
เปิดคำต่อคำของพสิษฐ์
เปิดคำต่อคำต่อคำของพสิษฐ์ขึ้นเวทีแดงรำลึก1ปีเหตุสลายชุมนุมแยกคอกวัว เปรียบการเมืองเป็นฟุตบอลของ2ทีมมีผู้จัดการเอาใจช่วยสั่งอยู่นอกสนาม
เปิดคำต่อคำต่อคำของพสิษฐ์ขึ้นเวทีแดงรำลึก1ปีเหตุสลายชุมนุมแยกคอกวัว เปรียบการเมืองเป็นฟุตบอลของ2ทีมมีผู้จัดการเอาใจช่วยสั่งอยู่นอกสนาม
เมื่อเวลา 18.00น.ของวันที่ 10 เม.ย.2554 นาย
อดีตเลขานุการประธานศาลรัฐธรรมนูญ ขึ้นเวทีปราศรัยคนเสื้อแดง โดยกล่าวว่า สิ่งที่ตนจะพูดต่อไปนี้เป็นความคิดของตน อยากให้ใช้วิจารณาญาณ ตอนนี้เขาจ้องที่จะล่าตนเข้าไปในที่ที่เขาต้องการ และพยายามไม่ให้มาที่นี่ ทำให้ตนต้องเดินทางมามาก่อนเวลาเกือบ 2 โมง ส่วนวันนี้จะมาเล่านิทานเรื่องหนึ่งให้ฟัง ถามว่าใครเคยดูฟุตบอล อยากให้การตัดสินยุติธรรมหรือไม่ และถ้ามีการล็อคไว้แล้วว่าจะให้ใครชนะยังอยากดูหรือไม่ เพราะมีทีมที่ถูกกลั่นแกล้งกับทีมที่ถูกช่วยเหลือตลอด
"หากมีการแข่งขันกรรมการเข้าข่ายอีกฝ่ายจะเกิดอะไรขึ้น หัวหน้าสนามมีความสัมพันธ์กับผู้จัดการสนาม ทั้งที่ผู้จัดการสนามไม่มีหน้าที่ แต่ก็ทำทุกวิถีทางที่ให้สโมสรที่ตัวเองชอบ พยายามให้กรรมการตัดสินให้ได้ครองถ้วยรางวัล ผู้จัดการสนามเองก็มีบุญคุณกับหัวหน้ากรรมการตัดสินด้วย ส่วนหัวหน้ากรรมการก็อยากเลื่อนฐานะตัวเองเป็นบอร์ดบริหารของสนาม ทำให้ผู้จัดการสนามพยายามใช้มือวิเศษและเท้าวิเศษ สโมสรไหนที่ตัวเองชอบก็ใช้มือพิเศษ บอกว่าช่วยหน่อย ถ้าสโมสรไหนไม่ชอบก็ใช้เท้าวิเศษกระทืบเสีย ซ้ำไลน์แมนบางคนยังคิดอยากจะเป็นใหญ่ทั้งยังประจบผู้จัดการสนาม
ส่วนหัวหน้ากรรมการอยากเด่นคนเดียว แต่ก็ใช้คนใกล้ชิดเป็นกาวใจให้หลายครั้ง นอกจากนี้ผู้จัดการสนามสั่งกรรมการตัดสิน โดยหาทางปลดกัปตันทีมของทีมที่ถูกแกล้งตลอด แต่ไม่รู้จะหาคำผิดอะไร จึงต้องาคำแปลที่เขาอยากได้ กัปตันคนที่หนึ่งของทีมที่ถูกกลั่นแกล้งจึงต้องกระเด็นไป ผู้จัดการสนามยังไม่จบแค่นั้น ยังจัดการวางแผนกำจัดให้พ้นทางอีก ด้วยการจัดการผู้เล่นเสียทั้งหมด เมื่อทีมแตกไปตั้งทีมใหม่ หัวหน้าทีมคนที่สองขึ้นมา กรรมการก็เดือนร้อนอีกเพราะอิจฉา"นายพสิษฐ์ กล่าว
อดีตเลขาฯศาลรัฐธรรมนูญ กล่าวว่า มีนักฟุตบอลอาวุโสไปนั่งคุยกันบอกว่าให้ช่วยทีมที่ต้องการจะช่วยและขอให้นักฟุตบอลอาวุโสรายนั้น อย่าเคาะระฆังให้เลิกเล่น หัวหน้ากรรมการตัดสินก็ส่งคนไปพบกับกัปตันทีมที่ช่วยเหลือเสมอ ที่ชื่อว่า "นายที่คิดว่าตัวเองฉลาด"ให้บอกว่าเล่นไปเถิดเพราะเล่นอย่างไรก็ชนะ ใช้มือปัดเข้าประตูอย่างไรก็ไม่ผิด แต่เมื่อทีมที่ถูกช่วยได้ถ้วยไปครองแล้ว เขาก็พยายามทำทุกวิถีทางที่จะตอบสนองความต้องการของเจ้าของสนาม
คนใกล้ชิดของหัวหน้ากรรมการได้พูดกับกรรมการว่า "อันนี้ช่วยไม่ไหวแล้วถ้าช่วยก็พัง และขอให้เห็นแก่ผลประโยชน์ส่วนรวมมากกว่าประโยชน์ส่วนตัว อย่าไปนั่งเป็นบอร์ดบริหารของสนามนี้เลย" แต่ปรากฏว่า หัวหน้ากรรมการตัดสินกลับบอกว่าจะใช้จังหวะช่วยอีก การรับคณะกรรมการเข้ามาตัดสินก็มพฤติกรรมไม่สุจริต เหตุที่ทำไมทีมนี้ได้รับการโอบอุ้ม เป็นเพราะเขาใช้มือวิเศษ คนใกล้ชิดเดินออกจากบ้านหลังนั้นออกมา เพราะเห็นว่าบ้านไม่มีขื่อมีแป มีแต่เสาค้ำอยู่ต้นเดียว คนที่น่าสงสารมากที่สุดคือคนดู เพราะทั้งบ้านและสนามกีฬาจะพัง
นายพสิษฐ์ กล่าว ทิ้งท้ายด้วยว่า การเล่นกีฬาทุกทีมก็อยากชนะ แต่ต้องชนะอย่างมีศักดิ์ศรี และถ้าได้ชัยชนะมาแล้ว มาทำผิดแล้วผิดอีก ออฟไซต์ ยกขาสูง เอามือ ต่อยลูกเข้าประตู กรรมการก็ไม่เป่า ถ้าทีมไหนผู้จัดการสนามอยากช่วย ก็ใช้มือวิเศษ ถ้าทีมไหนที่ไม่ชอบก็ใช้เท้าวิเศษ ฟังตนเสร็จแล้วกลับไปบ้านคิดดูว่า ยังจะสนับสนุนเกมส์การเล่นแบบนี้อีกหรือเปล่า กรรมการแอบไปตั้งวอร์รูมนอกสถานที่ได้หรือ และฟังแต่คำสั่งของผู้จัดการสนาม บ้านนี้จะมีขื่อมีแปหรือไม่ จากนั้นนายพสิษฐ ก็ร้องเพลงที่มีว่า "จงรัก"
จากนั้นนายจตุพร พรหมพันธุ์ แกนนำนปช. ได้กล่าวเสริมว่า ขอถามไปยังพล.อ.เปรม ว่าตอนคดียุบพรรคประชาธิปัตย์ได้เขียนจดหมายน้อยให้ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญหัวขาวคนหนึ่ง ไปให้นายชัช ช่วยเหลือประชาธิปัตย์หรือไม่ และได้เคยโทรไปหานายชัช เพื่อไม่ให้พรรคประชาธิปัตย์โดนยุบหรือไม่ เพราะนายพสิษฐ์ ได้เห็นทั้งจดหมายและฟังโทรศัพท์จากพล.อ.เปรม ในขณะที่กองทัพตั้งท่าเข้ามายึดอำนาจ นายชัช ขึ้นมาเป็นประธานตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ตนถามนายบพสิษฐ์ว่า การไปเจรจาไม่ให้พล.อ.อนุพงษ์ ครั้งนั้นมีเพื่อไม่ให้ทหารปฏิวัติ จึงเป็นที่มาของการตั้งบรัฐบาลในค่ายทหาร ถามศาลรัฐธรรมนูญว่า จะตัดสินคนอื่นได้อย่างไรเมื่อยังโกงข้อสอบเอาคนของตัวเองเข้ามา







