
' จุรินทร์ ' เต้นสั่งสอบทุจริตยา
กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) แถลงผลการสุ่มตรวจโรงพยาบาลสังกัดสำนักปลัดกระทรวงสาธารณสุข
กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) แถลงผลการสุ่มตรวจโรงพยาบาลสังกัดสำนักปลัดกระทรวงสาธารณสุข
พบพฤติกรรมการ “เบิกจ่ายยาผิดปกติ” แก่กลุ่มผู้ป่วยที่ใช้สิทธิสวัสดิการข้าราชการใน 2 โรงพยาบาล คือ โรงพยาบาลเรณูนคร จ.นครพนม และโรงพยาบาลสรรพสิทธิประสงค์ จ.อุบลราชธานี
“ดีเอสไอพบมีการสั่งซื้อยานอกบัญชียาหลักจำนวนมาก” คำยืนยันจาก สรรเสริญ ปาลวัฒน์วิไชย รองอธิบดีดีเอสไอ ภายหลังเจอร่องรอยไม่ชอบมาพากลของโรงพยาบาลเมืองดอกบัว ที่เบิกยาเกินความจริงกว่า120 ล้านบาท
“การทุจริตมักเกิดขึ้นกับผู้ที่ใช้สิทธิสวัสดิการข้าราชการ โดยเฉพาะการสวมสิทธิรับยา ซึ่งเป็นช่องโหว่ให้เกิดการเบิกใช้ยาเกินความจริง” นพ.ปรีดา วรหาญ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลอำเภอเรณูนคร ยอมรับ
ล่าสุด จุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รมว.สาธารณสุข (สธ.) ประชุมผู้บริหาร สธ. เมื่อวันที่ 11 เม.ย.ที่ผ่านมา และสั่งการให้ผู้ตรวจราชการเขต 11 และ 13 ตรวจสอบข้อเท็จจริง พร้อมกำชับให้จ่ายยาและคิดราคายาตามเกณฑ์ของกรมบัญชีกลาง และหากกรมบัญชีกลางเรียกคืนเงินจากโรงพยาบาลสังกัด สธ. ขอให้แจ้งมายัง สธ.ด้วย
“ที่ผ่านมาดีเอสไอยังไม่เคยมีข้อมูลใดๆ มาให้ จึงไม่รู้ว่าข้อมูลที่แถลงนั้นเป็นข้อสรุปหรืออยู่ระหว่างดำเนินการ” จุรินทร์ ระบุ
ขณะที่ นพ.ไพจิตร์ วราชิต ปลัด สธ. ชี้แจงว่า ได้รับคำอธิบายจากโรงพยาบาลสรรพสิทธิประสงค์ ว่ามีการเพิ่มจุดตรวจและแพทย์ผู้เชี่ยวชาญอีก 15 สาขา ทำให้ผู้ป่วยเข้ามาใช้บริการมากถึง 6.2 แสนรายต่อปีเป็นเหตุให้การใช้ยาสูงขึ้น ขณะที่โรงพยาบาลเรณูนคร ระบุว่า ข้อมูลการเบิกจ่ายยาอาจคลาดเคลื่อน เนื่องจากใช้ระบบคอมพิวเตอร์บันทึก จึงต้องตรวจสอบใหม่อีกครั้ง
อย่างไรก็ดี ก่อนหน้านี้สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) ตรวจพบการเบิกจ่ายยาสิทธิสวัสดิการข้าราชการปี 2553 ส่อแววการทุจริตเม็ดเงินสูงถึง 6.2 หมื่นล้านบาท ต่อมา สธ.จึงตั้ง นพ.ณรงค์ สหเมธาพัฒน์ รองปลัด สธ. เป็นประธานตรวจสอบ แต่เรื่องก็เงียบหายไป จนกระทั่งดีเอสไอมาคุ้ยพบอีกรอบ
จึงต้องติดตามว่า กรมบัญชีกลางในฐานะผู้เสียหายจะมีท่าทีอย่างไรที่จะล้างวงจรขบวนการทุจริตยาเหล่านี้







