
ญี่ปุ่นพัง...ประกันไทยเซ
ใครจะคิดว่าความเสียหายทางเศรษฐกิจในญี่ปุ่นจากแผ่นดินไหว สึนามิ และกัมมันตรังสี นิวเคลียร์รั่วไหลจนแก้กันไม่ตก
ใครจะคิดว่าความเสียหายทางเศรษฐกิจในญี่ปุ่นจากแผ่นดินไหว สึนามิ และกัมมันตรังสี นิวเคลียร์รั่วไหลจนแก้กันไม่ตก
โดย...ทีมข่าวการเงิน
ใครจะคิดว่าความเสียหายทางเศรษฐกิจในญี่ปุ่นจากแผ่นดินไหว สึนามิ และกัมมันตรังสี นิวเคลียร์รั่วไหลจนแก้กันไม่ตก จะทำให้บริษัทประกันภัยไทยต้องสะเทือน
แต่ในความเป็นจริงไม่เพียงแต่สะเทือน หากแต่สะท้านไปทั้งวงการ เหตุผลเพราะญี่ปุ่นไม่เพียงแต่เป็นลูกค้าที่ทำประกันไว้รายใหญ่เท่านั้น หากแต่ยังถือหุ้นในบริษัทประกันไทยจำนวนมาก
หากจะพิเคราะห์สภาพปัญหาในธุรกิจประกันแล้วจะเห็นภาพในหลายมิติ
หนึ่ง บริษัทประกันภัยต่อชั้นนำอย่างมิวนิครี ประเมินไว้ว่า ธุรกิจประกันภัยจะต้องชดใช้ค่าสินไหมทดแทนประมาณ 5.4 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 1.62 ล้านล้านบาท
จำนวนดังกล่าวไม่นับรวมความเสียหายจากระเบิดโรงผลิตไฟฟ้านิวเคลียร์ ซึ่งจะกระทบต่อราคาเบี้ยประกันภัยต่อที่จะทำการต่อสัญญาในปี 2555
แน่นอนว่า ประเด็นปัญหาดังกล่าวจะทำให้ต้นทุนของบริษัทประกันภัยในไทยสูงขึ้นแน่ อย่างน้อยไม่ต่ำกว่า 50%
สอง บริษัทจัดอันดับความน่าเชื่อถือมีแนวโน้มปรับลดอันดับความน่าเชื่อถือบริษัทประกันวินาศภัยในญี่ปุ่น ซึ่งเป็นผู้รับประกันภัยต่อ
ปัญหาที่จะตามมา คือ บริษัทประกันภัยไทยที่ต้องทำประกันภัยต่อกับบริษัทที่ถูกลดอันดับความน่าเชื่อถือจะต้องตั้งสำรองเพิ่มขึ้น ตามเกณฑ์การดำรงเงินกองทุนตามประเภทความเสี่ยง (RBC) ซึ่งจะทำให้กระทบต่อฐานะการเงินของบริษัทประกันไทยไปด้วย
สาม ขณะนี้ญี่ปุ่นไม่สามารถผลิตชิ้นส่วนสำคัญของรถยนต์ ส่งมาที่ไทยเพื่อประกอบกับชิ้นส่วนอื่นๆ ได้ จะทำให้อุตสาหกรรมรถยนต์ในไทยได้รับผลกระทบ ไม่มีรถยนต์ส่งให้ลูกค้า ทำให้ยอดขายรถยนต์ใหม่ชะลอตัว จะกระทบต่อการขายประกันภัยรถยนต์ ซึ่งมีสัดส่วนเบี้ยประกันภัยสูงถึง 60% ของเบี้ยรับรวมในแต่ละปี
สี่ จำนวนรถยนต์ที่ส่งออกนอกประเทศมียอดลดลง ทำให้การประกันภัยขนส่งทางทะเลลดลง จะทำให้เบี้ยประกันภัยลดลงด้วย ซึ่งส่วนใหญ่เบี้ยประกันจะตกอยู่กับบริษัทประกันภัยในเครือญี่ปุ่น แต่จะได้รับผลดีจากการส่งออกอาหาร ผัก ที่คาดว่าประเทศอื่นๆ ในเอเชีย รวมถึงญี่ปุ่น จะมีการสั่งซื้อจากไทยมากขึ้น
ทั้งสี่ปัจจัยเริ่มเห็นผลชัดเจนแล้วในขณะนี้ว่า สึนามิเกิดที่ทะเลไกลโพ้น แต่สะเทือนมายังเมืองไทย
ยังมีอีกหนึ่งความเสี่ยงที่ขณะนี้ภาพยังไม่แน่ชัด พร่าๆ มัวๆ แต่มีนัยสำคัญว่าจะสร้างความเสียหายมหาศาลตามมา คือ การประกันภัยธุรกิจหยุดชะงักของโรงงานผู้รับจ้างผลิตชิ้นส่วน และโรงงานอุตสาหกรรมต่างๆ ทั้งในญี่ปุ่นและในประเทศไทยที่รับงานต่อจากญี่ปุ่น และประกันภัยความรับผิดต่อบุคคลภายนอกจากการได้รับกัมมันตรังสี
หากไม่สามารถประกอบชิ้นส่วนได้ตามปกติ หรือไม่สามารถผลิตสินค้าได้ จากผลกระทบของนิวเคลียร์ การไม่มีไฟฟ้าผลิต สามารถที่จะเรียกร้องค่าเสียหายจากผู้ผลิตชิ้นส่วนในญี่ปุ่นได้
บริษัทประกันภัยในเครือญี่ปุ่นที่อยู่ในไทย จะต้องเข้ามาชดใช้ค่าสินไหมทดแทนส่วนนี้ให้กับโรงงานที่ตั้งอยู่ในไทย จะทำให้กำลังในการรับประกันภัยต่อในประเทศลดลง
ทั้งนี้ เชื่อว่าบริษัทแม่ในญี่ปุ่นคงไม่เรียกเงินกำไรจากบริษัทลูกในไทย ซึ่งประกอบด้วย บริษัท สมโพธิ์ เจแปน บริษัท เอ็มเอสไอจี บริษัท โตเกียวมารีนศรีเมือง บริษัท ไอโออิ กรุงเทพ และบริษัท มิตซุย สุมิโตโม เพราะจำนวนเงินมีไม่มากพอ และยังเป็นโอกาสในการลงทุนที่ดี เนื่องจากอัตราดอกเบี้ยในไทยสูงกว่าญี่ปุ่น ค่าเงินบาทแข็งกว่าค่าเงินเยน และมีเสถียรภาพทางสิ่งแวดล้อมมากกว่า
นอกจากนี้ ภาวะน้ำท่วมหนักในภาคใต้ที่กินเวลานานและสร้างความเสียหายให้กับรถยนต์จำนวนมาก และอาคาร ร้านค้า ซึ่งส่วนใหญ่ทำประกันภัยไว้ คาดกันว่าความเสียหายในครั้งนี้จะเกิน 2,000 ล้านบาท
เมื่อขายประกันภัยได้น้อยลง รายได้ลดลงค่าสินไหมทดแทนจ่ายเพิ่มขึ้น ต้นทุนสูงขึ้น จะกระทบต่อเงินกองทุน บริษัทที่มีเงินกองทุนแข็งแกร่งจะได้เปรียบ ขณะที่บริษัทขนาดเล็กที่เงินกองทุนต่ำอยู่แล้ว อาจจะต้องเพิ่มทุนใหม่
ซึ่งในภาวะการแข่งขันสูง การเพิ่มทุนใหม่จึงไม่ใช่เรื่องง่าย
ปัจจุบันบริษัทประกันวินาศภัยไทยถูกแบ่งออกเป็น 3 กลุ่ม จาก 68 บริษัท บริษัทขนาดเล็กเบี้ยประกันไม่ถึง 1,000 ล้านบาท มีมากที่สุดจำนวน 36 บริษัท
รองลงมาเป็นบริษัทขนาดกลางเบี้ยประกันภัย 1,000-5,000 ล้านบาท 28 บริษัท ขณะที่บริษัทขนาดใหญ่ ที่เบี้ยประกันภัยตั้งแต่ 5,000 ล้านบาทขึ้นไป มีเพียง 4 บริษัทเท่านั้น
ในแง่ของบริษัทประกันภัยขนาดใหญ่ อาจไม่กระทบ เพราะมีฐานลูกค้าหลากหลายประเภทเข้ามาชดเชยกำไรที่จะหายไป จึงอาจเสมอตัวกับปัญหาเหล่านี้
เช่นเดียวกับบริษัทประกันภัยขนาดกลาง ที่อาจกระทบต่อผลกำไรในปีนี้
แต่สำหรับบริษัทประกันภัยขนาดเล็ก ที่พึ่งพาประกันภัยรถยนต์เป็นหลักและพึ่งพาเงินทุนจากญี่ปุ่นมาโอบอุ้มอยู่ อาจถึงขั้นเอาตัวไม่รอดก็ได้?
ฤทธิ์เดชของสึนามิจากญี่ปุ่นจึงลากพาธุรกิจประกันภัยของไทยให้ซวนเซไปด้วย







