
วิถีพอเพียงในนวนิยายอังกฤษ
ในช่วงสองสามเดือนที่ผ่านมา
ในช่วงสองสามเดือนที่ผ่านมา
โดย..ไชยันต์ ไชยพร
ผมมีกิจวัตรก่อนนอนคืออ่านนวนิยาย ปกติที่ผ่านมาผมยึดมั่นกับการอ่านตำรับตำรามาตลอด เพราะไม่สามารถอ่านได้อย่างสงบในเวลาอื่น แต่ไม่ได้ผลเท่าไรนัก อ่านได้ไม่กี่หน้า ก็ง่วงหลับไป แถมหลับไม่สบายด้วย เพราะสิ่งที่อ่านไปไม่กี่หน้ามันยังติดอยู่ในสมอง นอกจากง่วงเร็วและหลับไม่สนิทแล้ว ยังเมื่อยแขนอีกด้วย เพราะตำรำส่วนใหญ่นอกจากมีเนื้อหา “หนัก” แล้ว ยังมีน้ำ “หนัก” อีกด้วย
หลังจากหันมาอ่านนวนิยายก่อนนอน พบว่าอ่านไปได้เรื่อยๆ ไม่รู้จักง่วงและไม่เมื่อยแขน เพราะนวนิยายมักพิมพ์ด้วยกระดาษที่มีน้ำหนักเบา เป็นกระดาษที่มีคุณภาพต่ำกว่าตำรา เพราะสำนักพิมพ์คงมุ่งมั่นให้ตำราเก็บได้นานๆ แม้ว่าจะอ่านไปได้เรื่อยๆ ไม่ง่วง แต่เมื่อรู้ตัวว่าดึกมาก ใกล้เช้าแล้ว ควรต้องนอน ก็สามารถนอนได้ทันที หัวไม่ได้หนักอึ้งเหมือนอ่านตำรา ตื่นมาไม่มีอาการ “แฮง” แต่อย่างใด!
แน่นอน มันก็ขึ้นอยู่กับประเภทของนวนิยายที่ผมเลือกอ่านด้วย ที่ผ่านมาสองเรื่องหลังที่ผมอ่านไป คือ Meltdown (2552) และ Undomestic Goddess (2548) ถือเป็นนวนิยายร่วมสมัยอย่างยิ่ง เพราะตีพิมพ์เมื่อไม่กี่ปีมานี่เอง เหตุที่เลือกซื้อเรื่อง Meltdown มาอ่าน เพราะผู้แต่งเป็นคนอังกฤษ ทำไมผมถึงต้องเลือกผู้แต่งอังกฤษ? เพราะนวนิยายเล่มก่อนหน้านี้ที่ผมอ่านคือ Nice Work ของ David Lodge เป็นนักเขียนชาวอังกฤษ เป็นศาสตราจารย์ทางวรรณกรรมวิจารณ์
ที่ผมเลือกซื้อ Nice Work เพราะมีเนื้อเรื่องเกี่ยวกับอาจารย์มหาวิทยาลัย มันใกล้ตัว จึงอ่านสนุก หลังจากอ่านจบแล้ว ตอนอยู่ที่สนามบินจึงเข้าร้านหนังสือและพยายามหางานเขียนของ David Lodge แต่ไม่มี จึงผ่อนปรนเงื่อนไขความต้องการ
ถ้าไม่ได้นักเขียนที่ชื่นชอบ ก็ขอให้เป็นนักเขียนอังกฤษที่เขียนเรื่องราวที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับอังกฤษร่วมสมัย เพราะผมจะสนุกเวลาอ่านพบสถานที่หรืออะไรในอังกฤษที่คุ้นเคย แล้วก็พบผลงานของนักเขียนชื่อ Ben Elton ซึ่งตอนผมอยู่อังกฤษ รู้จักเขาในฐานะนักแสดงตลกแบบเดี่ยวไมโครโฟน และเขาเป็นนักเขียนบทละครโทรทัศน์ตอนๆ เรื่อง Blackadder ที่โด่งดังในสมัยก่อน โดยมี Rowan Atkinson หรือ Mr.Bean แสดง
ผมตัดสินใจซื้อเรื่อง Meltdown เพราะปกหลังมันย่อเรื่องไว้ว่า มันเป็นเรื่องเกี่ยวกับนักธุรกิจการเงินลอนดอนที่ร่ำรวยมากอย่างรวดเร็ว แต่ต่อมาเกิดตกอับ แล้วทุกข์ทรมานกับวิถีชีวิตของครอบครัวที่ผันแปรไป! ผมไม่ค่อยจะรู้เรื่องธุรกิจการเงิน จึงตัดสินใจลองทำความรู้จักดู อย่างน้อยมันก็มีเรื่องราวแบบอังกฤษๆ ให้นึกถึงความหลัง
หลังจากอ่านจบ ผมต้องหาเล่มใหม่มาอ่านก่อนนอน เพราะติดพฤติกรรมแบบนี้ แต่ก็เหมือนเคย ไม่มีเวลาไปร้านหนังสือที่ไหนนอกจากที่สนามบิน ไปยืนดู ไม่พบเรื่องอื่นของ Elton แล้ว จึงต้องสำรวจนักเขียนอังกฤษคนอื่นๆ มาพบงานของนักเขียนสตรีชาวอังกฤษในนามปากกาชื่อ “Sophie Kinsella” มีหลายเรื่องของเธอบนแผง
แต่ตัดสินใจเลือกเรื่อง Undomestic Goddess ก็เพราะเป็นเรื่องเกี่ยวกับนักกฎหมายจบเคมบริดจ์ เป็นผู้หญิงเก่ง ทำงานบริษัทกฎหมายชื่อดังในลอนดอน แต่ทำงานบ้านไม่เป็น ไม่รู้แม้จะใช้เครื่องซักผ้าอย่างไร (เมื่อเธอถูกถามว่า ทำกับข้าวเป็นไหม? เธอตอบว่าเป็นบ้าง เช่น ทำขนมปังปิ้ง! แต่ถามว่าทอดไข่เป็นไหม? คำตอบคือ ไม่เป็น?) ไม่รู้แม้จะกดปุ่มคำสั่งเครื่องซักผ้าอย่างไร มิพักต้องพูดถึงเตารีด! เลือกเรื่องนี้เพราะไม่ค่อยได้อ่านนวนิยายอังกฤษร่วมสมัยของนักเขียนสตรี และชอบเนื้อเรื่อง น่าจะสนุก และน่าจะเกี่ยวข้องกับเรื่อง Feminism บ้าง
จะว่าบังเอิญหรือเปล่าก็ไม่ทราบได้ ข้อคิดคติสอนใจจากทั้งสองเรื่องกลับตรงกันก็คือ สอนให้รู้จักพอเพียงและมีความสุขในวิถีชีวิตที่ไม่เวอร์เกินไป! นักการเงินใน Meltdown ที่ประสบกับสภาวะใกล้ล้มละลาย ในช่วงแรกทุกข์ทรมานกับการต้องย้ายลูกจากโรงเรียนชั้นดีมาอยู่โรงเรียนรัฐบาล และมีวิถีชีวิตเหมือนคนส่วนใหญ่ นั่นคือ ขึ้นรถโดยสารสาธารณะ ทำอะไรเอง และประหยัดมัธยัสถ์ แต่ในที่สุดเขาและสมาชิกในครอบครัวก็สามารถปรับตัวได้และรู้สึกมีความสุขกับวิถีชีวิตแบบพอเพียง และก็ไม่ต้องการจะกลับไปมีวิถีชีวิตแบบฟุ้งเฟ้อ (มีที่จอดรถใต้ดิน มีพี่เลี้ยงเด็ก ฯลฯ) แม้ว่าจะสามารถก็ตาม
ส่วน Undomestic Goddess เป็นเรื่องของนักกฎหมายหญิงที่ใฝ่ฝันจะยิ่งใหญ่ในวงการกฎหมายธุรกิจ แต่กลับประสบกับความผันผวน ทำให้เธอต้องหนีไปนอกเมือง และบังเอิญกลายเป็นคนรับใช้ในบ้านเศรษฐีด้วยความจำเป็น ทั้งที่เธอทำอะไรไม่เป็น แต่โชคดีเธอได้มีโอกาสเรียนรู้งานบ้านจากมารดาของหนุ่มคนสวน ผู้เขียนฉลาด เขียนอธิบายศิลปะการทำกับข้าวงานบ้านได้ดีมากพอๆ กับเรื่องเทคนิคทางกฎหมาย ทำให้คนอ่านรู้สึกมีความสุขกับการทำงานบ้านและใช้ชีวิตพอเพียง ซึ่งมีความสุขมากกว่าความร่ำรวยและชื่อเสียง
ทั้งสองเรื่องเป็นการส่งสารเกี่ยวกับวิถีชีวิตที่พอเพียงให้กับคนเมืองชั้นกลางสูงมากกว่าคนชนบท ซึ่งคนเหล่านี้น่าจะเป็นคนที่ต้องเรียนรู้ที่จะพอเพียงมากกว่าคนรากหญ้า!
ท่านผู้อ่านควรลองหามาอ่านดู!
(Elton อายุ 52 จบจากมหาวิทยาลัยแมนเชสเตอร์ เป็นตลกที่มีหัวเอียงซ้าย ส่วนคินเซลลามีชื่อจริงว่า Madeleine Wickham อายุ 42 จบ PPE จาก Oxford เป็นนักข่าวการเงินก่อนจะมาเป็นนักเขียนอาชีพ)
(ส่วนหนึ่งของงานวิจัย ภายใต้โครงการพัฒนามหาวิทยาลัยวิจัยแห่งชาติ ปีงบประมาณ 2555 ความมั่นคงของมนุษย์ เรื่อง “การพัฒนาระบอบการเมืองประชาธิปไตยเพื่อความเป็นธรรมและเสมอภาคในกระแสการเปลี่ยนแปลงของสังคมไทย” (HS1068A) สนับสนุนโดย สกอ. ตุลาคม 2554-กันยายน 2555)







