posttoday
สิ้นเม.ย.กองทุนน้ำมันติดลบ

สิ้นเม.ย.กองทุนน้ำมันติดลบ

11 เมษายน 2554

เชื่อรัฐไม่กล้าขึ้นดีเซลช่วงหาเสียงคาดยืดหนี้ให้ปตท.แบกลดภาษีอุ้ม

เชื่อรัฐไม่กล้าขึ้นดีเซลช่วงหาเสียงคาดยืดหนี้ให้ปตท.แบกลดภาษีอุ้ม

คาด กบง.อุดหนุนดีเซลทะลุ 6 บาท เพราะน้ำมันโลกยังพุ่ง ฟันธงสิ้น เม.ย. กองทุนน้ำมันฯ ติดลบ แนะให้ยืดหนี้ 1 เดือน และลดภาษีสรรพสามิตอุ้ม หลังจากนั้นส่งรัฐบาลใหม่แก้ปัญหาต่อ

นายมนูญ ศิริวรรณ ผู้เชี่ยวชาญด้าน พลังงานและอดีตผู้บริหารบริษัท บางจากปิโตรเลียม เปิดเผยว่า ภายในสัปดาห์นี้ที่ประชุมคณะกรรมการนโยบายพลังงาน (กบง.) มีแนวโน้มจะต้องเพิ่มชดเชยน้ำมันดีเซลจนทะลุ 6 บาทต่อลิตร จากปัจจุบันชดเชย 5.90 บาทต่อลิตร เนื่องจากแนวโน้มราคาน้ำมันในตลาดโลกยังปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งจะส่งผลให้กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงจะมีภาระจ่ายเงินมากขึ้น และสิ้นเดือน เม.ย.นี้ กองทุนน้ำมันฯ จะมีฐานะติดลบได้ ถ้าหากจะให้กองทุนน้ำมันฯ แบกรับภาระต่อ อาจจะต้องกู้เงินเพิ่ม ซึ่งเป็นเรื่องที่ไม่เหมาะสม

ทั้งนี้ หากรัฐบาลไม่ต้องการให้กู้เงิน ก็ต้องปล่อยให้กองทุนน้ำมันฯ มีสถานะติดลบ และชะลอการชำระหนี้ที่เกิดขึ้นจากการชดเชยการนำเข้าก๊าซหุงต้น (แอลพีจี) และก๊าซธรรมชาติ (เอ็นจีวี) กับบริษัท ปตท. ออกไปจนกว่าจะมีเงินมาจ่ายหนี้ หรืออาจนำวิธีการขยายเพดานราคาน้ำมันดีเซลเข้ามาใช้ เพราะการกำหนดที่ 30 บาทต่อลิตร เป็นอัตราที่ไม่ยืดหยุ่น ควรปรับขึ้นเป็นระยะและกำหนดเพดานการชดเชยไม่ให้เกิน 5 บาทต่อลิตร

อย่างไรก็ตาม ก็คงขึ้นอยู่กับการพิจารณา ของคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.) ที่มี นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี เป็นประธาน ว่าจะพิจารณาใช้แนวทางไหน แต่เชื่อว่ารัฐบาลอาจจะใช้วิธีการยืดหนี้การชำระเงินออกไปประมาณ 1 เดือน เพราะมองว่า ปตท. สามารถแบกรับภาระได้ โดยให้กองทุนน้ำมันฯ นำเงินสดสำรองใช้ไปก่อน และหลังจาก 1 เดือนอาจนำวิธีการลดภาษีสรรพสามิตมาใช้ต่อ โดยหน้าที่หลังจากนั้นก็ปล่อยให้รัฐบาลใหม่เข้ามาดูแลต่อไป

 

“เชื่อว่าขณะนี้รัฐบาลหาทางลงในเรื่องนี้ลำบาก เพราะอยู่ในช่วงการหาเสียงเลือกตั้ง ไม่มีรัฐบาลไหนยอมที่จะขึ้นราคาน้ำมันดีเซลอย่างแน่นอน คงต้องรอให้การเลือกตั้งเสร็จก่อน ซึ่งระยะเวลาระหว่างนี้ก็ต้องหาแนวทางอื่นๆ เข้ามาตรึงราคาน้ำมันต่อไป” นายมนูญ กล่าว

นายมนูญ กล่าวว่า การตรึงราคาน้ำมันนานๆ เมื่อถึงเวลาที่อุ้มไม่ไหวต้องขยับขึ้นจะเป็นปัญหามาก รัฐบาลควรจะเริ่มค่อยๆขยับขึ้นราคาน้ำมันทีละ 3040 สตางค์ต่อลิตร ซึ่งเป็นอัตราที่ประชาชนรับได้ และจะเริ่มปรับตัว แต่ในเวลานี้หากจะขยับขึ้นคงจะต้องขยับขึ้นราคาในระดับ 50 สตางค์ต่อลิตรในทุกๆ สัปดาห์

สำหรับแนวโน้มราคาน้ำมันในตาดโลกเชื่อว่าภายใน 12 เดือนต่อจากนี้ ราคาน้ำมันจะขยับตัวสูงขึ้นต่อไป เนื่องจากสถานการณ์ตะวันออกกกลางยังไม่คลี่คลาย และแม้ว่าเหตุการณ์ความไม่สงบในลิเบียจะจบลง ก็ยังไม่ได้หมายความว่าลิเบียจะสามารถส่งออกน้ำมันได้ทันที

แหล่งข่าวจากคณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน (กบง.) เปิดเผยว่า การประชุม กพช. ในวันที่ 27 เม.ย.นี้ จะหารือแนวทางตรึงดีเซล 30 บาทต่อลิตร เพราะสถานะกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงจะเหลือต่ำกว่า 1 หมื่นล้านบาท ปลายเดือน เม.ย.โดยเงินจำนวนนี้ยังไม่รวมภาระหนี้ที่ต้องจ่ายอีกประมาณ 7,000 ล้านบาท ซึ่งหากนายกรัฐมนตรียืนยันที่จะไม่ขยับเพดานดีเซล รวมถึงไม่กู้และไม่ลดภาษีสรรพสามิตคงเหลือเพียงทางเลือกเดียวคือการชะลอการจ่ายเงินคืนหนี้โดยเฉพาะการนำเข้าแอลพีจีของบมจ.ปตท.นอกจากนี้ยังจะรายงานถึงทิศทางราคาน้ำมันที่มีการปรับฐานราคามาอย่างต่อเนื่องในปี 2551 โดยดิบดูไบเฉลี่ยอยู่ที่ 70 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล ปี 2552 อยู่ที่ 80 เหรียญฯต่อบาร์เรล ปี2553 อยู่ที่ 90 เหรียญฯต่อบาร์เรล และปี 2554 อยู่ที่ 100110 เหรียญฯต่อบาร์เรล ซึ่งปี 2554 นับเป็นตัวเลขกว่าที่เคยประมาณการณ์ไว้ว่าจะใกล้เคียงกับปี 2553 ซึ่งการที่ฐานปรับใหม่สูงขึ้นเนื่องจากความไม่สงบในตะวันออกกลางโดยเฉพาะลิเบีย ซึ่งหากไม่ขยายวงกว้างไปยังประเทศอื่นๆอีกคาดว่าราคาน้ำมันดิบคงจะไม่สูงเท่ากับวิกฤติปี 2551แหล่งข่าวจากบริษัทปตท. กล่าวว่า ราคาดีเซลตลาดสิงคโปร์ปิดตลาดวันที่ 8 เม.ย.2554 ขึ้น 2 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล ปิดที่ 140 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล ส่งผลให้ค่าการตลาดดีเซลเหลือเพียง 50 สตางค์ต่อลิตรเท่านั้นดังนั้นคงจะต้องรอการประชุมกบง.ที่มีน.พ.วรรณรัตน์ ชาญนุกกูล รมว.พลังงานเป็นประธานพิจารณาอุดหนุนส่วน m


 

 

ข่าวล่าสุด

โลตัส ขอนแก่นเปิดโฉมใหม่ 30 ต.ค. ดึง IKEA-ร้านดังเสริมทัพ

โลตัส ขอนแก่นเปิดโฉมใหม่ 30 ต.ค. ดึง IKEA-ร้านดังเสริมทัพ