posttoday
โสภาวดี เลิศมนัสชัย ยึดหลัก 'มั่นคงในชีวิต-มั่นใจในกบข.'

โสภาวดี เลิศมนัสชัย ยึดหลัก 'มั่นคงในชีวิต-มั่นใจในกบข.'

04 กุมภาพันธ์ 2553

8...ทีมข่าวตลาดทุนหุ้น

วิกฤตเศรษฐกิจเมื่อปี 2552 ที่ผ่านมา ได้ส่งผลกระทบต่อชื่อเสียงของกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (กบข.) อย่างหนักหน่วง เพราะต้องเผชิญกับผลขาดทุนกว่า 5.71% แถมถูกซ้ำเติมจากความบกพร่องในด้านธรรมาภิบาล ที่อดีตเลขาธิการได้มีการซื้อขายหุ้นดักหน้ากองทุน แม้จะไม่ผิดกฎหมายหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ ในฐานะการใช้ข้อมูลภายในมาหาประโยชน์ส่วนตัว แต่ผลของการกระทำดังกล่าว ทำให้องค์กรแห่งนี้เกิดความสั่นคลอน เดินเข้าภาวะวิกฤตศรัทธา วิกฤตความเชื่อมั่นจากเหล่าบรรดาสมาชิก จนนำไปสู่การเปลี่ยนแปลง ทั้งในด้านของโครงสร้างการบริหาร และนโยบายในการลงทุน

ขณะนี้กบข. มีเลขาธิการคนใหม่คือ น.ส.โสภาวดี เลิศมนัสชัย ซึ่งเพิ่งเข้ามารับตำแหน่งเมื่อวันที่ 18 ก.พ. และถือโอกาสที่เข้ามาบริหารงานได้ 15 วัน เปิดแถลงนโยบายอย่างชัดเจนว่า ในการเข้ามาบริหารกองทุนขนาดใหญ่เป็นอันดับ 2 รองจากกองทุนประกันสังคม โดยบริหารเงินของข้าราชการร่วม 1.6 ล้านคนและมีเงินภายใต้การบริหาร 3.55 แสนล้านบาทนั้น ภารกิจเร่งด่วนที่ต้องดำเนินการ คือ การปรับภาพลักษณ์กบข. ให้เป็นองค์กรแห่งธรรมาภิบาล (Corporate Governance) เพื่อให้สมาชิกเกิดความเชื่อมั่นและไว้วางใจ รวมถึงสังคมทั่วไปมองกบข. เป็นองค์กรต้นแบบแห่งธรรมาภิบาล

เลขาธิการกบข. คนใหม่ถือโอกาสประกาศนโยบายชัดเจนว่า พนักงานและผู้บริหารทุกคนต้องยึดหลักธรรมาภิบาลอย่างเคร่งครัด ผู้บริหารและคู่สมรส รวมถึงพนักงานที่เกี่ยวข้องกับการลงทุนห้ามซื้อขายหุ้นโดยเด็ดขาด

และการดำเนินงานใดๆ ต่อไปนี้ต้องยึดแนวนโยบายที่ชัดเจนว่า ผลประโยชน์สมาชิกต้องมาก่อนเรื่องอื่นใด รวมทั้งการตัดสินใจลงทุนใดๆ ต้องมีการศึกษาอย่างรอบคอบ วิเคราะห์โอกาสและความเสี่ยงให้ดี พร้อมทั้งปรับแผนการลงทุนให้เหมาะสมและสอดคล้องกับสถานการณ์ต่างๆ อยู่เสมอ

ขณะเดียวกันก็ต้องสอดส่ายหาช่องทางการลงทุนในสินทรัพย์ใหม่ๆ ให้มากขึ้นเพื่อกระจายความเสี่ยง รักษาสมดุลของเป้าหมายผลตอบแทนระยะยาวกับความเสี่ยงที่ยอมรับได้ เพื่อสร้างผลตอบแทนที่มั่นคงในระยะยาวให้กับสมาชิก โดยจะยึดคำขวัญที่ว่า “มั่นคงในชีวิต มั่นใจในกบข.”

เรื่องธรรมาภิบาลเปรียบเสมือนธงหลักในการนำพาให้กบข. หลุดพ้นออกมาจากวิกฤตศรัทธา วิกฤตความเชื่อมั่นจากเหล่าบรรดาสมาชิก และหากดูคุณสมบัติของเลขาธิการคนใหม่ สามารถการันตีกันได้เลยเรื่องของความโปร่งใส ซื่อสัตย์ สุจริต และเป็นคนตรงไปตรงมา ก็ไม่น่าจะเป็นเรื่องยากที่ในการเข้าทำหน้าที่บริหาร และล้างภาพอันไม่น่าทรงจำที่ผ่านมา

ทว่าปัญหาใหญ่ที่จะต้องเจอ คือ การทำให้สมาชิกเกิดความรู้ความเข้าใจทั้งในเรื่องของการลงทุน และเข้าใจต่อองค์กร ซึ่งเป็นภารกิจหลักที่คณะกรรมการกบข. ได้มอบหมายให้กับเลขาธิการคนใหม่ต้องรีบดำเนินการ และให้น้ำหนักมากกว่าเป้าหมายหรือผลตอบแทนในด้านการลงทุน เพราะในเรื่องของการลงทุนนั้นมีนโยบายที่วางไว้อย่างชัดเจนอยู่แล้ว

โสภาวดี ยังระบุว่า อยากให้สมาชิกซึ่งเป็นข้าราชการมีความเชื่อมั่นต่อการบริหารงาน และต่อองค์กรกบข. เพราะนโยบายหลักที่จะเน้นนั้นจะมุ่งและคำนึงถึงผลประโยชน์ของสมาชิกในระยะยาวเป็นหลัก และอยากให้สมาชิกคำนึงถึงผลตอบแทนในระยะยาว ไม่ใช่ดูเพียงช่วงสั้นๆ ซึ่งหากดูผลงานกบข. ในช่วง 35 ปีที่ผ่านมานั้น อัตราผลตอบแทนอยู่ที่เฉลี่ย 4% และระยะยาวยังอยู่ในระดับ 78% และให้มองว่าการลงทุนเปรียบเหมือนเหรียญ 2 ด้านที่มีทั้งขึ้นและลง ความเสี่ยงสูงผลตอบแทนก็ต้องดี และเมื่อความเสี่ยงต่ำผลตอบแทนก็ต้องน้อยนั่นเอง จึงอยากให้สมาชิกมีความเข้าใจในหลักการนี้

อย่างไรก็ตาม ปีนี้ไม่ได้คาดหวังว่าจะสร้างผลตอบแทนสูงอย่างเช่นปี 2552 ที่ผ่านมา แต่หวังว่าจะทำให้ชนะตลาดโดยรวมและชนะเงินเฟ้อ ซึ่งเป็นเป้าหมายหลักขององค์กรแห่งนี้อยู่แล้ว

โสภาวดีจะนำพาองค์กรนี้ให้กลับคืนมาสู่ภาวะปกติได้หรือไม่ อย่างไรนั้น นอกจากความเข้าใจจากสมาชิกแล้ว ยังจะต้องมาจากภายในองค์กรด้วย เพราะถือว่ามีความสำคัญ หากไม่ทำให้เกิดเอกภาพ ร่วมมือร่วมใจกันเพื่อความเป็นหนึ่งเดียว โดยให้ระลึกว่าปัจจัยภายนอกเราควบคุมไม่ได้ แต่ปัจจัยภายในสามารถควบคุมได้ ดังนั้นจึงอยากจะเห็นทุกคนร่วมใจกัน

“การเข้ามาบริหารงานกบข. ในช่วงเกิดวิกฤตความศรัทธา วิกฤตความเชื่อมั่น พี่มองว่าเป็นความท้าทายมากกว่า และถึงตรงนี้น่าจะเป็นโอกาสที่จะลุกขึ้นมาทำให้องค์กรดีขึ้นมาได้ ซึ่งดีกว่าที่เข้ามาบริหารตอนองค์กรดีพร้อมอยู่แล้ว เพราะโอกาสที่จะปรับเปลี่ยนอะไรน่าจะทำได้ยากกว่า แต่ถ้าเข้ามาตอนติดลบการผลักดันให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในองค์กรเพื่อไปสู่สิ่งที่ดีๆ น่าจะทำได้แน่นอน” นี่คือมุมมองของโสภาวดีที่เห็นวิกฤตเป็นโอกาสในการทำงาน

สำหรับหลักการในการบริหารเงินกองทุนนั้น ประมาณช่วงไตรมาส 3 ปีนี้ จะเปิดแผนลงทุนให้สมาชิกเลือกลงทุนเองได้ เช่น หากใกล้เกษียณก็ให้ลงทุนในตราสารหนี้และตลาดเงินมากหน่อย แต่หากยังเป็นวัยรุ่นหนุ่มสาวยังมีอายุการทำงานอีกนาน ก็ให้น้ำหนักลงทุนหุ้นมากขึ้น เช่น ลงทุนหุ้นในสัดส่วน 35%

นอกจากนี้ กบข.อยู่ระหว่างเสนอคณะกรรมการในการออกไปลงทุนยังต่างประเทศตามแผนที่วางไว้ตั้งแต่เมื่อปี 2552 ที่ต้องเลื่อนออกไปหลังเกิดวิกฤตเศรษฐกิจโลก ซึ่งตามกฎหมายลงทุนต่างประเทศได้เต็มที่ 25% ของพอร์ต แต่ตอนนี้ลงทุนเพียง 13% ดังนั้นจึงยังมีวงเงินเหลือสามารถลงทุนได้อีกค่อนข้างมาก ซึ่งสินค้าที่จะไปลงทุนมีทั้งอสังหาริมทรัพย์ ลงทุนโครงการสาธารณูปโภค และกองทุนส่วนบุคคล (ไพรเวตฟันด์)

สำหรับการปรับเปลี่ยนโครงสร้างการจ่ายผลตอบแทนแก่สมาชิกในยามเกษียณ ซึ่งขณะนี้กรมบัญชีกลางอยู่ระหว่างตรวจและเซ็นรับงานจากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ซึ่งเป็นผู้ทำการศึกษาในเรื่องนี้อยู่

อนาคตใหม่ของกบข. จะเป็นไปอย่างที่คาดหวังได้หรือไม่ ยังต้องรอลุ้นกัน เพราะการ บริหารเงินภายใต้ความคาดหวังและความรู้สึกของสมาชิกที่เป็นข้าราชการกว่า 1.16 ล้านคน เป็นเรื่องที่ยิ่งใหญ่ แต่ไม่น่าจะอยู่เหนือความหมายของเลขาฯ คนใหม่ที่มองอนาคตทะลุ

ทั้งนี้ เพิ่งเข้ามาบริหารไม่ถึงเดือน ได้ประกาศแผนงานสมาชิกสัมพันธ์ในเชิงรุก ทั้งในประเด็นที่เกี่ยวกับการสื่อสาร และการบริหารสิทธิประโยชน์เป็นสวัสดิการให้กับสมาชิก แผนงานทั้งหมดต้องถูกปรับเปลี่ยน โดยคำนึงถึงความกังวล ความคาดหวัง และความเข้าใจที่แท้จริงของสมาชิกเป็นสำคัญนั้นเอง (OutsideIn Approach) เนื้อหาและรูปแบบของสิทธิประโยชน์และการสื่อสารจะมีการเปลี่ยนแปลงให้สอดคล้องกับลักษณะเฉพาะของกลุ่มสมาชิก (Segmentation) ที่ถึงแม้จะเป็นข้าราชการเหมือนกัน แต่มีความต่างกันในเชิงอาชีพ อายุก่อนวันเกษียณ และระดับความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการลงทุนความเสี่ยง

“วิธีการสื่อสารและการจัดสวัสดิการต่างๆ ให้สอดคล้องกับความต้องการของสมาชิก โดยเฉพาะการสื่อสารที่จะเปิดโอกาสให้สมาชิกได้แสดงออกซึ่งความคิดเห็นมากขึ้น และการจัดสวัสดิการที่เป็นรูปธรรมและเกิดประโยชน์โดยตรงในระยะยาว เช่น โครงการสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัย โครงการพัฒนาคุณภาพมนุษย์ (Human Capital) และสิทธิประโยชน์ที่จะช่วยแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายต่างๆ ให้ลดลง ถือเป็นหัวใจสำคัญของการเรียกความเชื่อมั่นของกบข. กลับคืนมา”

ถึงวันนี้กบข. พร้อมที่จะเปลี่ยนแปลงในบริบทของการบริหารให้ก่อเกิดประสิทธิภาพและประโยชน์สูงสุดต่อสมาชิก มุ่งเสริมสร้างธรรมาภิบาลอย่างจริงจัง เพื่อปรับภาพลักษณ์ขององค์กรให้ได้รับความเชื่อมั่นและสร้างความไว้วางใจจากสมาชิกและสาธารณชนโดยเร็ว นี่คือคำมั่นสัญญาของ “โสภาวดี เลิศมนัสชัย”

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท