posttoday
FACE OFF ปลอมหน้าข้ามแดนเถื่อน

FACE OFF ปลอมหน้าข้ามแดนเถื่อน

11 เมษายน 2554

ในเมื่อหนังสือเดินทางปลอมไม่สามารถทำให้อาชญากรข้ามชาติ และขบวนการค้ามนุษย์

ในเมื่อหนังสือเดินทางปลอมไม่สามารถทำให้อาชญากรข้ามชาติ และขบวนการค้ามนุษย์

หรือแม้กระทั่งคนธรรมดาสามัญที่แสวงหาช่องทางไปขุดทองในต่างประเทศใช้ได้อย่างราบรื่นเหมือนในอดีต เนื่องจากสำนักงานตำรวจตรวจคนเข้าเมือง (ตม.) กางตาข่ายขึงดักคนทำผิดกฎหมายไว้ตามสนามบินนานาชาติทั้ง 5 แห่งในเมืองไทย จึงทำให้เซียนปลอมหนังสือเดินทางต้องปรับเปลี่ยนกลยุทธ์ขนานใหญ่ จึงเป็นที่มาของการปลอมแปลงตัวคนเดินทางที่แทบไม่ต่างอะไรเลยกับภาพยนตร์ชื่อดังอย่าง “Face Off”

การไล่ล่า หรือดักตะครุบตัวคนร้ายที่ถือหนังสือเดินทางปลอมของ ตม.ประจำสนามบินทั้งขาเข้า และขาออก ไม่ได้กลายเป็นปัญหาอีกต่อไปแล้ว หลังจาก ตม. ซึ่งคอยตีตราประทับผ่านเข้าออกประเทศไทยนั้นพบว่า ทุกวันนี้แก๊งคนร้ายกำลังเล่นกับเทรนด์ใหม่ของการผ่านเข้าออกประเทศ ที่ใช้หนังสือเดินทางตัวจริงที่ทางราชการออกให้ แต่คนที่ถือหนังสือเดินทางไปด้วยนั้นเป็น “ตัวปลอม”

พล.ต.ต.ปรีชา ธิมามนตรี ผู้บังคับการกองบังคับการตรวจคนเข้าเมือง 2 บอกให้รู้ว่า การเข้มงวดของ ตม.ที่มีความเชี่ยวชาญในการตรวจหนังสือเดินทางปลอมนี้เอง ทำให้จับกุมคนร้ายปลอมแปลงหนังสือเดินทางได้จำนวนมากในแต่ละเดือน

FACE OFF ปลอมหน้าข้ามแดนเถื่อน

แก๊งคนร้ายที่ต้องการเข้าออกประเทศไทยจึงคิดค้นหาวิธีการแปลกใหม่นำมาใช้ และวิธีการล่าสุดคือการให้คนร้ายถือหนังสือเดินทางตัวจริงที่หน้าเหมือนกับคนถือ ซึ่งวิธีนี้หากเจ้าหน้าที่ไม่ช่างสังเกตพอ คนร้ายก็สามารถที่จะผ่านด่านไปได้อย่างไม่ทันสงสัย

“จากการสืบสวนเราพบว่าจะมีแก๊งคนร้ายที่รับดำเนินการ ทำในรูปแบบคล้ายกับโมเดลลิง มีการแคสติง คือมีรูปภาพคนหลายคนเก็บไว้ เมื่อมีคนที่ต้องการเดินทางออกนอกประเทศไปติดต่อ แก๊งคนร้ายก็จะเปิดหนังสือเดินทางตัวจริงที่มีอยู่ว่ามีใครหน้าเหมือนลูกค้าบ้าง ถ้ามีก็จะขายให้ทันที แต่ถ้าไม่มี แก๊งคนร้ายก็จะออกไปแสวงหาคนที่หน้าเหมือนกับลูกค้าตามสวนสาธารณะ หรือศูนย์การค้าต่างๆ รวมทั้งมหาวิทยาลัยด้วย” พล.ต.ต.ปรีชา ซึ่งรับผิดชอบดูแลสนามบินนานาชาติทั้ง 5 แห่งของไทยคือ สุวรรณภูมิ ดอนเมือง ขอนแก่น ภูเก็ต และเชียงใหม่ แฉเล่ห์กลของแก๊งลวงโลก

เมื่อเจอคนหน้าเหมือนแก๊งคนร้ายก็อาจจะใช้วิธีการขโมยหนังสือเดินทาง หรือเข้าไปเจรจาตกลงขอซื้อ หรือให้ไปทำหนังสือเดินทาง แล้วจ่ายเป็นค่าตอบแทน เมื่อคนร้ายเดินทางออกนอกประเทศไปแล้วคนที่ขายหนังสือเดินทางให้ก็สามารถไปแจ้งหาย และทำใหม่ได้อย่างไม่มีพิรุธ วิธีการนี้กำลังได้รับความนิยมมาก แม้ว่าจะมีราคาในการดำเนินการสูง แต่ก็ปลอดภัยกว่าการปลอมหนังสือเดินทาง โดยราคาค่างวดขึ้นอยู่กับอายุ สัญชาติของหนังสือเดินทาง และประเทศที่จะเดินทางไป

ทุกวันทำให้ ตม.ทำงานหนักมากขึ้น นอกจากจะต้องจ้องจับผิดหนังสือเดินทางปลอมแล้ว ยังต้องคอยดูใบหน้าของบุคคลแต่ละคนที่จะเดินทางเข้าออกด้วย บางคนที่เคยจับได้ลงทุนทำศัลยกรรมหน้าให้เหมือนกับคนในหนังสือเดินทาง ดังนั้น ตม.แต่ละคนจะต้องได้รับการฝึกอบรมให้ดูใบหน้าเทียบกับภาพถ่ายโดยมี 5 จุดสำคัญ คือ หู ตา จมูก ปาก และรูปแบบของโครงหน้า หรือบางครั้งอาจจะต้องเพ่งดูถึงต่อมน้ำตา เพราะจุดนี้เป็นจุดเดียวที่ไม่สามารถศัลยกรรมได้

อย่างไรก็ตาม ทุกวันนี้ในประเทศแถบสแกนดิเนเวีย และยุโรป พยายามแก้ปัญหานี้ด้วยการถ่ายภาพในหนังสือเดินทางให้เป็นภาพเอียงเฉียง เพื่อให้เห็น “ใบหู” เนื่องจากใบหูเป็นสิ่งที่ทำศัลยกรรมได้ยากที่สุด หากทำศัลยกรรมมาก็จะเห็นได้ชัดว่ามีการเปลี่ยนแปลงใบหู ในขณะที่บางประเทศก็ให้เจ้าของหนังสือเดินทางฉีกยิ้มในภาพถ่ายด้วย เพื่อต้องการเห็นฟัน เพราะการปลอมฟันให้เหมือนกันย่อมทำได้ยากเช่นเดียวกัน

สำหรับคนร้ายที่ใช้วิธีการนี้ คือประเทศในกลุ่มเอเชียใต้ อเมริกาใต้ และแอฟริกาใต้ มักจะถือหนังสือเดินทางจริงของออสเตรเลีย ประเทศในกลุ่มสแกนดิเนเวีย หรืออเมริกา ซึ่ง ตม.สามารถจับได้เฉลี่ยราว 1-2 คนต่อเดือน และมีแนวโน้มจะเพิ่มมากขึ้น

พ.ต.ท.ศุภชาติ พันธุมณี สารวัตร กองกำกับการสืบสวนปราบปราม กองบังคับการตำรวจตรวจคนเข้าเมือง 2 หนึ่งในผู้ที่เชี่ยวชาญการเพ่งดูใบหน้า บอกว่า ส่วนใหญ่แล้วคนร้ายที่มีพฤติกรรมเช่นนี้ จะพยายามทำทุกวิถีทางที่ทำให้ตัวเองเหมือนภาพในหนังสือเดินทางจริง แก๊งคนร้ายจะพยายามหาหนังสือเดินทางที่เหมือนกับลูกค้ามากที่สุด โดยเริ่มจากชาติพันธ์ุ อายุ และความสูง ก็นับว่าเป็นอีกงานหนึ่งที่เพิ่งเข้ามา และมีความยากมากขึ้นด้วย

สำหรับ ส.ต.อ.(หญิง) เขมณัฏฐ์ หลีแก้วสาย อีกหนึ่งมืออาชีพ และเคยจับกุมคนร้ายในรูปแบบนี้มาแล้ว การสังเกตคนร้ายจุดแรกดูที่ใบหูก่อน เพราะใบหูคนจะไม่เหมือนกัน หรือไม่ก็ดูที่ไฝ หรือร่องรอยบนใบหน้า ก่อนหน้านี้เคยมีกรณีที่ในภาพไม่มีไฝ แต่ตัวจริงมีไฝ ซึ่งเป็นไปไม่ได้อย่างนี้ก็เคยถูกจับกุมมาแล้ว ขณะเดียวกันบางคนก็ไม่เหมือนกับในรูปเลยแต่เป็นคนเดียวกันก็มี เพราะน้ำหนักลดเลยทำให้รูปหน้าเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง

ผลการเข้มงวดของ ตม.ไทย โดยเฉพาะที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมินี้เอง ทำให้คนร้ายที่ปกติจะใช้ไทยเป็นฐานในการเปลี่ยน หรือต่อเครื่องไปยังประเทศที่สาม ย้ายไปยังประเทศมาเลเซียแทน เนื่องจากเริ่มรู้ว่าตำรวจไทยรู้ทัน และเริ่มตามจับคนทำผิดได้มากยิ่งขึ้น นี่แหละไม่มีสิ่งไหนที่ตำรวจไทยทำไม่ได้หากคิดจะทำ !!!

ข่าวล่าสุด

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ