posttoday
เที่ยวสงกรานต์อย่างไรให้ปลอดภัย

เที่ยวสงกรานต์อย่างไรให้ปลอดภัย

10 เมษายน 2554

ถนน 100 ศพ มัจจุราชที่ฆ่าไม่ตาย เที่ยวสงกรานต์อย่างไรให้ปลอดภัย

ถนน 100 ศพ มัจจุราชที่ฆ่าไม่ตาย เที่ยวสงกรานต์อย่างไรให้ปลอดภัย

โดย...ทีมข่าวอาชญากรรม

อุบัติเหตุทางถนนยังเป็นสาเหตุหลักทำให้คนไทยเสียชีวิตเป็นอันดับต้นๆ ของประเทศ รองจากโรคภัยไข้เจ็บ ยิ่งช่วงเทศกาลวันหยุดยาวติดต่อกันหลายวัน ผู้คนแย่งกันเดินทางไปท่องเที่ยวและกลับต่างจังหวัด ตัวเลขผู้เสียชีวิตและผู้บาดเจ็บจากอุบัติเหตุยิ่งพุ่งสูงขึ้น โดยเฉพาะเทศกาลปีใหม่และสงกรานต์

ย้อนไปดูข้อมูลของศูนย์อำนวยการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนน ช่วงเทศกาลสงกรานต์ปี 2553 กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) รวบรวมสถิติอุบัติเหตุทางถนน หลังมาตรการ 7 วันอันตราย พบว่ายังมีตัวเลขน่าตกใจ

เที่ยวสงกรานต์อย่างไรให้ปลอดภัย

เกิดอุบัติเหตุ 298 ครั้ง ลดลงจากปี 2552 (343 ครั้ง) 45 ครั้ง คิดเป็น 13.12% แต่มีผู้เสียชีวิต 55 คน เพิ่มขึ้นจากปี 2552 (52 คน) 3 คน คิดเป็น 5.77% มีผู้บาดเจ็บ 300 คน ลดลงจากปี 2552 (371 คน) 71 คนคิดเป็น 19.14% จะเห็นได้ว่าตัวเลขการเกิดอุบัติเหตุและผู้บาดเจ็บลดลง แต่คนเสียชีวิตกลับเพิ่มขึ้น ตรงนี้น่าสนใจทำไมถึงเป็นเช่นนั้น

สาเหตุหลักทำให้เกิดอุบัติเหตุนำมาซึ่งความสูญเสีย ไม่ต้องบอกก็คงเดาถูก จะเหมือนกันเกือบทุกปี นั่นคือ เมาแล้วออกไปขับรถนั่นเอง ยังสูงถึง 29.53% สาเหตุอื่นก็ลดหลั่นลงมา เช่น ขับรถเร็วเกินกำหนด 17.11% ยานพาหนะที่เกิดอุบัติเหตุมากที่สุด ยังคงเป็นรถจักรยานยนต์ 79.61% ขวัญใจของเด็กแว้นเด็กสก๊อยนั่นเอง ยิ่งไม่สวมหมวกกันน็อก เกิดเหตุขึ้นศีรษะฟาดฟื้นถนนไม่ตายก็เลี้ยงไม่โต

ถนนในบ้านเราก็เป็นต้นเหตุเหตุสำคัญทำให้เกิดอุบัติเหตุอยู่บ่อยครั้ง ทั้งถนนสายหลักที่เชื่อมระหว่างจังหวัด และถนนสายรองที่เชื่อมระหว่างอำเภอ ตำบล และหมู่บ้าน แต่ละเส้นทางมีความลาดเอียงโค้งเว้าแตกต่างกันออกไป โค้งบางโค้งขับรถมาดีหลุดถนนหน้าตาเฉย เพราะพื้นถนนไม่รับกับความเร็วรถ จนถูกเรียกโค้งร้อยศพ

บางแยกไม่มีไฟแดง หรือมีก็เกิดเหตุชนกันอยู่เป็นประจำ จนถูกเรียกขานว่า สี่แยกร้อยศพ กลายเป็นถนนที่เฮี้ยนในความเชื่อขึ้นมาทันที แทนที่จะไปโทษก่อสร้างที่ไม่ได้มาตรฐาน หรือโทษคนขับที่ขับด้วยความประมาท ก็หันมาโทษผีสางเทวดาหน้าตาเฉย จนต้องสร้างศาลเพียงตา หรือศาลเจ้าไว้เพื่อแสดงความเคารพ ว่าไปแล้วก็ดีเหมือนคนจะทำให้คนขับรถขับราผ่านจุดเหล่านี้ได้ฉุกคิดอย่าประหม่าๆ ท่องให้ขึ้นใจ

ด้วยเหตุผลปวงร้อยแปดพันเก้าเหล่านี้ เลยมีการกำหนดจุดอันตรายบนถนน ทางโค้ง หรือทางแยก จากหน่วยงานราชการที่รับผิดชอบ แม้ว่าแต่ละหน่วยงานจะกำหนดจุดไม่ตรงกัน ไม่ว่าจะเป็นตำรวจทางหลวง กรมทางหลวง หรือกรมทางหลวงชนบท ทั้งนี้ก็เพื่อเตือนใจผู้ใช้รถใช้ถนนให้ระมัดระวังเป็นพิเศษ หากจำเป็นต้องขับรถขับราผ่าน (ดูตารางหน้าปก 8 เส้นทางเสี่ยงต้องระมัดระวัง)

อย่างไรก็ตาม ปัญหาอุบัติเหตุเป็นปัญหาที่ทั่วโลกให้ความสำคัญ ไม่ใช่เฉพาะประเทศไทย ทำให้สมัชชาสหประชาชาติได้ประกาศเจตนารมณ์ในปฏิญญามอสโกให้ปี 25542563 เป็นทศวรรษแห่งความปลอดภัยทางถนน ประเทศไทยในฐานะประเทศสมาชิก ได้ร่วมขับเคลื่อนวาระความปลอดภัยทางถนนของโลก โดยมีมติคณะรัฐมนตรีวันที่ 29 มิ.ย. 2553 กำหนดให้ปี 25542563 เป็น “ทศวรรษแห่งความปลอดภัยทางถนน”

เป้าหมายเพื่อลดอัตราการเสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางถนนของคนไทยลงครึ่งหนึ่ง หรือในอัตราที่ต่ำกว่า 10 คนต่อประชากร 1 แสนคน โดยกำหนดกรอบในการจัดทำแผนปฏิบัติการ โดยมีมาตรการการแก้ไขปัญหาจุดเสี่ยง จุดอันตรายเป็นหนึ่งในแผนปฏิบัติการดังกล่าว

จากรายงานการศึกษาของ ดร.วิชุดา โค้วธนพานิช คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม ในโครงการ “การศึกษาและพัฒนาคู่มือการสำรวจและวิเคราะห์จุดเสี่ยงเพื่อความปลอดภัยทางถนนอย่างมีส่วนร่วม จ.มหาสารคาม” ซึ่งศูนย์วิชาการเพื่อความปลอดภัยทางถนน (ศวปถ.) และมูลนิธิสาธารณสุขแห่งชาติ (มสช.) สนับสนุนระบุชัดว่า การปรับปรุงแก้ไขจุดเสี่ยง จุดอันตราย เป็นมาตรการทางวิศวกรรมหลักที่ใช้จัดการกับลักษณะทางกายภาพของถนนที่บกพร่อง เพื่อลดการบาดเจ็บและเสียชีวิตของผู้ใช้ถนน โดยเฉพาะถนนในชุมชน

จุดไหนเสี่ยงอันตรายก็ให้หมั่นสังเกต เพราะจุดเสี่ยงคือจุดที่เกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้งและมีความสูญเสียสูง เช่น หากขับรถไปตามถนนจะสังเกตเห็นราวกันข้างถนน มีร่องรอยการชนนับครั้งไม่ถ้วน หรือทางแยกไฟแดงขนาดใหญ่ แต่ไฟแดงกลับซ่อนตัวอยู่ในหลุม เมื่อขับมาจะมองไม่เห็น

หากเป็นในชุมชนจุดเสี่ยงจะอยู่ในบริเวณสี่แยก หรือชาวบ้านเรียกกันว่า “สี่แยกวัดใจ” นอกจากจะไม่รู้ว่าใครควรจะได้ไปก่อนไปหลัง ยังมองไม่เห็นอีกว่า มีรถวิ่งสวนมาอีกทางหนึ่งหรือไม่ รวมไปถึงทางโค้งหักศอกในชุมชน ที่มักจะมีรถวิ่งหลุดโค้งไปชนกับต้นไม้ ดังนั้นหากเราพยายามตัดห่วงโซ่อุบัติเหตุ ด้วยการปรับปรุงถนนให้ปลอดภัย ก็จะลดความเสี่ยงลดอุบัติเหตุได้แน่นอน

สงกรานต์ปีนี้ในส่วนของตำรวจทางหลวง ก็ได้เตรียมกำลัง 2,000 นาย ร่วมกับอาสาสมัคร 4,000 คน และรถสายตรวจ รถยกอีก 900 คัน เพื่ออำนวยความสะดวกให้ผู้ใช้รถใช้ถนนเต็มที่ โดย พล.ต.ต.นรบุญ แน่นหนา ผู้บังคับการตำรวจทางหลวง เป็นห่วงอยู่ 2 ประเด็น คือ การจราจรติดขัด และการเกิดอุบัติเหตุ โดยเฉพาะอุบัติเหตุตำรวจจะเข้มงวดในเรื่องการขับรถเร็วเกินกำหนด เมาง่วง สภาพรถไม่สมบูรณ์ และการบังคับใช้กฎหมาย

ใครที่ดื่มเหล้าแล้วมาขับรถ หากตรวจวัดปริมาณเกิน 50 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ ขั้นแรกจะให้พักรับประทานข้าวต้ม พอปริมาณแอลกอฮอล์ต่ำกว่าที่กฎหมายกำหนดก็ค่อยให้ขับรถออกไป แต่หากใครขับรถไปเห็นคนแต่งตัวเป็นยมบาล ยมทูต ตามปั๊มน้ำมันต่างๆ และขอตรวจบัตรประจำตัวประชาชน ใบขับขี่ ก็อย่าตกใจ เป็นมาตรการของตำรวจทางหลวง ในโครงการจุดพักรถสุขสันต์ เพื่อให้คนใช้รถเล็งเห็นถึงความกลัวและความตายหากประมาท

มาตรการตรวจวัดแอลกอฮอล์เพื่อหยุดยั้งคนเมาไม่ให้ขับรถ ผู้การทางหลวงก็ย้ำหนักแน่นปีนี้ตำรวจเอาจริง เป็นมาตรการป้องปราม ไม่ใช่จับปรับ รวมถึงจะเปิดให้ผู้ที่ใช้โทรศัพท์ไอโฟนและไอแพดดาวน์โหลดแอพพลิเคชัน App Store เพื่อสามารถติดต่อสอบถามข้อมูลกับตำรวจทางหลวงได้ในเวลาเพียงไม่กี่วินาที

ทั้งนี้ ในปี 2554 รัฐบาลตั้งเป้าลดผู้เสียชีวิตให้น้อยกว่าปีก่อนลง 5% แต่ถึงแม้ว่าจะมีงัดมารตรการป้องกันอย่างไร หากจิตสำนึกของคนยังไม่ตระหนักถึงวินัยในการใช้รถใช้ถนน เมาแล้วขับ ขับขี่ด้วยความประมาท ไม่ว่าจะเป็นถนนสายไหนก็สามารถเรียกได้ว่า เป็นถนน 100 ศพทั้งนั้น!!!

 

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท