟาง ไม่เช่นนั้นคนไทยเชื้อชาติไทยโดยกำเนิดเกิดในประเทศไทย จะไม่มีที่อยู่ ที่ทำกินกันอย่างแน่นอน ถ้ายังปล่อยให้ขบวนการทำผิดคิดชั่วลอยนวล แล้วจะร้องเพลงชาติไทยให้ใครฟัง วิญญาณปู่คงกู่ร้องไอ้ลูกหลานจัญไร!!!







