posttoday
นายกฯขั้วที่สามโอกาสยาก พท.-ปชป.ขวาง

นายกฯขั้วที่สามโอกาสยาก พท.-ปชป.ขวาง

11 เมษายน 2554

“ผ่านมาสังคมลองถูกลองผิดมาแล้ว ครั้งแรกเลือกพรรคพลังประชาชนเป็นรัฐบาล ก็คิดว่าการเลือกตั้งจะคลี่คลาย

“ผ่านมาสังคมลองถูกลองผิดมาแล้ว ครั้งแรกเลือกพรรคพลังประชาชนเป็นรัฐบาล ก็คิดว่าการเลือกตั้งจะคลี่คลาย

โดย...ทีมข่าวการเมือง

“ผ่านมาสังคมลองถูกลองผิดมาแล้ว ครั้งแรกเลือกพรรคพลังประชาชนเป็นรัฐบาล ก็คิดว่าการเลือกตั้งจะคลี่คลาย แต่ก็ไม่ใช่ เกิดม็อบปิดล้อมสนามบิน นำไปสู่การยุบพรรค พอยุบพรรคเสร็จ พรรคประชาธิปัตย์ขึ้นมา แทนที่บ้านเมืองจะคลี่คลาย ปรากฏว่าเกิดการเผชิญหน้าสูญเสียเลือดเนื้อในเหตุการณ์เมษาพฤษภา วันนี้ความปกติของบ้านเมืองยังไม่กลับมา เมื่อลองถูกลองผิดแล้วและยังไม่ใช่อีก มันก็อาจมีช่องทางที่สามขึ้นมา ซึ่งก็เป็นไปได้สูง”

คำสัมภาษณ์ของ “สมศักดิ์ ปริศนานันทกุล” ที่ปรึกษาหัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา ผ่านโพสต์ทูเดย์ สะท้อนถึงท่าทีชัดเจนแจ่มแจ้งว่า “ว่าที่พรรคร่วมรัฐบาล” อย่างชาติไทยพัฒนา ที่ญาติดีกับทั้งขั้วประชาธิปัตย์และขั้วทักษิณ ต้องการถีบตัวเองขึ้นมาเป็นนายกรัฐมนตรี

นายกฯขั้วที่สามโอกาสยาก พท.-ปชป.ขวาง

ไม่แปลกอะไรหากบรรดาพรรคร่วมรัฐบาลปัจจุบันจะแสดง ขยับ ผนึกกำลังต่อรองกับสองพรรคใหญ่ เพื่อหาสูตรใหม่ในการได้อำนาจรัฐ แบบไม่ต้องกินน้ำใต้ศอกเหมือนเคย

จึงเห็นการจับมือเป็นพันธมิตรทางการเมืองอย่างพรรคชาติไทยพัฒนากับพรรคภูมิใจไทย หรือการประกาศควบรวมพรรคระหว่างรวมชาติพัฒนากับเพื่อแผ่นดิน เป็นพรรคใหม่ในขวดเก่าชื่อ “ชาติพัฒนาเพื่อแผ่นดิน”

พร้อมกับปลุกกระแสว่า ถ้ารัฐบาลใหม่ยังได้เพื่อไทยเป็นนายกฯ ซึ่งไม่ว่าใครก็ยังเป็น “นอมินีทักษิณ” หรือซีกประชาธิปัตย์ที่ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ขอเป็นนายกฯ อีกสมัย บ้านเมืองก็ยังวนเวียนกับวิกฤตขัดแย้งไม่สิ้นสุด

ด้วยเหตุผลว่า ทักษิณและเสื้อแดงปกครองประเทศ ก็จะเกิดม็อบเหลืองมาต่อต้านจนนำไปสู่การปิดสนามบิน เพราะไม่การเผด็จอำนาจ คอร์รัปชัน และสถาปนาระบอบประชาธิปไตยสีแดง

ขณะที่ประชาธิปัตย์เป็นรัฐบาล 2 ปีเศษ บ้านเมืองก็บอบช้ำเพราะม็อบทักษิณเอาคืน จนเกิดเหตุการณ์เมษาพฤษภาเลือด 2553 และเป็นปมความขัดแย้งที่ทับซ้อนจนยากจะแกะออก

อีกทั้งช่วง 5 ปีแห่งความขัดแย้ง ประเทศไทยเปลี่ยนนายกฯ มาถึง 4 คน ตั้งแต่ พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ สมัคร สุนทรเวช สมชาย วงศ์สวัสดิ์ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เฉลี่ยอยู่กันแค่ปีเศษ และไม่ว่าใครจะมาเป็นนายกฯ จากขั้วใดจากนี้ ก็ไม่เห็นหนทางว่าจะสงบราบรื่น

บรรดาพรรคการเมืองขั้วที่ 3 จึงหยิบฉวยสถานการณ์นี้เพื่อสร้างโอกาสทองให้กับตัวเอง

ที่เปิดตัวขณะนี้มี 2 ราย...

รายแรก ร.ต.อ.ปุระชัย เปี่ยมสมบูรณ์ หัวหน้าพรรครักษ์สันติ ที่ได้เสนอตัวเป็นทางเลือกใหม่ มาพร้อมกับคอนเนกชันตัวบิ๊กอย่าง พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ อดีต ผบ.ตร. น้องรักของ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รมว.กลาโหม พี่ใหญ่แห่งบูรพาพยัคฆ์

“บิ๊กปุ” ถูกเชื่อมโยงกับพรรคภูมิใจไทย เพราะกลุ่มเพื่อนปุล้วนอยู่ในเครือข่ายสีน้ำเงิน โดยเฉพาะพี่น้อง “วงษ์สุวรรณ” ที่ซี้ย่ำปึ้กกับเนวิน ชิดชอบ

จุดแข็งของ “บิ๊กปุ” คือ ได้กลุ่มคนชั้นกลางและมีภาพความซื่อสัตย์ เด็ดขาด แต่ในจุดแข็งก็เป็นจุดอ่อนของตัวเอง เพราะบิ๊กปุแข็งเกินไป จนไม่สามารถทำงานในสภาพการเมืองปัจจุบันได้

อีกคนที่สร้างบารมีมาต่อเนื่อง คือ พล.ต.สนั่น ขจรประศาสน์ รองนายกรัฐมนตรี และประธานที่ปรึกษาพรรคชาติไทยพัฒนา ที่เดินสายสานสัมพันธ์สร้างความปรองดองกับหลากกลุ่มก๊วนทางการเมืองทั้งสองขั้ว ทั้งเพื่อไทย แกนนำเสื้อแดง ประชาธิปัตย์ แม้แต่ สว.เลือกตั้งเพื่อดึงมาเป็นแนวร่วม

ที่ผ่านมา เสธ.หนั่น ได้รับการตอบรับอย่างดี โดยเฉพาะจากแกนนำเสื้อแดงที่ต่างซูฮก เพราะ เสธ.หนั่น ได้มาเป็นพยานให้กับฝ่าย นปช. ที่ขอยื่นประกันตัว จนศาลอนุญาตให้ปล่อยตัวชั่วคราว ทำให้ 7 แกนนำ นปช.ต้องบึ่งไปขอบคุณที่บ้านพักย่านเมืองนนท์

ในการเดินเกมปรองดอง เสธ.หนั่น ได้บินไปพบกับ ทักษิณ ชินวัตร เล่นเอาหุ้น เสธ.หนั่น ขึ้นกระฉูดติดกระดานแดง จนมีข่าวว่าเพื่อไทยจะทาบทามให้เป็นมาเป็นหัวหน้าพรรค

ทั้ง “บิ๊กปุ” และ “เสธ.หนั่น” วิ่งในลู่นายกฯ ขั้วที่สาม แต่ภาษีของ เสธ.หนั่น มีมากกว่า เพราะมีพรรคชาติไทยพัฒนาของบิ๊กเติ้งเป็นฐานหนุนและคลุกกับการเมืองทุกขั้ว ขณะที่ “บิ๊กปุ” มีแต่ภาพที่ดูเด่นประดุจดั่งเทวดา แต่ยังไม่ได้ลงมือทำ

โมเดลนายกฯ คนกลางนี้ ว่าไปแล้วเดินตามรอยนายกฯ เสียงข้างน้อยในสมัย ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ ปราโมช ระหว่างปี 25182519 แต่ขณะนั้น ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ เป็นนายกฯ ได้ไม่ถึงปี เพราะปัญหาเสถียรภาพรัฐบาล

อย่างไรก็ตาม การก่อกระแสนายกฯ ขั้วที่สามที่กำลังดังและน่าสนใจขณะนี้ คงไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะเป็นจริงอย่างที่ฝัน เพราะพรรคเพื่อไทยคงไม่ยอม เนื่องจากครั้งนี้เป็นเดิมพันครั้งสำคัญ และทักษิณก็ทุ่มหมดหน้าตัก เพื่อให้ได้เป็นรัฐบาลจะได้นิรโทษกรรมให้ตัวเองกลับประเทศ

หากเพื่อไทยต้องเฉลี่ยอำนาจให้ เสธ.หนั่น หรือพรรคกลางมาเป็นนายกฯ ในรัฐบาลเพื่อไทย ก็จะเป็นอุปสรรคที่จะไม่สามารถเดินเกมนิรโทษกรรมได้ถนัดถนี่ นอกจากต้องให้พรรคเพื่อไทยเป็นนายกฯ เท่านั้น

กระนั้น หากเพื่อไทยได้ที่ 1 แต่จัดตั้งรัฐบาลไม่ได้ เพราะพรรคขนาดกลางไม่มาร่วมด้วย ก็เป็นโอกาสของซีกประชาธิปัตย์ แม้พรรคร่วมจะต่อรองให้คนของตัวเองเป็นนายกฯ กับพรรคสะตอ ก็ไม่ใช่เรื่องง่ายอีกเช่นกัน เพราะประชาธิปัตย์ประกาศชัดไม่ยอมให้พรรคเล็กมาเป็นนายกฯ

อีกทั้งไม่มีหลักประกันว่า ถ้านายกฯ มาจากพรรคชาติไทยพัฒนา+ภูมิใจไทย จะเป็น 10 เสธ.หนั่น หรือ 10 ปุระชัย ประเทศจะสงบ ไม่มีสีเหลือง สีแดงมาชุมนุมคัดค้าน เพราะอย่างไรเสียพรรคขนาดกลางก็ต้องดึงพรรคเพื่อไทย หรือไม่ก็พรรคประชาธิปัตย์มาเป็นแกนนำร่วมรัฐบาลอยู่ดี

รัฐบาลใหม่จึงยังวนอยู่ในโครงสร้างการเมืองเก่า ตัวละครเก่า ข้อสำคัญ ประเทศจะสงบหรือไม่ อยู่ที่การดำเนินนโยบายที่ถูกต้องชอบธรรม และแก้ปัญหาประเทศอย่างแท้จริง ไม่ทำเพื่อประโยชน์ตนเองและพรรคพวก มีความเป็นธรรม ไม่สองมาตรฐาน

การปลุกนายกฯ ขั้วที่สามของพรรคร่วม ด้านหนึ่งเป็นการต่อรองที่ขอหนักกับพรรคแกนนำไว้ก่อน หากได้ร่วมรัฐบาล เบื้องหลังที่แท้อยู่ที่เก้าอี้รัฐมนตรีเกรดเอ อย่างมหาดไทย คมนาคม เกษตรฯ พาณิชย์ เหมือนเดิมที่พรรคร่วมต่างพอใจได้หยิบชิ้นปลามัน

นพดล กรรณิกา ผู้อำนวยการสำนักวิจัยเอแบคโพลล์ มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ วิเคราะห์โอกาสเกิดนายกฯ ขั้วที่สามว่า ในทางการเมืองโอกาสพลิกขั้วก็ยังมีได้อยู่ เพราะเป็นปัจจัยนอกเหนือการควบคุม แต่ปัญหาคือบุคคลนั้นต้องเป็นที่ยอมรับจากประชาชน

จากนี้ไปคงต้องรอดูว่า การเมืองจะเกิดการพลิกขั้วหรือไม่ แต่จะเป็นไปได้มากน้อยขนาดไหน หรือที่ผ่านมาเป็นเพียงการต่อรองทางการเมืองหลังการเลือกตั้งจะได้เห็นคำตอบ...

 

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท