posttoday
เฉลิม วัดใจ ทักษิณ ตัดสินอนาคต เพื่อไทย

เฉลิม วัดใจ ทักษิณ ตัดสินอนาคต เพื่อไทย

04 กุมภาพันธ์ 2553

...ทีมข่าวการเมือง

ตะลึงกันทั้งบาง!! กับคำถามที่ว่า เกิดอะไรขึ้นในพรรคเพื่อไทย ทั้งที่อยู่ในช่วงเตรียมจัดทัพออกรบกับพรรค “ประชาธิปัตย์” ในศึกอภิปรายไม่ไว้วางใจ แต่กลับมาเกิดความขัดแย้งกันเองอย่างรุนแรง

ปฏิบัติการ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง ถล่ม คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ แบบซึ่งหน้า ถึงขั้นใช้ภาษา “ยุคพ่อขุนราม” อย่างเผ็ดร้อน ซัด “เจ๊หน่อย” ว่าเป็นผู้อยู่เบื้องหลังสร้างความปั่นป่วนในพรรคเพื่อไทย

“สิงห์เหลิม” โวยว่า พวกบ้านเลขที่ 111โดยเฉพาะ “หญิงหน่อย” คอยเตะตัดขา ปล่อยข่าวโจมตีมาตลอดว่าอยากเป็นหัวหน้าพรรคเพื่อไทย อยากคุมการอภิปรายไม่ไว้วางใจ เพื่อสร้างอำนาจต่อรองกับ “นายใหญ่”

ก่อนจะแฉว่าใครทำอะไรที่ไหนรู้หมด เช่น แผนเลื่อยขา ที่ให้สส.อีสานตั้งกลุ่มมาชนกับร.ต.อ.เฉลิม เพื่อไม่ให้มีความก้าวหน้าในพรรค

เปิดศึกลากไส้ “เจ๊หน่อย” อย่างถึงพริกถึงขิง ทำเอาคนในพรรคมองหน้ากันเลิกลั่ก เพราะไม่มีใครคาดคิดว่า “ดร.เฉลิม” จะดุดันถึงขนาดนี้

“ผมยอมมานาน เพราะเกรงใจท่านทักษิณและคุณหญิงอ้อ แต่พอยอมมากก็กลายเป็นว่า ถูกกำไต๋ไว้ ...สุดารัตน์เคยอภิปรายอะไรเป็นชิ้นเป็นอันบ้าง พวกนี้มันเป็นแมว ท่านทักษิณเลี้ยงดีหน่อยเลยใหญ่ แล้วคิดว่าตัวเองเป็นเสือ”

และเพื่อดับกระแสข่าวยึดพรรค ร.ต.อ.เฉลิม จึงโชว์สปิริตขอลาออกจากประธานสส. และหัวหน้าคณะทำงานคุมการอภิปราย หวังพิสูจน์ให้เห็นว่าคนอย่างร.ต.อ.เฉลิม ไม่ใคร่อยากเป็นใหญ่หรือตีกินโดยใช้ศึกอภิปรายไม่ไว้วางใจมาเป็มเกมต่อรองอำนาจในพรรค

แต่ใครจะกล้าให้ลาออก เพราะการเตรียมการอภิปรายกำลังเข้าด้ายเข้าเข็ม และร.ต.อ.เฉลิม ก็เป็นเพียงผู้เดียวที่มีศักยภาพ ร.ต.อ.เฉลิมจึงได้รับการโหวตกลับมานั่งเก้าอี้ ประทับความชอบธรรม “คุมเกมซักฟอก” เหมือนเดิม

ความจริงแล้วปัญหาระหว่างร.ต.อ.เฉลิมกับ “เจ๊หน่อย” ไม่ได้เพิ่งมาเกิดขึ้นในช่วงนี้

ปมที่ทำให้ “บิ๊กเฉลิม” ผูกใจเจ็บมากที่สุดก็เมื่อครั้งที่เจ้าตัวเข้ามาช่วยทักษิณ ชินวัตร ในยุคพรรคพลังประชาชน ที่มี สมัคร สุนทรเวช เป็นหัวหน้าพรรค “เจ๊หน่อย” ได้เข้าไปขวาง ไม่ยอมให้ “สิงห์เฉลิม” อยู่ในปาร์ตี้ลิสต์พรรคลำดับที่ 2

ขณะที่การจัดผู้สมัครสส. ลงพื้นที่กทม.ครั้งนั้น สุดารัตน์ที่กุมบังเหียนกทม. มาตั้งแต่ยุคไทยรักไทย ไม่ยอมให้ลูกชายหัวแก้วหัวแหวนของร.ต.อ.เฉลิม แจ้งเกิดเป็นสส.ฝั่งธนตามที่ร.ต.อ.เฉลิม วางเป้าไว้ ด้วยข้ออ้างที่ว่า กลัวจะทำให้พรรคที่เคยเปรี้ยงปร้างตกรูดลงมา

นี่คือแค้นฝังหุ่นที่จี๊ดไปถึงกล่องดวงใจ “สิงห์เหลิม!!”

แต่วันนี้ “เจ๊หน่อย” ถูกขังอยู่ในบ้านเลขที่ 111 ขณะที่ร.ต.อ.เฉลิม นั่งอยู่หัวโต๊ะพรรคเพื่อไทย และส่อแววว่าจะขยายอิทธิพลออกไปเรื่อยๆ อาการ “ขบเหลี่ยม” ของทั้งสองจึงระอุขึ้น

“เจ๊หน่อย” ในฐานะเจ้าบ้านเดิมจึงไม่มีทางยอมให้ “ผู้มาใหม่” มาวางอำนาจแผ่อิทธิพลครอบคลุมสนามกทม. ในพรรคง่ายๆ

เพราะถ้าปล่อยให้เป็นเช่นนั้น ฝ่ายที่เคยใหญ่ ก็จะสูญเสียอำนาจต่อรองในพรรคทันที

ประกอบกับในช่วงที่ผ่านมา ต้องยอมรับว่าผลงานของร.ต.อ.เฉลิม เข้าตา “นายใหญ่” ผู้กุมอำนาจตัวจริงในพรรค

ตั้งแต่การนำทัพเป็น “ผู้นำ” การอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลอภิสิทธิ์ ซึ่งครั้งนั้นร.ต.อ.เฉลิม เผชิญศึกหนักหลายด้าน ทั้งกระแสข้างนอกที่ดูจะให้โอกาสรัฐบาลมาร์ค เพราะเพิ่งเริ่มเข้ามาทำงาน และการปรามาสจากคนรอบข้าง

ครั้งนั้น “ขุนพลฝั่งธน” ออกมากระชากไส้เรื่องเงินบริจาคพรรคประชาธิปัตย์ 258 ล้านบาท จนทำให้ประชาธิปัตย์ติดบ่วงคดียุบพรรคจนทุกวันนี้

การอภิปรายไม่ไว้วางใจครั้งแรก ร.ต.อ.เฉลิม สามารถลบคำสบประมาทจาก เจ๊หน่อย ที่คอยแอบค่อนแคะว่า ร.ต.อ.เฉลิม จะพาพรรคพัง

นี่ทำให้เครดิตของร.ต.อ.เฉลิม สูงขึ้น และได้รับการยอมรับจากคนในพรรคระดับหนึ่ง

ขณะที่กลุ่มก๊วนต่างๆ ที่ยังทรงอิทธิพลในพรรค โดยเฉพาะคนในบ้านเลขที่ 111 ในปีก “เจ๊หน่อย” ที่หวาดระแวงว่าในอนาคตร.ต.อ.เฉลิม อาจชุบมือเปิบ ค่อยๆ เข้ามายึดอำนาจเงียบในพรรค

ทว่า การที่ทักษิณยังต้องพึ่งบริการจากร.ต.อ.เฉลิม ให้เป็นหัวหอกถล่มบดขยี้ประชาธิปัตย์ เพื่อกดดันให้เกิดการยุบสภายังมีความจำเป็นอยู่ จึงทำให้ร.ต.อ.เฉลิม ที่มามือเปล่า ไม่มีสส.กลุ่มมาร่วมด้วย มีอำนาจต่อรองอย่างมากกับทักษิณ

อย่าลืมว่า ร.ต.อ.เฉลิม มีอำนาจต่อรองจากจุดแข็งกับบทบาทนักบู๊ คอยรุกฆ่าประชาธิปัตย์ และนักปราศรัยที่สามารถเรียกมวลชนในการหาเสียงได้มาก

จากนั้นไม่ว่าร.ต.อ.เฉลิม จะไปพูดหรือหาเสียงกับรากหญ้าเวทีไหน ก็พูดได้อย่างเต็มปากเต็มคำว่า พร้อมเป็นนายกรัฐมนตรีหลังเลือกตั้งครั้งหน้า โดยขอเป็นแค่ 6 เดือน และจะผลักดันให้ออกกฎหมายอภัยโทษทักษิณในคดีที่ตัดสินไปแล้ว ส่วนคดีที่ยังไม่ตัดสินให้ออกกฎหมายนิรโทษกรรม

ทั้งหมดเพื่อพาทักษิณกลับบ้าน

หากขาดเฉลิม เป้าหมายของทักษิณก็อาจไม่ถึงฝัน..

ล่าสุด วานนี้ ร.ต.อ.เฉลิมก็ยังมุ่งมั่นเป็น “นายกฯ นอมินีรุ่น 3” ถัดจากสมัคร สุนทรเวช และสมชาย วงศ์สวัสดิ์ เช่นเดิม

จากวันนั้นถึงวันนี้ ร.ต.อ.เฉลิมค่อยๆ สยายปีก ในพรรค เริ่มมีกลุ่มก๊วนทางธรรมชาติ ทั้งสส.ภาคกลาง สส.อีสาน สส.เหนือนับสิบ ที่เห็นว่าเขาช่วยเรียกคะแนนเสียงได้

ปฏิบัติการเตะตัดขาร.ต.อ.เฉลิม จึงระเบิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดย “ปม” ที่ทำให้ “สิงห์เหลิม” โกรธมากที่สุดก็คือ การจัดโผว่าที่ผู้สมัครสส. กทม. ของพรรค ที่ “เจ๊หน่อย” ได้มีการจัดวางไว้ก่อนล่วงหน้าแล้ว โดยปฏิเสธที่จะบรรจุ “วัน อยู่บำรุง” บุตรชายคนกลางของร.ต.อ.เฉลิม ไว้ในโผว่าที่ผู้สมัครสส.พรรคเพื่อไทย เขต “ภาษีเจริญ บางแค หนองแขม” ซึ่งเป็นถิ่นของสิงห์เหลิม

ดังนั้น อำนาจต่อรองของร.ต.อ.เฉลิม ในช่วงก่อนกรำศึกซักฟอกจึงสูงยิ่ง แม้แต่ทักษิณก็ยังต้องลุ้นไม้เด็ดของร.ต.อ.เฉลิม ที่จะนำมาน็อกพรรคประชาธิปัตย์ ไม่ต่างจากคดีเงินบริจาค 258 ล้านบาท

นาทีนี้จึงไม่แปลกที่ร.ต.อ.เฉลิม ออกมาโจมตี “สุดารัตน์” อย่างไม่เกรงหน้าอินทร์หน้าพรหม เพราะรู้ว่าเวลานี้ยังไงทักษิณก็ต้องเลือกเขา

จังหวะนี้ร.ต.อ.เฉลิม จึงหักดิบเจ๊หน่อยด้วยการเสนอแบ่งการดูแลกทม.ออกเป็น 3 โซน คือ โซนเหนือ โซนใต้ และโซนฝั่งธน เป้าหมายคือ โซนฝั่งธนที่เฉลิมขอมีอำนาจคัดเลือกผู้สมัครสส.กทม.ในโควตาจำนวน 12 ที่นั่ง ให้พรรคพิจารณา

เฉือนอำนาจต่อรองในกทม.ของสุดารัตน์ จากเดิมที่ฝังรากดูแลกทม. เพียงผู้เดียว

ที่สำคัญ วันนี้หญิงหน่อยวางตัวผู้สมัครสส.กทม. เกือบครบ 36 คนแล้ว โดยที่ร.ต.อ.เฉลิม แม้จะเป็นถึงประธานสส.ในพรรค แต่ก็ไม่มีสิทธิ ในการพิจารณา

เกมนี้จึงวัดใจทักษิณว่าจะเลือกใครระหว่าง ร.ต.อ.เฉลิม กับ หญิงหน่อย เมื่อคนหนึ่งยื่นคำขาดขอแบ่งพื้นที่กทม.มาดูแลเอง ซึ่งนายใหญ่จะต้องตัดสินใจ

เงื่อนปมครั้งนี้จึงเป็นเหมือน ระเบิดเวลา ที่ “นายใหญ่” จะต้องเป็นผู้ปลดชนวน

ข่าวล่าสุด

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ