
"ชวนนท์" เผยไทยพอใจประชุมเจบีซี
"ชวนนท์" เผยไทยพอใจประชุมเจบีซี ได้ข้อสรุปเตรียมการส่งเจ้าหน้าที่ชุดสำรวจ หลักเขต 1-23 ยันอินโดไม่แทรกแซง
"ชวนนท์" เผยไทยพอใจประชุมเจบีซี ได้ข้อสรุปเตรียมการส่งเจ้าหน้าที่ชุดสำรวจ หลักเขต 1-23 ยันอินโดไม่แทรกแซง
ที่กรุงจาการ์ต้า ประเทศอินโดนีเซีย นายชวนนท์ อินทรโกมาลย์สุต เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ เปิดเผยถึงผลการประชุมคณะกรรมาธิการเขตแดนร่วมไทย - กัมพูชา (เจบีซี) ซึ่งมีขึ้นระหว่างวันที่ 7-8 เมษายน 2553 ที่เมืองโบกอร์ ประเทศอินโดนีเซีย ว่า การประชุมมีบรรยากาศราบรื่นดี และผลการประชุมได้ผล 100 เปอร์เซ็นต์ โดยได้ข้อสรุปเป็นที่น่าพอใจ โดยการประชุมเริ่มได้เมื่อ 14.00 น. ของวันแรก เนื่องจากในช่วงเช้า เป็นการแลกเปลี่ยนและกำหนดหัวข้อวาระการประชุม ในการประชุมเจบีซี นายอัษฎา ชัยนาม ประธานเจบีซีฝ่ายไทย ได้กล่าวเปิดการประชุม ในฐานะที่ไทยเป็นเจ้าภาพครั้งนี้
จากนั้นนายวาร์ คิม ฮอง ประธานเจบีซี รัฐมนตรีอาวุโสด้านเขต ในฐานะประธานเจบีซีฝ่ายกัมพูชา ได้กล่าวคำรับ และได้หารือร่วมกันในประเด็นการประชุมที่ค้างคาไว้จากการประชุมครั้งที่ผ่านมา ซึ่งไทยได้กล่าวถึงการดำเนินการของฝ่ายไทย เกี่ยวกับการนำเอกสารผลการประชุมเจบีซี ทั้ง 3 ฉบับ ที่รอเข้าสู่การพิจารณาของรัฐสภา โดยฝ่ายกัมพูชาก็ได้รับทราบและแสดงความเข้าใจถึงกระบวนการภายในของไทยมากยิ่งขึ้น รวมทั้งรู้ถึงความจริงใจของฝ่ายไทย ส่วนการพิจารณาดังกล่าวที่ยังไม่สามารถเกิดขึ้น ไม่ใช่เพราะฝ่ายบริหาร และรัฐบาลถ่วงเวลา แต่เกิดจากกระบวนการภายใน เนื่องจาก ส.ส. ไม่ครบองค์ประชุม โดยรัฐบาลจะเร่งดำเนินการในเรื่องนี้ให้เร็วที่สุด หากมีการประชุมรัฐสภาร่วมขึ้นอีกครั้ง จะนำผลประชุมเจบีซี 3 ฉบับเข้าสู่การพิจารณาทันที
การประชุมครั้งนี้ ได้ข้อสรุปถึงความพร้อมชุดสำรวจพื้นที่หลักเขตที่ 1-23 ที่ช่องสะงำ - ปราสาทตาเมือน ซึ่งไทยได้พูดกับกัมพูชาว่า ให้เตรียมความพร้อมชุดสำรวจของเค้าไว้ หากเรื่องนี้ฝ่ายไทยนำเรื่องให้สภาพิจารณาแล้ว จะดำเนินการได้ที เช่นเดียวกับการเตรียมความพร้อม ในเรื่องจัดเตรียมขั้นตอนและคัดเลือกบริษัทจัดทำภาพถ่ายทางอากาศ ที่เราเห็นว่าควรเป็นประเทศที่ 3 เช่นญี่ปุ่น ออสเตรเลีย เดนมาร์กเป็นต้น เนื่องจากไม่มีความผูกพันข้องเกี่ยวกับประเทศไทยหรือกัมพูชา นอกจากนี้ทั้ง 2 ประเทศจะกลับไปศึกษาบริษัทจัดทำภาพถ่ายทางอากาศที่มีความชำนาญการในเรื่องแผนที่เขตแดน เนื่องจากขณะนี้เทคโนโลยีมีความก้าหน้าทันสมัย ที่จะช่วยสามารถทำความชัดเจนมากขึ้น โดยไทยและกัมพูชาจะนำประเด็นนี้ไปหารือใหม่ในครั้งหน้า







