posttoday
ยาเสพติดจากคุกจุดอ่อนต้องเร่งกำจัด

ยาเสพติดจากคุกจุดอ่อนต้องเร่งกำจัด

06 เมษายน 2554

ยาเสพติดนานาชนิดที่กำลังท้าทายการปราบปรามของตำรวจอยู่ในเวลานี้

ยาเสพติดนานาชนิดที่กำลังท้าทายการปราบปรามของตำรวจอยู่ในเวลานี้

สงสัยหรือไม่ทำไมไม่หมดไปเสียที แม้การปราบปรามจะเข้มข้นและเฉียบขาดก็ตาม

นั่นเป็นเพราะการขายยาเสพติดสร้างรายได้มหาศาลแก่ผู้ค้า ทำให้หลายคนกล้าที่จะเสี่ยง แม้จะต้องเอาชีวิตเข้าแลกก็ตาม ประกอบกับความต้องการก็มีมาก ชนิดไม่มีลิมิตเสียด้วย

ยิ่งในเขตนครบาลหรือในเมืองหลวงอย่าง กทม. ที่มีคนร้อยพ่อพันแม่เข้ามาทำมาหากิน ในจำนวนนี้ก็มีจำนวนไม่น้อยที่เข้ามาค้ายาหรือกลายเป็นผู้เสพเสียเอง เลยทำให้ยาเสพติดยิ่งระบาดหนักเข้าไปอีก

จะว่าไปแล้ว ตำรวจก็ได้ปฏิบัติเพียงแค่ปลายเหตุ คือเมื่อรู้มีการค้าขายยาเสพติดก็ต้องออกไปจับกุม แถมยังไม่สามารถสาวไปถึงตัวต้นเหตุได้ เพราะมีการตัดตอนหลายขั้นเพื่อไม่ให้ถึงตัวการใหญ่ ตำรวจจึงปราบเท่าไหร่ก็ไม่หมดเสียที

 

ยาเสพติดจากคุกจุดอ่อนต้องเร่งกำจัด

การขายยารูปแบบใหม่ที่ดูเหมือนในระยะหลังๆ จะยิ่งแพร่หลายและระบาดหนัก นั่นก็คือ “สั่งส่งยาจากในคุก” จะสังเกตได้ว่าจับคนร้ายค้ายาได้ ก็จะสารภาพว่า “มีนักโทษในคุกสั่งให้ไปทำ” กลายเป็นว่าคนคุกก็ไม่หลาบจำกับโทษตัวเองที่ได้รับอยู่ และยิ่งเพิ่มพูนพอกความผิดเป็นดินพอกหางหมูติดตัวไปเรื่อยๆ เพราะคิดว่าถึงอย่างไรก็อยู่ในคุกอยู่แล้ว หาเงินไปเลยดีกว่า

วิธีการก็จะอาศัยช่องว่างต่างๆ ภายในเรือนจำ เจ้าหน้าที่ดูแลอาจจะไม่ทั่วถึง ลักลอบส่งโทรศัพท์เข้ามา หลังจากนั้นก็เป็น “ทีของเสือ” กระหน่ำโทร.ให้พรรคพวกส่งยาให้ลูกค้าทันที

มือกฎหมายอย่าง พล.ต.ต.อำนวย นิ่มมะโน รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล ก็ปวดหัวไม่น้อยกับปัญหาดังกล่าว พยายามสะท้อนปัญหาให้สังคมทราบ

“ตำรวจเราก็ไม่สามารถเข้าไปยุ่งเกี่ยวในกรมราชทัณฑ์ได้ โดยเฉพาะคุกชื่อดังต่างๆ ทั้งหลาย ส่วนใหญ่ยาที่จับมาได้ เมื่อเอาตัวผู้ต้องหามาสอบ ก็พบว่ามีคนในคุกสั่งให้ส่งยาอยู่ตลอดเวลา กลายเป็นภัยร้ายที่คุกคามอย่างต่อเนื่อง” ปัญหาใหญ่ที่รองฯ อำนวยพยายามบอก

สำหรับแนวทางการแก้ไขปัญหา พล.ต.ต.อำนวย มองว่าทำได้อย่างแน่นอน เพราะที่ผ่านมาเคยเสนอไปยังกรมราชทัณฑ์ให้ป้องกันเหตุที่นักโทษสามารถโทรศัพท์ออกมาสั่งงานได้ โดยการปิดสัญญาณในพื้นที่เรือนจำทั้งหมดเสีย เพื่อป้องกันการใช้โทรศัพท์อย่างเด็ดขาด เพราะขณะนี้ต้องยอมรับว่า “คุก” คือแหล่งส่งยาไปแล้ว หากทำไม่ได้เห็นทีต้องย้ายคุกไปยังเกาะตะรุเตาเหมือนเช่นในอดีต จะได้ตัดสัญญาณทุกอย่างออกไปเลย

หรือเป็นจริงดั่งคำที่ พล.ต.ต.อำนวย ว่าไว้ คุกคือสถานที่สั่งยาเสพติดยุคใหม่ เป็นจุดเริ่มต้นกระจายยาเสพติดออกไป แต่ก็ใช่ว่าเจ้าหน้าที่เรือนจำจะปล่อยปละละเลยเสียทีเดียว เพราะที่ผ่านมาต่อให้มีการตรวจเข้มข้นมากเพียงใด เมื่อมีช่องโหว่เพียงแค่นิดเดียวก็กลายเป็นช่องทางใหญ่ ที่ทำให้นักโทษก่ออาชญากรรมทางยาเสพติดได้มากขึ้นอีก

แต่ไอเดียของ พล.ต.ต.อำนวย ก็ค่อนข้างที่จะสุดโต่งไม่น้อย แต่ก็ใช่ว่าจะทำไม่ได้เสียทีเดียว มือกฎหมายแห่งนครบาลเชื่อสนิทใจว่าการปิดสัญญาณโทรศัพท์หากทำได้ จะตัดตอนการสั่งยาได้เพราะเทคโนโลยีสมัยนี้สามารถเลือกพื้นที่ปิดสัญญาณโทรศัพท์ได้

แต่อีกมุมของคนปฏิบัติงานจริง เจ้าหน้าที่เรือนจำแห่งหนึ่ง (ไม่ขอเปิดเผยชื่อ) บอกว่า การปิดสัญญาณโทรศัพท์มือถือ หากทำจริงก็คงทำได้ไม่ยาก เพราะเทคโนโลยีสมัยนี้ก้าวไปไกลมาก แต่หากมองในแง่สังคม เมื่อมีการตัดสัญญาณโทรศัพท์ทิ้งไป คนในละแวกเรือนจำมีมาก มีชุมชนน้อยใหญ่อยู่ใกล้เคียงก็อาจจะได้รับความเดือดร้อนอย่างเลี่ยงไม่ได้ หากปิดสัญญาณโทรศัพท์ผู้ที่ไม่เกี่ยวข้องจะได้รับผลกระทบไปด้วย

แต่กระนั้นแล้ว การแก้ไขต้องทำอย่างไรกันล่ะ? ชาติชาย สุทธิกลม อธิบดีกรมราชทัณฑ์ ยอมรับว่า การสั่งการขายยาเสพติดในคุกยังคงมีอยู่ไม่น้อย แต่ก็ใช่ว่าจะไร้ทางป้องกันเสียทีเดียว

“ยาเสพติดที่ระบาดไม่ได้ออกมาจากในคุกทั้งหมด แต่ยอมรับว่ามีการสั่งการภายในคุกจริง เพราะนักโทษมาจากหลายแหล่ง ร้ายๆ ทั้งนั้น เมื่อมารวมกันก็มาพูดคุยตกลงธุรกิจกันข้างใน แล้วให้ลูกน้องหรือคนข้างนอกเป็นคนดำเนินการต่อ โดยเฉพาะการสั่งการทางโทรศัพท์ หากตัดต้นตอของปัญหาก็คือ ต้องตัดสัญญาณโทรศัพท์ในพื้นที่เรือนจำทั้งหมดออก”

ตัดได้อย่างไร ตัดได้จริงหรือ คำตอบจากปากของอธิบดีกรมราชทัณฑ์ระบุว่า ขณะนี้มีการตัดสัญญาณโทรศัพท์ของเรือนจำกลางเขาบิน จ.ราชบุรี ทั้งหมด ถือว่าได้ผลเป็นอย่างดี ลดการโทรศัพท์สั่งการจากภายในเรือนจำได้

อย่างไรก็ตาม เรือนจำกลางเขาบินถือเป็นแหล่งรวมมิตรของเหล่าพ่อค้ายาระดับตัวเอ้ตัวร้ายจากทั่วประเทศมารวมกันไว้ที่นี่ที่เดียว การตัดสัญญาณก็เพื่อควบคุมและเพื่อป้องกันการสั่งการไปยังข้างนอก และไม่รบกวนชาวบ้านเนื่องจากอยู่ไกลจากชุมชน

ขณะเดียวกันกรมราชทัณฑ์ก็อยากใช้เทคโนโลยีใหม่ๆ ไปยังเรือนจำต่างๆ ทั่วประเทศ แต่เครื่องมือที่ใช้ในการตัดสัญญาณโทรศัพท์มีราคาแพง กรมราชทัณฑ์ก็มีงบจำกัด จึงต้องพิจารณากันอย่างถี่ถ้วน แต่เชื่อว่าในปี 2554 จะมีเรือนจำอีก 23 แห่งต้องถูกตัดสัญญาณโทรศัพท์เช่นกัน

“การลักลอบเอาโทรศัพท์เข้าไปในเรือนจำก็เป็นปัญหาเช่นกัน หากเราตัดปัญหาตรงนี้ได้ทั้งระบบ การตัดสัญญาณโทรศัพท์ก็คงไม่จำเป็น แต่ทุกวันนี้ยังมีการลักลอบนำเข้ามา ทั้งฝากญาติแฝงมากับสิ่งของ หรือแม้แต่การโยนข้ามกำแพงก็ยังมี จุดนี้เราต้องเพิ่มมาตรการเข้มข้นให้มากยิ่งขึ้น”

การเพิ่มเจ้าหน้าที่รอบกำแพงเรือนจำ รวมทั้งการเข้มงวดตรวจสิ่งของที่จะนำมาฝากมาเยี่ยมนักโทษ อธิบดีกรมราชฑัณฑ์ก็สัญญาว่าล้วนอยู่ในแผนที่จะต้องเร่งดำเนินการแก้ไขอย่างเร่งด่วน เพราะสังคมไทยไม่ใช่สังคมยาเสพติด แม้แต่ในเรือนจำสถานที่จองจำนักโทษ ก็ต้องไม่มีสังคมยาเสพติด อย่างไรก็ตามจากนี้ไปคงจะเห็นเรือนจำทั่วประเทศเอาจริงเอาจังเข้มงวดกวดขัน ไม่ให้เรือนจำเป็นต้นทางของยาเสพติดที่กระจายออกมาสู่สังคม !!!

 

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท