
กกต.ฟันธงเลือกตั้งรุนแรงให้ทุกพรรคลงสัตยาบันไม่ซื้อเสียง
ภารกิจหนักจากนี้ เป็นหน้าที่ของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ที่ต้องดูแลการเลือกตั้งที่จะมีขึ้นในต้นเดือน พ.ค. ให้เกิดความบริสุทธิ์ยุติธรรม
ภารกิจหนักจากนี้ เป็นหน้าที่ของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ที่ต้องดูแลการเลือกตั้งที่จะมีขึ้นในต้นเดือน พ.ค. ให้เกิดความบริสุทธิ์ยุติธรรม
โดย...นิติพันธุ์ สุขอรุณ
ภารกิจหนักจากนี้ เป็นหน้าที่ของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ที่ต้องดูแลการเลือกตั้งที่จะมีขึ้นในต้นเดือน พ.ค. ให้เกิดความบริสุทธิ์ยุติธรรม
หลายฝ่ายคาดว่าการเลือกตั้งครั้งนี้จะดุเดือดเข้มข้นรุนแรง เพราะนี่เป็นเดิมพันของขั้วสองการเมือง ที่จะต้องงัดกลยุทธ์สารพัดวิธีมากที่สุด ประพันธ์ นัยโกวิท กกต.ด้านบริหารการเลือกตั้ง มีความหนักใจแค่ไหนและเตรียมความพร้อมรับมืออย่างไร
lกกต. มีความพร้อมแค่ไหนกับการเตรียมการเลือกตั้ง
ถ้ากฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง สส. กกต. และพรรคการเมือง ผ่านรัฐสภาและประกาศใช้ในราชกิจจานุเบกษา เราก็มีความร่วมมือที่จะดำเนินการได้อย่างชัดเจน เพราะเมื่อกฎหมายมีผลใช้บังคับแล้ว การเลือกตั้งก็สามารถเดินหน้าต่อไปได้ ในส่วนของ กกต. เราได้เตรียมตัวเรื่องการแบ่งเขต โดยได้ให้ กกต.จังหวัดเสนอรูปแบบเข้ามาอย่างน้อย 3 รูปแบบ ตอนนี้เรื่องอยู่ที่ กกต.ด้านบริหารงานเลือกตั้งแล้ว คาดว่าจะประกาศแบ่งเขตได้กลางเดือน เม.ย.นี้
หลังจากแบ่งเขตแล้วจะต้องมีการแต่งตั้ง กกต.ประจำเขตจำนวน 5 คน และผู้อำนวยการ กกต.ประจำเขตอีก 1 คน ซึ่งจะมีหน้าที่รับผิดชอบในเขตทั้งหมดที่มีอยู่ทั้ง 375 เขต โดย กกต.จังหวัดได้ส่งรายชื่อเข้ามาแล้ว เพียงแต่ว่าตอนนี้ในบางจังหวัดมีผู้สมัครไม่ครบจำนวน 15 คน จึงอาจต้องพิจารณาว่าจะขยายวันรับสมัครออกไปหรือไม่
ทั้งนี้ ในวันที่ 18 เม.ย. จะมีการประชุมของประธาน กกต.จังหวัดและผู้อำนวยการ กกต.จังหวัดทั่วประเทศ เพื่อหารือแผนงานการเลือกตั้งในแต่ละพื้นที่ว่ามีจุดอ่อนจุดแข็งตรงไหน และในวันที่ 22 เม.ย. จะมีการประชุมคณะกรรมการอำนวยการในการจัดการเลือกตั้ง โดยจะมีกกต. และหน่วยราชการที่เกี่ยวข้อง เช่น กระทรวงมหาดไทย กระทรวงศึกษาธิการ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) หน่วยงานด้านความมั่นคงมาหารือกัน
อีกส่วนคือ ที่นายกรัฐมนตรี อยากเชิญพรรคการเมืองไปประชุมพูดคุยกัน เพื่อขอความร่วมมือให้การเลือกตั้งเป็นไปด้วยความเรียบร้อย ไม่มีเหตุรุนแรงและป้องกันการซื้อเสียงขายเสียง ซึ่ง กกต.ก็อยากให้ทุกพรรคลงสัตยาบันเพื่อควบคุมไม่ให้มีการซื้อเสียง และควบคุมมวลชนตัวเองเพื่อให้แต่ละพรรคสามารถหาเสียงได้อย่างเท่าเทียมกัน เพราะกระแสข่าวที่ออกมาคาดว่าจะมีการซื้อสิทธิขายเสียงเยอะ และจะมีความรุนแรงในการหาเสียงในบางพื้นที่ โดยอาจมีมวลชนไปกดดัน เราก็ต้องพยายามหาทางแก้ไข
lเมื่อประเมินแล้วจะเป็นการแข่งขันที่รุนแรง กกต.มีความกังวลในจุดใด
มีอยู่ 2 เรื่องใหญ่ คือ เรื่องแรก กังวลเรื่องการซื้อสิทธิขายเสียง เนื่องจากจะเป็นการแข่งขันที่เข้มข้นมาก เรื่องต่อมา กังวลเรื่องมวลชนกดดันปิดล้อม ซึ่งเคยเกิดขึ้นแล้วในช่วงที่มีการเลือกตั้งซ่อมปี 2552 ที่มีการปิดกั้นไม่ให้ผู้สมัครเข้าไปปราศรัยได้ มีคนไปโห่ร้องก่อกวน ในส่วนของพรรคการเมืองเราต้องย้ำเตือนให้ช่วยดูมวลชนของตัวเองให้เรียบร้อย โดยเราจะขอความร่วมมือผู้สมัครพรรคการเมืองให้ช่วยดูแลคนของตัวเอง งดการซื้อสิทธิขายเสียง รวมถึงการประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนออกไปใช้สิทธิการเลือกตั้ง
lปัจจัยอะไรที่จะทำให้การเลือกตั้งครั้งนี้จะมีการซื้อเสียงสูง
แน่นอนว่าแต่ละพรรคจะต้องทำให้ผู้สมัครของตัวเองได้รับการเลือกตั้งให้มากที่สุด เพราะมีผลต่อการจัดตั้งรัฐบาล และที่ผ่านมายังมีความแตกแยกทางความคิดกันอยู่ ฉะนั้นทุกฝ่ายก็อยากจะเอาชนะ ซึ่งหากยังเกิดความรุนแรงอยู่อย่างนี้ แสดงว่าการเลือกตั้งยังไม่สามารถแก้ปัญหาเพื่อนำไปสู่ความสมานฉันท์ได้ เราถึงต้องป้องกันไม่ให้สิ่งเหล่านี้เกิดขึ้น
วันนี้เราต้องเอาผลการเลือกตั้งและประชาชนเป็นตัวตัดสิน ว่าประชาชนจะชี้ไปอย่างไร คงไม่มีวิธีการอื่นดีไปกว่าการเลือกตั้ง
lได้มีการจัดกลุ่มพื้นที่เสี่ยงที่มีความขัดแย้งทางการเมืองสูง เช่น เชียงใหม่ อุดรธานี หรือไม่
กกต.ไม่ได้จัดกลุ่ม แต่จะให้ กกต.แต่ละจังหวัดช่วยกันดูแลในแต่ละพื้นที่ เพราะแต่ละพื้นที่มีปัญหาไม่เหมือนกัน แต่หลายพื้นที่เรามีการข่าวว่าอาจมีปัญหา ก็ต้องร่วมมือกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) ให้ช่วยป้องกัน ซึ่ง กกต.มีข้อมูลอยู่แล้ว ว่าที่ไหนจะมีปัญหาบ้าง แต่ขอยังไม่เปิดเผย
lจะป้องกันกลโกงที่พัฒนาขึ้นมากอย่างไร
เราพยายามเต็มที่ แต่จะจับได้ไล่ทันแค่ไหนอยู่ที่พยานและข้อเท็จจริง เพราะคนที่ต้องการทุจริต เขาจะพยายามหลบหลีกไม่ให้ตรวจจับได้ เราก็อยากให้ผู้สมัครพรรคการเมือง ช่วยด้วย และพรรคการเมืองจะต้องประชุมกันเองโดยกำชับผู้สมัครว่าอย่าทำผิดกฎหมายการเลือกตั้ง
lเปรียบเทียบการเลือกตั้งที่จะถึงกับการเลือกตั้งในอดีตเข้มข้นต่างกันอย่างไร
ในช่วง 2-3 ปีผ่านมา สังคมมีความเห็นไม่ตรงกัน มีกลุ่มมวลชนหลายกลุ่มมากที่ออกมา ทั้งเสื้อแดงและเสื้อเหลืองซึ่งแต่เดิมไม่เคยมี แต่ที่ผ่านมาเรามีการปฏิวัติรวมถึงเกิดเหตุการณ์วันที่ 10 เม.ย. และ 19 พ.ค. ก็ยิ่งทำให้ความคิดแตกแยกมากขึ้นจากการปลุกเร้าอารมณ์ ซึ่งผลการเลือกตั้งครั้งนี้จะสะท้อนออกมาว่าประชาชนคิดอย่างไร
lในช่วงใกล้การเลือกตั้งมักมีข่าวปฏิวัติ จุดมุ่งหมายเพื่อไม่ให้เกิดการเลือกตั้ง
(สีหน้าจริงจัง) เวลานี้ทุกฝ่ายก็เห็นแล้วว่าจะเข้าสู่การเลือกตั้ง ยิ่งกฎหมายลูกที่เสนอผ่านสภาก็ไม่มีคนค้านเลย แสดงว่าทั้งฝ่ายรัฐบาลและฝ่ายค้านมุ่งไปสู่การเลือกตั้งหมดแล้ว ผู้บัญชาการทหารบก ผบ.เหล่าทัพ ก็ออกมายืนยันแล้วว่าไม่มี ฉะนั้นเลิกพูดได้แล้วว่าจะมีการปฏิวัติ ไม่มีการเลือกตั้ง กกต.ลาออก มันเป็นเรื่องไม่มีแล้ว...(หัวเราะ) โลกไม่ยอมรับอีกแล้ว ฉะนั้นข่าวที่มาเกิดจากการคาดหมายเท่านั้น
lความขัดแย้งในระบอบประชาธิปไตยไทยวันนี้ สุดท้ายจะลงเอยอย่างไร
ประชาชนจะต้องตัดสินใจและเรียนรู้ในการเลือกคนที่จะมาเป็นรัฐบาลไม่มีทางลัด ทุกฝ่ายต้องให้ความรู้ที่ถูกต้อง ประชาชนจะต้องให้ความสนใจเรื่องการเมืองให้มากขึ้น ประเทศก็เหมือนกับคนที่จะต้องผ่านจุดวิกฤตทั้งหลาย เช่น สหรัฐที่เกิดความแตกแยกทางความคิด ในที่สุดก็หาทางออกไปจนเกิดเป็นสงครามกลางเมือง เวลานี้บ้านเมืองเราอยู่ในจุดวิกฤต ซึ่งก็บอกไม่ได้ว่าจะใช้เวลานานเท่าใดถึงจะหลุดออกจากวิกฤตนี้ แต่จะค่อยๆ พัฒนาไป สำคัญคือ อย่าใช้วิธีการนอกแบบ เช่น ปฏิวัติ อย่างนี้มันจะทำให้การแก้ปัญหาซับซ้อนมากขึ้น
lหลังการเลือกตั้งแล้วความขัดแย้งจะเบาบางลงหรือไม่
เราไม่ได้หวังว่าหลังการเลือกตั้งครั้งนี้ทุกอย่างจะเรียบร้อย ผลออกมาแล้วเป็นที่ยอมรับของทุกคน แต่ไม่ใช่ว่าใครที่ได้เสียงข้างมากแล้วเป็นรัฐบาล จะทำอะไรตามใจชอบไม่ได้ เพราะทุกฝ่ายจับตาดูอยู่
lกลัวหรือไม่ ผลพวงจากการเลือกตั้งอาจทำให้ กกต.ถูกฟ้องจนเสี่ยงติดคุกเหมือนที่สดศรี สัตยาธรรม เป็นกังวล
เราทำงานยึดหลักกฎหมายและโดยสุจริตถ้าหากมีข้อสงสัยเราก็สามารถชี้แจงได้ตามขั้นตอน เราไม่ช่วยใคร ไม่กลั่นแกล้ง ส่วนใครจะเห็นด้วยหรือไม่นั้น มันช่วยไม่ได้ คุณอยากจะร้องเรียน จะฟ้องอะไรเราก็ชี้แจงกันไป







