
แนวทางอิทธิพลของจีน
จากกรณีที่จีนและสหรัฐกำลังเผชิญหน้าอย่างตึงเครียดยิ่งขึ้นในหลายๆด้าน หวางอวี้เซิง อดีตเอกอัครราชทูตจีนและคอลัมนิสต์ของหนังสือพิมพ์ไชนา เดลี ได้ชี้ถึงทางออกสำหรับจีนในประเด็นนี้ไว้ว่า ในฐานะที่จีนได้รับการยอมรับและมีชื่อเสียงมากขึ้นในเวทีโลก จีนยิ่งจำเป็นที่จะต้องมี ความเคลื่อนไหวในพื้นที่นั้นให้มากขึ้น แต่การตื่นตัวในเวทีโลกควรที่จะสอดคล้องกับเงื่อนไขทั้งภายในและภาย นอกประเทศ
สิ่งสำคัญที่สุดในการแสดงบทบาทในเวทีโลก คือ การใช้อำนาจในเชิงบวก หรือ Soft Power โดยใช้วิถีทางการทูตของจีนเพื่อส่งเสริมสันติภาพ ความร่วมมือ และความเป็นอันหนึ่งเดียวกันในภูมิภาค และส่งเสริมประชาธิปไตยและความหลากหลายในระดับโลก
หวางอวี้เซิง ชี้ว่า จีนจำเป็นจะต้องใช้นโยบาย รักษาความเคลื่อนไหวให้พอเหมาะ พร้อมๆ กับมีความตื่นตัวในเวลาเดียวกัน โดยจีนจะต้องมีปฏิสัมพันธ์กับนานาประเทศอย่างพอเหมาะ และไม่ควรใช้นโยบายในเชิงรุกมากจนเกินไป หรือพยายามที่จะเป็นผู้นำโลกมากจนเกินไป เพราะไม่สอดคล้องกับความเป็นจริง และยังอาจเป็นอันตรายต่อตนเอง ภัยพิบัติจากความทะเยอทะยานของจีนที่จะแย่งชิงฐานะผู้นำโลกจะยังส่งผลเสียตามมามากมาย
ประการแรก การกระทำดังกล่าวเป็นพฤติกรรมที่กระโตกกระตากจนเกินไป และยังอาจกลายเป็นปัญหา และเป็นอุปสรรคที่ขัดขวางการพัฒนาทางเศรษฐกิจ
ประการที่สอง อาจยังผลให้มิตรประเทศของจีนเข้าใจจีนผิด ว่าจีนมีวาระซ่อนเร้น ประเทศกำลังพัฒนาหลายประเทศอาจเข้าใจเจตนาของจีนผิด และเห็นว่าจีนอาจสมคบคิดกับสหรัฐเพื่อแบ่งพื้นที่อำนาจเพื่อปกครองโลกร่วมกัน
ประการที่สาม อาจกลายเป็นข้ออ้างให้ประเทศตะวันตก โดยเฉพาะกลุ่มอนุรักษนิยมในสหรัฐ ให้แสดงท่าทีกดดันจีนให้มากขึ้น
และประการที่สี่ ประเทศพัฒนาแล้วและเพื่อนบ้านของจีนอาจกังวลต่อจีนโดยไม่จำเป็น หรืออาจถึงขั้นหวาดระแวงจีน และเป็นการเปิดโอกาสให้ประเทศตะวันตกโหมกระพือทฤษฎีภัยคุกคามจากจีน
จีนไม่อาจตกเป็นเหยื่อของทัศนะผิดๆ ดังกล่าว และหากประชาชนชาวจีนต้องการที่จะประกาศความยิ่งใหญ่ของตนเอง ก็ควรจะเป็นการประกาศที่อิงกับความจริง ไม่ใช่ภาพมายา และไม่ควรตื่นตูมจนเกินไป และหากชาวจีนจะป่าวร้องบทเพลงแห่งความยิ่งใหญ่ของตน ก็ควรขับขานบทเพลงแห่งมิตรภาพเหมือนครั้งที่จีนเป็นเจ้าภาพกีฬาโอลิมปิก







