
คิดใหม่แก้ด่วน
น้ำท่วมในหลายจังหวัดทางภาคใต้มานาน
น้ำท่วมในหลายจังหวัดทางภาคใต้มานาน
ได้สร้างความเสียหายอย่างใหญ่หลวง ไม่เฉพาะทรัพย์สินเท่านั้น จนถึงขณะนี้มีผู้เสียชีวิตเกือบ 50 คนแล้ว แต่รัฐบาลนี้ยังใช้วิธีการแก้ไขปัญหาเหมือนเหตุการณ์น้ำท่วมครั้งก่อนๆ
ตอนนี้ระบบคมนาคมทางใต้ถูกตัดขาดจากส่วนกลางมาหลายวัน ถนนหลายเส้นทางเสียหายและน้ำท่วมสูงในพื้นที่จนรถขับผ่านไม่ได้ ส่วนทางรถไฟก็เสียหายอย่างหนัก การรถไฟแห่งประเทศไทย (ร.ฟ.ท.) เปิดให้บริการถึง อ.ไชยา จ.สุราษฎร์ธานี เท่านั้น
ขณะที่สนามบินจังหวัดนครศรีธรรมราช ใช้การไม่ได้มาหลายวัน เนื่องจากน้ำท่วมรันเวย์ ทำให้จังหวัดทางภาคใต้นับตั้งแต่ จ.สุราษฎร์ธานี ลงไปจนถึงนราธิวาส และ จ.ยะลา ต่างประสบปัญหาการขาดแคลนสินค้า หรือถ้ามีสินค้าก็จะต้องจ่ายเงินซื้อแพงกว่าปกติ รวมถึงการทำมาค้าขาย การทำธุรกิจ ก็เสียหายอย่างหนัก เนื่องจากสินค้าขนส่งไปมาไม่ได้
คนใต้เดือดร้อนมาก หลายพื้นที่น้ำยังท่วมขังเกือบมิดหลังคาบ้าน แต่ยังไม่ได้รับการเหลียวแลจากผู้ใหญ่ในกระทรวงที่รับผิดชอบโดยตรง นายชวรัตน์ ชาญวีรกูล รมว.มหาดไทย ไปอยู่ที่ไหน ถึงไม่เข้าไปดูแล หรือสั่งการการแก้ปัญหาให้บรรเทาลงโดยเร็ว ส่วนนายโสภณ ซารัมย์ รมว.คมนาคม ก็ปล่อยให้ข้าราชการทำงานโดยลำพัง ทำให้การขนส่งทุกระบบยังอัมพาตอยู่จนทุกวันนี้
เหตุการณ์น้ำท่วมภาคใต้ครั้งนี้ สามารถสะท้อนภาพการทำงานของรัฐบาลนี้ได้ชัดเจนยิ่งขึ้น ประชาชนสามารถคิดและมีข้อสรุปว่าปัญหาภาคใต้เป็นเรื่องที่พรรคประชาธิปัตย์จะต้องลงมือสะสางปัญหาเอง ส่วนแกนนำพรรคภูมิใจไทยไม่ขอเข้าไปยุ่งเกี่ยวด้วย
นอกจากนี้ แม้ว่าพรรคประชาธิปัตย์เป็นแม่ทัพใหญ่ในรัฐบาลชุดปัจจุบัน และรีบเสนอมาตรการช่วยเหลือคนใต้เข้าสู่ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) อนุมัติงบประมาณจำนวนกว่า 6,000 ล้านบาท แบ่งจ่ายเงินช่วยเหลือครอบครัวละ 5,000 บาท ซึ่งมีอยู่ประมาณ 5.6 แสนครัวเรือน รวมถึงความช่วยเหลืออื่นๆ เพียงแต่ขอให้รออีกหน่อย เพราะกว่าเงินจะถึงมือผู้เดือดร้อนยังจะต้องรอให้ผ่านพ้นเทศกาลสงกรานต์นี้ไปก่อน
ปัญหาใหญ่ขนาดนี้ ไม่เข้าใจเลยว่าทำไมการให้ความช่วยเหลือถึงยังจะต้องรอเวลากว่า 1 สัปดาห์ กว่าข้าราชการจะกลับมาทำงานตามปกติในวันที่ 18 เม.ย.นี้ แล้วคนที่ไม่มีเงินในการนำไปซื้อหาอาหาร เครื่องนุ่งห่ม จะต้องทนลำบากไปอีกตั้งหลายวัน
เราเห็นว่ารัฐบาลควรจะต้องรวมพลัง รีบบรรเทาทุกข์ของประชาชนให้ทันท่วงทีพร้อมทั่วถึง และที่สำคัญการแจกจ่ายงบประมาณก็ควรจะต้องจัดสรรอย่างรัดกุม อย่าปล่อยให้เงินรั่วไหลไปถึงมือผู้ที่จ้องหาผลประโยชน์บนความเดือดร้อนของประชาชนเหมือนที่แล้วๆ มา







