posttoday
กองทัพตบเท้าไม่ปฏิวัติมุ่งหน้าสู่การเลือกตั้ง

กองทัพตบเท้าไม่ปฏิวัติมุ่งหน้าสู่การเลือกตั้ง

10 เมษายน 2554

ตอนนี้ประเทศไทยนอกจากการเข้าสู่โหมดการเลือกตั้งแล้ว คนไทยทั่วประเทศต่างกำลังใจจดใจจ่อกับเทศกาลสงกรานต์ที่กำลังมาถึงในอีกไม่กี่วันนี้

ตอนนี้ประเทศไทยนอกจากการเข้าสู่โหมดการเลือกตั้งแล้ว คนไทยทั่วประเทศต่างกำลังใจจดใจจ่อกับเทศกาลสงกรานต์ที่กำลังมาถึงในอีกไม่กี่วันนี้

และเตรียมฉลองกันอย่างเต็มที่หลังจาก 2 ปีติดต่อกันก่อนหน้านี้เจอกับพิษการเมืองเล่นงาน จนทำให้เทศกาลปีใหม่ไทยต้องกร่อยไปโดยปริยาย

แม้ว่าเวลานี้จะเป็นช่วงนับถอยสู่สงกรานต์ แต่กับสถานการณ์ของประเทศในรอบสัปดาห์ที่ผ่านมาปรากฏความเคลื่อนไหวกันอย่างคึกคัก โดยเฉพาะกองทัพที่ได้ออกมาประกาศอย่างเป็นทางการ เพื่อสยบข่าวลือว่าทหารเตรียมล้มเลือกตั้ง เช่นเดียวกับการเร่งให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วม

มาเริ่มกันที่สถานการณ์อุทกภัยหลายในจังหวัดในพื้นที่ภาคใต้ ทั้งนี้นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รมว.สาธารณสุข ได้สรุปยอดรวมผู้เสียชีวิตล่าสุดว่า มีผู้เสียชีวิตรวมทั้งหมด 61 คน แบ่งเป็น จ.นครศรีธรรมราช 27 คน สุราษฎร์ธานี 12 คน กระบี่ 10 คน พัทลุง 6 คน ตรัง 2 คน ชุมพร 3 คน และพังงา 1 คน มีผู้สูญหาย 1 คน

ขณะที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งสรุปความเสียหายเหตุการณ์น้ำท่วมและโคลนถล่มในภาคใต้ เพื่อรายงานต่อที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เบื้องต้นคาดว่าจะมีมูลค่าความเสียหายถึง 1 หมื่นล้านบาท โดยยืนยันว่ารัฐบาลไม่ได้ทำงานล่าช้าอย่างที่มีหลายฝ่ายวิพากษ์วิจารณ์ แต่การดำเนินการต้องเป็นไปอย่างโปร่งใส

กองทัพตบเท้าไม่ปฏิวัติมุ่งหน้าสู่การเลือกตั้ง

นอกจากนี้ ศูนย์ประสานงานการช่วยเหลือเยียวยาผู้ประสบอุทกภัย (ศชอ.) ยังได้ออกคำเตือนระวังเกิดปัญหาน้ำท่วมอีก หลังจากกรมอุตุนิยมวิทยาคาดการณ์ว่าระหว่างวันที่ 8-12 เม.ย.นี้ จะมีหย่อมความกดอากาศสูงเคลื่อนตัวลงมาจากประเทศจีน ทำให้อาจเกิดฝนตกหนักในหลายพื้นที่ รวมถึงภาคใต้ โดยยังมีพื้นที่ต้องจับตาอยู่ใน 5 จังหวัด ได้แก่ จ.นครศรีธรรมราช สุราษฎร์ธานี พัทลุง ตรัง และชุมพร

จากปัญหาน้ำท่วมเปลี่ยนมาติดตามความเคลื่อนไหวทางการเมืองบ้าง เพราะสัปดาห์ที่ผ่านมา พล.อ.ทรงกิตติ จักกาบาตร์ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด นำผู้บัญชาการเหล่าทัพ ประกอบด้วย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผบ.ทบ. พล.ร.อ.กำธร พุ่มหิรัญ ผบ.ทร. และ พล.อ.อ.อิทธพร ศุภวงศ์ ผบ.ทอ. เพื่อแถลงอย่างเป็นทางการว่าทหารจะไม่มีการปฏิวัติแน่นอน หรือเข้าแทรกแซงทางการเมืองเพื่อทำลายเจตนารมณ์ของประชาชน

“กองทัพรู้หน้าที่ว่าควรทำอะไร และควรเว้นทำอะไร แต่หากมีหน่วยใดเคลื่อนย้ายกำลังโดยไม่ได้รับคำสั่งก็คือ กบฏ หากมีทหารคนใดเกี่ยวข้องการเมืองหรือกดดันท่าน ขอให้ร้องเรียนมา หากมีมูลจะสอบสวน” พล.อ.ทรงกิตติ กล่าวยืนยัน

เมื่อกองทัพแสดงท่าทีไม่ยุ่งเกี่ยวกับการเมือง เป็นผลพลอยได้ที่ตลาดการเมืองเข้าสู่ความคึกคักทันที โดยหลังจากที่พรรคชาติไทยพัฒนาและพรรคภูมิใจไทยประกาศเป็นพันธมิตรทางการเมืองไปแล้วก่อนหน้านี้ ล่าสุดถึงคิวการเปิดตัว “พรรคชาติพัฒนาเพื่อแผ่นดิน” ที่มาจากการรวมตัวกันของสองพรรคการเมือง คือ พรรครวมชาติพัฒนาและพรรคเพื่อแผ่นดิน

นายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ แกนนำพรรครวมชาติพัฒนา กล่าวว่า พรรคชาติพัฒนาเพื่อแผ่นดินจะขอเป็นทางเลือกใหม่ให้กับประชาชน ส่วนฐานที่มั่นหลักของพรรคอยู่ที่ภาคอีสาน อาทิ จ.อุบลราชธานี ศรีสะเกษ อุดรธานี หนองคาย และนครราชสีมา

ด้านพรรคเพื่อไทยก็ไม่ยอมน้อยหน้าเช่นกัน เพราะที่ประชุมคณะกรรมการสรรหาผู้สมัคร สส.กทม.ของพรรค มีมติส่งนายวันอยู่บำรุง ลูกชาย ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง อดีตประธาน สส.พรรคเพื่อไทย ลงสมัคร สส.กทม. ในเขตหนองแขมและบางบอน พร้อมกับเตรียมเปิดตัวนโยบายของพรรคในวันที่ 24เม.ย.ซึ่ง พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เตรียมวิดีโอลิงก์มาเปิดนโยบายพรรคด้วยตัวเองถึง 14 เรื่อง อาทิ นโยบายบ้านหลังแรกและรถยนต์คันแรกนำมาลดหย่อนภาษีได้

ส่วนพรรคประชาธิปัตย์ได้ใช้โอกาสครบรอบการก่อตั้ง 65 ปี ประกาศนโยบายเพื่อใช้ในการเลือกตั้ง ภายใต้แนวทาง “เดินหน้าต่อไปด้วยนโยบายเพื่อประชาชน” โดยมี 3 ชุดด้วยกัน คือ 1.ครอบครัวต้องเดินหน้า 2.เศรษฐกิจต้องเดินหน้า และ 3.ประเทศชาติต้องเดินหน้า ซึ่งต่อยอดจากโครงการในรัฐบาลชุดนี้ อาทิ ใช้ไฟฟ้าฟรีถาวรไม่เกิน 90 หน่วยต่อโครงการบ้านมั่นคง

รวมทั้งยังมีการเปิดตัวหนังสือของนายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี เรื่อง “ประเทศไทยของเรา อย่าให้ใครเผาอีก” เพื่อชี้แจงว่ารัฐบาลไม่ได้สร้างสถานการณ์ในช่วงเดือน เม.ย.พ.ค. 2553 ขณะที่ทางฝั่งคนเสื้อแดงก็เตรียมพิมพ์หนังสือ 5 หมื่นเล่ม เพื่อตอบโต้เช่นกันว่า คนเสื้อแดงไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องเช่นกัน

ปิดท้ายด้วยที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรลงมติเห็นชอบร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญเกี่ยวกับการเลือกตั้ง 3 ฉบับ โดยขั้นตอนต่อจากนี้จะส่งให้วุฒิสภาพิจารณาต่อไปในวันที่ 11 เม.ย. นายกฯ แสดงความมั่นใจว่ากฎหมายทั้งสามฉบับจะผ่านวุฒิสภาเพื่อดำเนินการนำพระราชกฤษฎีกาการยุบสภาขึ้นทูลเกล้าฯ ถวายภายในสัปดาห์แรกของเดือน พ.ค.ต่อไป อันเป็นสัญญาณที่แสดงให้สังคมเห็นว่าปี 2554 มีการเลือกตั้งแน่นอน m

 

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท