posttoday
เศรษฐกิจทรุด-รายได้แย่ ปชช.ยังกลับบ้านเล่นสงกรานต์

เศรษฐกิจทรุด-รายได้แย่ ปชช.ยังกลับบ้านเล่นสงกรานต์

11 เมษายน 2554

ในช่วงเทศกาลสงกรานต์ของวันที่ 13 เม.ย.ทุกปี พ่อแม่ต่างก็ตั้งหน้าตั้งตาเฝ้ารอคอยการกลับมาของลูกหลานด้วยความกระสับกระส่าย

ในช่วงเทศกาลสงกรานต์ของวันที่ 13 เม.ย.ทุกปี พ่อแม่ต่างก็ตั้งหน้าตั้งตาเฝ้ารอคอยการกลับมาของลูกหลานด้วยความกระสับกระส่าย

โดย...ระรินธร เพ็ชรเจริญ

ในช่วงเทศกาลสงกรานต์ของวันที่ 13 เม.ย.ทุกปี พ่อแม่ต่างก็ตั้งหน้าตั้งตาเฝ้ารอคอยการกลับมาของลูกหลานด้วยความกระสับกระส่าย จะได้ร่วมฉลองเทศกาลขึ้นปีใหม่ของไทยพร้อมหน้าพร้อมตากันอย่างมีความสุข

หลังจากลูกหลานต้องโบกมือลาท้องไร่ท้องนามุ่งหน้าเข้าเมืองหลวง รับจ้างหาเงินหาทองส่งกลับบ้านมาเจือจุนครอบครัว ซึ่งหนึ่งปีจะมีเทศกาลหยุดยาวสักครั้งหนึ่ง ก็จะเฮโลพากันกลับมาตุภูมิบ้านเกิดจนแน่สถานีขนส่งหมอชิต หรือสถานีรถไฟหัวลำโพง

เช่นเดียวกับพี่น้องชาวเหนือที่ไปทำงานกรุงเทพฯ แม้ว่าปัจจุบันสภาพเศรษฐกิจไทยจะย่ำแย่สักแค่ไหน สินค้าต่างดาหน้าปรับขึ้นราคาทุกประเภท สวนทางกับรายได้ต่อเดือน แต่ทุกคนก็ยังอยากกลับบ้านเพื่อเดินทางไปฉลองเทศกาลสงกรานต์ หรือ “ปี๋ใหม่เมือง” กับครอบครัวทุกปี

เศรษฐกิจทรุด-รายได้แย่ ปชช.ยังกลับบ้านเล่นสงกรานต์

มิตร ไชยกันทะ อายุ 48 อยู่บ้านเลขที่ 21 หมู่ 3 บ้านลอมกลาง ต.ยม อ.ท่าวังผา จ.น่าน บอกว่า ลูกๆ ต้องไปเรียนหนังสือและทำงานอยู่ในกรุงเทพฯ ในช่วงสงกรานต์ก็จะกลับบ้านมาเยี่ยมเยือน ทำให้ครอบครัวมีความอบอุ่นอย่างมากที่ได้อยู่พร้อมพร้อมตาพ่อแม่ลูก

“แค่ได้เห็นหน้าลูกๆ ก็รู้สึกอบอุ่นใจแล้ว ส่วนเงินทองไม่เคยคาดหวังว่าในช่วงเทศกาลสงกรานต์ลูกๆ จะหอบเงินหอบทองมาฝาก ขอให้เอาตัวรอดอยู่ดีกินดีก็พอใจแล้ว เนื่องจากยุคนี้ข้าวยากหมากแพง ทุกคนต้องอยู่กับแบบประหยัด ซึ่งการเดินทางกลับบ้านในแต่ละครั้งก็ต้องเสียค่าใช้จ่ายเป็นจำนวนมากจากภาวะน้ำมันแพง” มิตร กล่าว

ปิยะนุช กองอุดมกิจ อายุ 33 ปี อยู่บ้านเลขที่ 3 หมู่ 9 บ้านหัวทุ่ง ต.บ่อแก้ว อ.นาหมื่น จ.น่าน เล่าว่า ในช่วงปี๋ใหม่เมืองจะเป็นช่วงรวมญาติมิตร ทั้งที่อยู่ต่างจังหวัดและใน จ.น่าน ต่างก็จะกลับมาบ้านเพื่ออยู่กันพร้อมหน้าพร้อมตากัน แต่ด้วยสภาพเศรษฐกิจที่ย่ำแย่ในปัจจุบัน ก็รู้สึกได้ถึงความขัดสนของบรรดาญาติๆ สังเกตได้ของฝากที่น้อยลง และจากการจับจ่ายซื้อของใช้ ของกิน ในช่วงเทศกาลก็จะประหยัดขึ้นด้วย

เช่นเดียวกับ สมคิด ยะชุ่ม อายุ 52 ปี อยู่บ้านเลขที่ 32 หมู่ 11 บ้านสันติสุข ต.นาทะนุง อ.นาหมื่น เล่าว่า ลูกสาววัย 25 ปี ต้องทำงานเป็นพนักงานในบริษัทเอกชนที่กรุงเทพฯ ในช่วงสงกรานต์ของทุกปีก็จะเดินทางกลับบ้าน และรู้สึกได้ว่าสภาพเศรษฐกิจที่ย่ำแย่มีผลต่อการเดินทางกลับบ้านของลูก จากราคาน้ำมันที่แพง ราคาสินค้า และค่าใช้จ่ายต่างๆ ก็เพิ่มสูงขึ้น ทำให้ลูกต้องเสียเงินไปกับค่าใช้จ่ายที่เพิ่มมากขึ้น

อย่างไรก็ตาม หลังจากที่ต้องห่างไกลครอบครัวเพื่อไปทำงานยังเมืองหลวงหรือต่างจังหวัด ในช่วงเทศกาลสงกรานต์ หรือปี๋ใหม่เมืองน่าน ก็ยังเป็นความหวังและธรรมเนียมวิถีลูกหลานเมืองน่าน ที่จะต้องเดินทางกลับบ้านเพื่อมาอยู่กับครอบครัว

ไม่ว่าสภาพเศรษฐกิจจะดีหรือแย่ ครอบครัวก็ยังเป็นสิ่งสำคัญ ของฝากหรือเงินตราที่จะให้มากหรือน้อย จึงไม่สำคัญไปกว่าช่วงเวลาที่จะได้อยู่เห็นหน้า ได้ร่วมวงกินข้าว ได้รับรู้ทุกข์สุขของลูกหลาน ญาติสนิทและมิตรสหาย ที่ต่างรอคอยในรอบหนึ่งปี

 

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท