
มาร์ควอนสว.ผ่านกม.3ฉบับ
นายกรัฐมนตรี ขอความร่วมมือสว.ผ่านกฎหมาย3ฉบับ เพื่อเดินหน้าสู่การเลือกตั้ง คาดเงิน5พันถึงมือประชาชนหลังสงกรานต์ แจงล่าช้าเหตุมีปัญหารายชื่อ เผยประชุมเจบีซีราบรื่น ย้ำไม่เห็นด้วยส่งผู้สังเกตการณ์ตรวจพื้นที่พิพาท สั่งกต.หารืออินโดฯ
นายกรัฐมนตรี ขอความร่วมมือสว.ผ่านกฎหมาย3ฉบับ เพื่อเดินหน้าสู่การเลือกตั้ง คาดเงิน5พันถึงมือประชาชนหลังสงกรานต์ แจงล่าช้าเหตุมีปัญหารายชื่อ เผยประชุมเจบีซีราบรื่น ย้ำไม่เห็นด้วยส่งผู้สังเกตการณ์ตรวจพื้นที่พิพาท สั่งกต.หารืออินโดฯ
นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี กล่าวในรายการเชื่อมั่นประเทศไทยกับนายกฯ อภิสิทธิ์ ว่า นายประสพสุข บุญเดช ประธารนวุฒิสภา ได้บรรจุกฎหมายลูกทั้ง 3 ฉบับ เข้าเป็นระเบียบวาระในที่ประชุมวุฒิสภา ในวันพรุ่งนี้(11เม.ย.) พร้อมขอความร่วมมือ ส.ว. ช่วยลงมติผ่านความเห็นชอบด้วย ทั้งนี้ เชื่อว่าทุกอย่างจะเป็นไปตากรอบเวลาที่กำหนดไว้ คือยุบสภาสัปดาห์แรกของ เดือน พ.ค. เพื่อเดินหน้าเข้าสู่การเลือกตั้ง
นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา คณะรัฐมนตรีได้อนุมัติการช่วยเหลือผู้ประสบภัย ครัวเรือนละ 5,000 บาท กรณีประสบปัญหาน้ำท่วมฉับพลัน น้ำท่วมขัง หรือได้รับความเสียหายจากภัยพิบัติ เช่น ดินโคลนถล่ม หรือพายุ ทั้งนี้ จากการประเมินในเบื้องต้น รัฐบาลต้องใช้เงินประมาณ 3,000 ล้านบาท คาดว่า เงินช่วยเหลือเบื้องต้นดังกล่าวน่าจะถึงมือผู้ประสบภัยหลังเทศกาลสงกรานต์
ส่วนความล่าช้าการจ่ายเงินช่วยเหลือผู้ประสบภัยเมื่อครั้งที่ผ่านมานั้น เนื่องจากมีการส่งรายชื่อผู้ประสบภัย สูงเกินความเป็นจริงนับหมื่นรายชื่อ ดังนั้นจึงขอความร่วมมือจากประชาชนที่ประสบภัยในพื้นที่ ช่วยกันสอดส่องดูแลว่ารายชื่อผู้ประสบภัยที่ส่งเข้ามานั้นตรงกับความเป็นจริงหรือไม่ ซึ่งจะทำให้เงินช่วยเหลือลงไปสู่ประชาชนที่เดือดร้อนอย่างแท้จริง
นอกจากนี้ นายอภิสิทธิ์ ยังกล่าวถึงผลการประชุมเจบีซี ที่ประเทศอินโดนีเซียว่า ผ่านไปด้วยความเรียบร้อย ไทยได้ชี้ให้ประชาคมโลกเห็นว่า ปัญหาไทย-กัมพูชา สามารถแก้ปัญหาได้ ส่วนการประชุมจีบีซี นั้น มองว่า ยังไม่ได้มีประเด็มความจำเป็นเร่งด่วน โดยขณะนี้อยู่ระหว่างทำความเข้าใจ กรณีการส่งผู้สังเกตการณ์ คนเข้าพื้นที่ข้อพิพาท ซึ่งไทยไม่เห็นด้วย เพราะเกรงว่า จะยิ่งทำให้เกิดความตึงเครียดมากขึ้น เพราะสถานการณ์ 2 เดือน ที่ผ่านมา สงบเรียบร้อยดี พร้อมยืนยัน กระทรวงการต่างประเทศ และกองทัพ ไม่ได้ขัดแย้งกันเรื่องนี้ โดยได้ตกลงแนวทางให้เป็นไปในทิศทางเดียวกันว่า การประชุมนั้นสามารถจัดที่ กรุงพนมเปญ และ กรุงเทพมหานครได้
ส่วนกรณีที่ นายฮอร์ นัมฮง รองนายกรัฐมนตรี และรมว.ต่างประเทศของกัมพูชา ออกมาแสดงความผิดหวังที่ไทยปฏิเสธให้กองกำลังของประเทศอินโดนีเซียเข้ามาสังเกตการณ์ นั้น การจะเข้ามาสังเกตการณ์จะต้องมีการตกลงกันว่า มาสังเกตการณ์ที่ไหน และเมื่อพื้นที่ 4.6 ตารางกิโลเมตรเป็นของไทย จะเอามาสังเกตการณ์ในฝ่ายไทยได้อย่างไร ซึ่งต้องมาดูว่า พื้นที่ที่จะสังเกตการณ์อยู่ตรงไหน ถ้าไปสังเกตการณ์ในดินแดนของกัมพูชาคงไม่มีปัญหา ซึ่งตรงนี้ ทางกระทรวงการต่างประเทศต้องไปพูดคุย







