
นายกฯเมินเขมรไม่พร้อมจัดจีบีซีลั่นไม่เดือดร้อน
มาร์คเผยไทยไม่เดือดร้อนหลังเขมรไม่พร้อมจัดประชุม จีบีซี ย้ำรอถกเจบีซีเป็นหลัก ลั่นผู้สังเกตการณ์ที่อินโดฯส่งมาต้องไม่ติดอาวุธเพราะไม่ใช่กองกำลัง
มาร์คเผยไทยไม่เดือดร้อนหลังเขมรไม่พร้อมจัดประชุม จีบีซี ย้ำรอถกเจบีซีเป็นหลัก ลั่นผู้สังเกตการณ์ที่อินโดฯส่งมาต้องไม่ติดอาวุธเพราะไม่ใช่กองกำลัง
นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า การประชุมคณะกรรมการชายแดนทั่วไป (จีบีซี) ระหว่างวันที่ 7-8 เม.ย. ที่ประเทศกัมพูชาเป็นเจ้าภาพ ซึ่งต้องเลื่อนออกไปอย่างไม่มีกำหนดก็ไม่มีปัญหาอะไร เมื่อกัมพูชาจัดที่กรุงพนมเปญไม่ได้ก็ไม่ต้องประชุม เพราะไม่มีประเด็นอะไร
"ขณะนี้ยังไม่เห็นความจำเป็นที่จะต้องมีการประชุมถ้าทางกัมพูชาบอกไม่พร้อมจัดก็รอไป เราก็บอกว่า ความจริงเขาน่าจะจัดได้ แต่ถ้ายังจัดไม่ได้ก็รอไป"นายอภิสิทธิ์กล่าว
ทั้งนี้ได้คุยกับพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รมว.กลาโหม และนายกษิต ภิรมย์ รมว.การต่างประเทศไปแล้วว่า ให้แยกกันระหว่างจีบีซี กับการประชุมคณะกรรมาธิการเขตแดนร่วมไทย-กัมพูชา (เจบีซี)
"เมื่อไม่มีจีบีซีเราก็ไม่เดือดร้อน จนกว่าเขาจะมีประเด็นที่ตกลงกันได้ เพราะเรื่องหลักๆ ที่อยากให้เดินมันอยู่ในเจบีซีมากกว่า เพราะอันนั้นเป็นกลไกหลักที่ต่างชาติเขาจับตาดู ส่วนจีบีซีเป็นเรื่องทั่วๆ ไปในพื้นที่"นายอภิสิทธิ์กล่าว
ส่วนกรณีเรื่องผู้สังเกตการณ์นั้นไม่ต้องไปผูกติดอยู่กับจีบีซีอยู่แล้ว และเรื่องข้อตกลงหยุดยิงถาวร รัฐก็ไม่มีข้อตกลงอะไรต่างๆ อยู่แล้ว เพราะเจบีซีจะทำเรื่องภาพถ่ายทางอากาศเพื่อมาสนับสนุนเรื่องการจัดทำปักปันเขตแดน ซึ่งอาจทำได้ต่อเนื่องจากกรอบการเจรจา ซึ่งสภาให้ไว้แล้ว และไม่ไปกระทบกับบันทึก 3 ฉบับที่ค้างอยู่
ขณะเดียวกันเป็นการแสดงให้ประชาคมโลกเห็นว่า มันมีกลไกทวิภาคี ซึ่งทำงานเรื่องนี้ต่อได้ เมื่อประชุมไม่ได้ก็ไม่เป็นไรสามารถไปใช้กลไกอื่นได้ ซึ่งนายกษิตก็จะต้องเดินทางไปกรุงจากาตา อินโดนีเซีย เพื่อไปร่วมประชุมอาเซียน-ญี่ปุ่น อาจจะใช้โอกาสตรงนั้นพบปะพูดคุยกับทางอินโดนีเซียกับข้อเสนอเรื่องการส่งผู้สังเกตการณ์มา ขอย้ำว่า ไม่ใช่ทหารติดอาวุธ เป็นผู้สังเกตการณ์ และสถานะเขาจะเป็นส่วนหนึ่งของสถานทูตที่นี่
นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า เรื่องผู้สังเกตการณ์ไม่ได้มีปัญหาอะไร เพียงแต่ต้องดูว่า พื้นที่ของผู้สังเกตการณ์อยู่ที่ไหน ถ้ากัมพูชาจะเอาผู้สังเกตการณ์มาอยู่ในดินแดนไทย เราก็บอกว่าไม่ได้ พื้นที่ 4.6 เราก็บอกว่าดินแดนเรา คุณจะเอาผู้สังเกตการณ์เข้ามาในส่วนของกัมพูชาไม่ได้ ก็ต้องไปคุยกันตรงนี้ ซึ่งทางอินโดนีเซียก็เข้าใจ
"ผมได้พูดคุยกับทางผบ.ทบ.ว่า การเข้ามา ต้องไม่ติดอาวุธ เพราะไม่ได้มีหน้าที่มาทำเหมือนรักษาสันติภาพ แต่มีหน้าที่มาสังเกตการณ์อย่างเดียวว่า สภาพในพื้นที่สงบเรียบร้อย สถานะของเขาขณะนี้เราตกลงว่า เหมือนกับเป็นเจ้าหน้าที่ของสถานทูตที่อยู่ที่นี้ และจะไปที่ไหนก็ต้องให้ทั้ง 2ฝ่ายสามารถตกลงกัน"นายอภิสิทธ์กล่าว







