posttoday
วิกฤตสินค้าญี่ปุ่น

วิกฤตสินค้าญี่ปุ่น

04 กุมภาพันธ์ 2553

...ธนพล ไชยภาษี

เมื่อวานนี้ผมรับใช้ท่านผู้อ่านไปว่า ปีนี้เป็นปีที่ญี่ปุ่นเจอมรสุมเต็มรูปแบบ ทั้งปัญหาของภาครัฐที่ประสบกับปัญหาหนี้ภาคสาธารณะรุมเร้า แถมเจอกับปัญหาเงินฝืดในประเทศ ส่วนปัญหา ของภาคเอกชน ก็เจอกับวิกฤตค่าเงินเยนที่แข็งโป๊กเรื่อยมา

แต่ปัญหาใหม่ที่กำลังเป็นปัญหาใหญ่และดังสนั่นโลกอยู่ในขณะนี้ ก็คือ วิกฤตสินค้าญี่ปุ่น ที่การเรียกคืนของค่ายรถยนต์รายใหญ่ทั้งสอง คือ โตโยต้าและฮอนด้า นั้น อาจจะส่งผลกระทบกระเทือนต่อแบรนด์ของประเทศในอนาคตอย่างรุนแรงทีเดียวครับ

โดยเฉพาะโตโยต้า ผมกล้ารับประกันได้เลยว่า ไปถามคนยุโรป คนสหรัฐ ว่าชอบรถยี่ห้ออะไร ส่วนใหญ่จะตอบว่าโตโยต้า คนรู้จักของผมเป็นคนสวีเดน ยังบอกว่าชอบโตโยต้า เป็นรถที่ดีมาก

แต่ปัญหาการเรียกคืนรถยนต์หลายรุ่น หลายระลอก หลายล้านคันทั่วโลก รวมทั้งล่าสุดก็เจอลูกค่าบ่นอุบกับปัญหาเบรกของรถยนต์รุ่นพรีอุสในสหรัฐอีกนั้น ก็ยิ่งถือว่าเป็นดาบซ้ำโตโยต้าหนักเข้าไปอีก

ในสหรัฐ เขามองว่าปัญหานี้เป็นปัญหาที่ใหญ่มาก ที่ผู้ผลิตจะต้องรับผิดชอบอย่างเร่งด่วน และโตโยต้าก็พยายามแก้ปัญหานี้อย่างเร่งด่วนเช่นกัน ด้วยการเร่งทยอยจัดส่งอะไหล่ไปให้ดีลเลอร์ทั่วสหรัฐ เพื่อดำเนินการแก้ไขข้อบกพร่องที่คันเร่งตามที่เป็นข่าว

แต่อย่างไรก็ตาม แม้ว่าการตอบรับต่อปัญหาของโตโยต้านั้นจะทำได้ค่อนข้างรวดเร็ว แต่สิ่งที่เกิดขึ้นนั้นถือว่าสร้างความเสียหายให้กับโตโยต้าอย่างใหญ่หลวงทีเดียว

แม้กระทั่ง ชินอิจิ ซาซากิ เจ้าหน้าที่ผู้ควบคุมคุณภาพสินค้าในต่างประเทศของโตโยต้า ยังเปรยออกมายอมรับสำนักข่าวต่างประเทศว่า แม้ว่าโตโยต้าจะเร่งแก้ปัญหาเพียงใด แต่นั่นก็สายเกินไปกับความสูญเสียที่โตโยต้าจะต้องเผชิญ

ซึ่งขณะนี้ทางโตโยต้าเองก็ยังไม่ออกมาเปิดเผยตัวเลขการประเมินความเสียหายจากวิกฤตครั้งนี้

แต่กระนั้นก็ตาม ทัตสึโอะ โยชิดะ นักวิเคราะห์อุตสาหกรรมยานยนต์ของธนาคารยูบีเอส ในกรุงโตเกียว ก็ออกมาประเมินคร่าวๆ ว่า ปัญหานี้ดูเหมือนจะสร้างความเสียหายให้กับโตโยต้าเป็นมูลค่าถึง 900 ล้านเหรียญสหรัฐทีเดียว

และโตโยต้าได้สูญเสียโอกาสในการทำยอดขายไปตกสัปดาห์ละ 155 ล้านเหรียญสหรัฐ

เป็นตัวเลขที่สูงเอาการครับ โดยเฉพาะในช่วงที่เศรษฐกิจโลกยังฟื้นตัวไม่เต็มที่ และเป็นช่วงเวลาที่เอกชนทั่วโลกต่างก็พยายามที่จะกลับมาทำกำไรกันอีกครั้ง

และที่สำคัญที่สุด ไม่ว่าโตโยต้าจะแก้ปัญหาได้รวดเร็วเพียงใด แต่ภาพลักษณ์ของโตโยต้าจะต้องได้รับผลกระทบแน่นอนและไม่น้อยด้วย ถือเป็นรอยด่างของภาพลักษณ์บริษัทที่ต้องใช้เวลากว่าจะกู้คืนได้

นี่แหละครับ ที่ผมเรียนเอาไว้ว่า ปีนี้ไม่ใช่ปีทองของญี่ปุ่น หนำซ้ำปัญหาจากโตโยต้าจะยิ่งส่งผลกระทบต่อแบรนด์ของสินค้าญี่ปุ่นอื่นๆ โดยรวมด้วยซ้ำ

ถามว่าภาพลักษณ์ของสินค้าญี่ปุ่นในขณะนี้เป็นอย่างไร ก็ต้องบอกว่ายังดีอยู่ แต่อนาคตนั้นก็ไม่แน่ สินค้าญี่ปุ่นเป็นที่ขึ้นชื่อเรื่องคุณภาพ แต่มีราคาแพง หนำซ้ำยิ่งในขณะนี้ค่าเงินเยนญี่ปุ่นแข็งโป๊ก ยิ่งทำให้สินค้าญี่ปุ่นมีราคาแพงขึ้นเมื่อเปลี่ยนเป็นราคาตามสกุลเงินอื่นๆ ของโลก

แต่ก็โชคยังดีครับ ที่คู่แข่งของสินค้าญี่ปุ่นในโลกนั้นมีไม่เยอะ แม้แต่สินค้าจีนเองที่เริ่มตีตลาดโลกมากขึ้นเรื่อยๆ แต่ชื่อชั้นเรื่องคุณภาพนั้นยังห่างไกลจากการยอมรับจากทั่วโลกมากนัก

อย่างน้อยสินค้าญีปุ่นก็ไม่มีเมลามีน ไม่มีสารตะกั่วปนเปื้อนในระดับอันตราย แน่นอนครับ...!

ข่าวล่าสุด

อัยการติวเข้ม ก.ล.ต. ถอดบทเรียน STARK–MORE เทคนิคเบิกความ มัดจำเลยในชั้นศาล

อัยการติวเข้ม ก.ล.ต. ถอดบทเรียน STARK–MORE เทคนิคเบิกความ มัดจำเลยในชั้นศาล