posttoday
ยี้อนโยบาย2พรรค

ยี้อนโยบาย2พรรค

11 เมษายน 2554

เอกชนอัดหาเสียงระยะสั้นก๊อบปี้กันไม่มียุทธศาสตร์/สรรพากรค้านลดภาษีบ้านรถ

เอกชนอัดหาเสียงระยะสั้นก๊อบปี้กันไม่มียุทธศาสตร์/สรรพากรค้านลดภาษีบ้านรถ

ถล่มนโยบาย 2 พรรคใหญ่ มุ่งหาเสียงสั้น ก๊อบปี้กันเอง ไร้ยุทธศาสตร์ ด้านสรรพากร ค้านลดภาษีบ้านรถคันแรก

นายพรศิลป์ พัชรินทร์ตนะกุล รองกรรมการหอการค้าไทย กล่าวว่า นโยบายของ 2 พรรคการเมือง ได้แก่ พรรคประชาธิปัตย์และพรรคเพื่อไทย ที่ประกาศใช้สู้ศึกการเลือกตั้งครั้งนี้ ในมุมมองของภาคเอกชน นโยบายส่วนใหญ่คล้ายกัน คือต้องการให้คนมีรายได้เพิ่มขึ้นเป็นนโยบายประชานิยมเฉพาะหน้าไว้ขายเวลาการเลือกตั้ง แต่ขาดนโยบายที่เป็นยุทธศาสตร์ประเทศ หรือการวางแผนการเติบโตของประเทศในระยะยาว เนื่องจากเรื่องต่างๆ มีเป้าหมายที่เล็กเกินไปเป็นนโยบายของรัฐบาลไม่ได้

ยี้อนโยบาย2พรรค

เอกชนต้องการเห็นนโยบายที่ขับเคลื่อนเศรษฐกิจอย่างยั่งยืน เช่น ยุทธศาสตร์พัฒนาเศรษฐกิจของประเทศ เรื่องเกษตร อาหาร ท่องเที่ยว ซึ่งเป็นยุทธศาสตร์หลักสำหรับประเทศ เนื่องจากเป็นเรื่องที่ไทยมีพื้นฐานดีอยู่แล้ว และทั้ง 3 ตัวนี้มีขีดความสามารถที่จะผลักดันให้ประเทศไทยพัฒนาอย่างยั่งยืน จากนั้นค่อยหานโยบายย่อยๆ มาประกอบ

นอกจากนี้ เรื่องการพัฒนาด้านการศึกษารัฐบาลไม่ค่อยให้ความสำคัญ หรือการพัฒนาแรงงานควรจะทำอย่างไร มีแต่จะขึ้นค่าจ้างให้อย่างเดียว แต่ไม่เคยบอกว่าแรงงานต้องดีขึ้นอย่างไร

“จึงขอแนะนำให้ไปคิดนโยบายใหม่ นโยบายที่ออกมาไม่ใช่ว่าไม่ดี แต่เล็กเกินไป เป็นนโยบายเฉพาะหน้าเดิมๆ ไม่เป็นกรอบใหญ่ นอกจากนี้ยังไม่เห็นรัฐบาลไหนมีความคิดที่จะออกกฎหมายดีๆ มาใช้ในประเทศ มีแต่ต้องการเข้ามานั่งเป็นรัฐบาลผู้บริหาร แต่การเดินหน้าของประเทศต้องใช้กฎหมายเป็นหลัก” นายพรศิลป์ กล่าว

นายธนิต โสรัตน์ รองประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) กล่าวว่า นโยบายที่เห็นส่วนใหญ่เป็นการนำของเก่ามารวมเป็นนโยบายพรรคการเมืองที่มุ่งคะแนนเสียง แทนที่จะวางนโยบายพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืน แต่นโยบายของพรรคประชาธิปัตย์ก็ยังพอมีเรื่องการวางโครงสร้างพื้นฐานอยู่บ้าง เช่น การพัฒนาท่าเรือ รถไฟความเร็วสูง

รวมทั้งนโยบายประชานิยมของแต่ละพรรค ไม่ควรใช้ประชานิยมกับเรื่องการขึ้นค่าจ้าง เพราะเมื่อขึ้นค่าจ้าง ต้นทุนผู้ประกอบการสูงขึ้น สุดท้ายก็ผลักภาระไปที่การขึ้นราคาสินค้า ซึ่งผู้บริโภคจะเป็นผู้ได้รับผลกระทบโดยตรง และจะกระทบต่อเศรษฐกิจระยะยาว เพราะเงินเฟ้อสูงขึ้น ขีดความสามารถการแข่งขันเอกชนลดลง นักลงทุนจะไม่เข้ามาไทยในอนาคต

นายสาธิต รังคสิริ อธิบดีกรมสรรพากร กล่าวถึงนโยบายให้คนซื้อบ้านหลังแรกและรถยนต์คันแรกนำมาลดหย่อนภาษีได้ว่า ในส่วนของซื้อบ้านหลังแรกแล้วหักภาษีได้ หากนำมาตรการนี้กลับมาใช้ใหม่ กรมมองการให้บ้านหลังแรกลดภาษีได้ ขณะนี้หากใช้ถือว่ายังไม่เหมาะสม เพราะเศรษฐกิจไม่ได้เกิดวิกฤตเช่นที่ผ่านมา

สำหรับเรื่องซื้อรถคันแรกแล้วนำมาลดภาษี เห็นว่ารถเป็นสินค้าในหมวดฟุ่มเฟือย หากให้ซื้อรถแล้วนำมาลดภาษีได้ จะเป็นการกระตุ้นให้คนบริโภคสินค้าฟุ่มเฟือย ที่มีการนำเข้าจากต่างประเทศ ซึ่งสุดท้ายอาจทำให้ขาดดุลการค้ามากขึ้นได้

กรมสรรพากรมีการออกกฎหมายเรื่องการลดหย่อนภาษีอยู่แล้วว่า ดอกเบี้ยที่เกิดขึ้นจากการผ่อนบ้านสามารถนำมาลดหย่อนภาษีได้ปีละ 1 แสนบาท ทั้งนี้ที่ผ่านมาสมัยเกิดวิกฤตต้มยำกุ้งในช่วงปี 2540 กรมสรรพากร เคยออกมาตรการกระตุ้นภาคอสังหาริมทรัพย์ ด้วยการเปิดให้ประชาชนนำเงินค่าผ่อนดาวน์บ้านมาใช้ลดหย่อนภาษีได้ ซึ่งขณะนั้นประกาศใช้เป็นมาตรการชั่วคราวเท่านั้น เพราะต้องการกระตุ้นเศรษฐกิจ

ข่าวล่าสุด

‘สุชาดา’ ปฏิเสธเอี่ยวเว็บพนัน ยัน FBI-SEC ไม่พบชื่อสามี

‘สุชาดา’ ปฏิเสธเอี่ยวเว็บพนัน ยัน FBI-SEC ไม่พบชื่อสามี