posttoday
ฟ้าหญิงฯเสด็จเยี่ยมใต้

ฟ้าหญิงฯเสด็จเยี่ยมใต้

05 เมษายน 2554

ฟ้าหญิงจุฬาภรณเสด็จฯเยี่ยมชาวอ.นบพิตำ ตรัสในหลวง-ราชินีทรงห่วงผู้ประสบภัย ด้านปภ.สรุปภัยพิบัติภาคใต้ประชาชนเดือดร้อนนับล้าน ขณะที่3จังหวัดสถานการณ์เริ่มคลี่คลายแล้ว

ฟ้าหญิงจุฬาภรณเสด็จฯเยี่ยมชาวอ.นบพิตำ ตรัสในหลวง-ราชินีทรงห่วงผู้ประสบภัย ด้านปภ.สรุปภัยพิบัติภาคใต้ประชาชนเดือดร้อนนับล้าน ขณะที่3จังหวัดสถานการณ์เริ่มคลี่คลายแล้ว

เมื่อเวลา 08.54 น. สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี เสด็จฯ เยี่ยมพสกนิกรชาว อ.นบพิตำ ที่เฝ้ารับเสด็จฯ และ มอบถุงยังชีพพระราชทาน จำนวน 500 ชุด และ มอบของเด็กเล่นให้กับลูกหลานของผู้ประสบภัย และ ตรัสถามความเป็นอยู่ และ ทุกข์สุขของราษฎรที่มาเฝ้ารับเสด็จฯ และเยี่ยมอาการเจ็บป่วยของผู้ป่วยจำนวนหนึ่ง ที่มาเฝ้ารับเสด็จฯ ด้วย

จากนั้น สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณฯ ทรงตรัสกับประชาชนที่มาเฝ้ารับเสด็จฯ ว่า พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ทรงห่วงใยพสกนิกร ชาวนครศรีธรรมราช และ ชาวภาคใต้ ซึ่งเมื่อปี 2531 เกิดอุทกภัยครั้งใหญ่ที่ ต.กะทูน อ.พิปูน จ.นครศรีธรรมราช ข้าพเจ้าเคยเสด็จฯ มาเยี่ยมประชาชนชาวนครศรีธรรมราช เมื่อครั้งนั้น ด้วยความห่วงใย และทำให้มีความผูกพันกับชาวนครศรีธรรมราช มาตลอด และเมื่อเกิดอุทกภัยใหญ่กับชาว อ.นบพิตำ ที่ประสบอุทกภัยในครั้งนี้ ทำให้มีความเป็นห่วง วันนี้ทั้งสองพระองค์ จึงทรงรับสั่งให้ข้าพเจ้า มาดูแลพสกนิกร ชาว อ.นบพิตำ ด้วยความห่วงใย และรับสั่งให้ดูแลทุกข์สุขของราษฎรที่เดือดร้อนในครั้งนี้อย่างเต็มที่ และ วันนี้ ข้าพเจ้าได้นำแพทย์ พอ.สว. มาดูแลตรวจรักษาราษฎรที่เจ็บป่วยด้วย

ฟ้าหญิงฯเสด็จเยี่ยมใต้

 

ฟ้าหญิงฯเสด็จเยี่ยมใต้

 

ฟ้าหญิงฯเสด็จเยี่ยมใต้

 

ฟ้าหญิงฯเสด็จเยี่ยมใต้

ด้าน ศูนย์ปฏิบัติการรองรับเหตุฉุกเฉิน กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย(ศปฉ.ปภ.) กระทรวงมหาดไทย สรุปสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่ภาคใต้อย่างเป็นทางการ ล่าสุดถึงเวลา 07.00 น.วันนี้ มียอดผู้เสียชีวิต 47 ราย ประกอบด้วย นครศรีธรรมราช 20 ราย, สุราษฎร์ธานี 10 ราย, พัทลุง 2 ราย, กระบี่ 10 ราย, ชุมพร 2 ราย, ตรัง 2 ราย และพังงา 1 ราย

สำหรับพื้นที่ประสบภัยครอบคลุม พื้นที่ประสบภัย 10 จังหวัด ประกอบด้วย นครศรีธรรมราช, พัทลุง, สุราษฎร์ธานี, ตรัง, ชุมพร, สงขลา, กระบี่, พังงา, สตูล และนราธิวาส รวม 100 อำเภอ 650 ตำบล 5,318 หมู่บ้าน ราษฎรได้รับความเดือดร้อน 601,085 ครัวเรือน
2,009,134 คน

โดยจังหวัดที่สถานการณ์คลี่คลาย และอยู่ระหว่างการฟื้นฟูรวม 3 จังหวัด ได้แก่ จังหวัดพังงา, นราธิวาส และสตูล ส่วน จ.ชุมพร สถานการณ์คลี่คลายอยู่ระหว่างฟื้นฟู ยกเว้น อ.หลังสวน

ผลกระทบด้านทรัพย์สิน/สิ่งสาธารณประโยชน์ (เบื้องต้น) บ้านเรือนเสียหายทั้งหลัง 34 หลัง เสียหายบางส่วน 2,721 หลัง สิ่งสาธารณประโยชน์เสียหายเบื้องต้น ได้แก่ ถนน 3,789 สาย, ท่อระบายน้ำ 368 แห่ง, ฝาย 68 แห่ง, สะพาน/คอสะพาน 307 แห่ง, วัด/โรงเรียน 358 แห่ง และสถานที่ราชการ 89 แห่ง

ผลกระทบด้านการเกษตร (ข้อมูลกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ณ วันที่ 31 มี.ค.54) แบ่งเป็น 1.ด้านพืช เกษตรกรเดือดร้อน 176,518 ราย พื้นที่การเกษตรประสบภัย 1,049,634 ไร่ สำหรับยางพารา ประมาณการพื้นที่คาดว่าจะเสียหายจากดินโคลนถล่มไม่เกิน 50,000 ไร่ เนื่องจากสถานการณ์อุทกภัยครั้งนี้ คาดว่าจะไม่อยู่ยาวนานจึงไม่ทำให้ต้นยางพาราที่มีอายุมากเสียหาย

ด้านปศุสัตว์ เกษตรกรเดือดร้อน 89,217 ราย สัตว์ที่ได้รับผลกระทบ 4,360,518 ตัว 3.ด้านประมง เกษตรกรได้รับความเดือดร้อน 22,909 ราย พื้นที่เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำประสบภัย 36,265 บ่อ คิดเป็นพื้นที่ 58,168 ไร่ และ 7,421 กระชัง คิดเป็นพื้นที่ 107,842 ตารางเมตร เรือประมงประสบภัย 62 ลำ

ด้านการคมนาคม ทางหลวงแผ่นดินมีน้ำท่วม 35 สายทาง จำนวนรวม 40 แห่ง ผ่านไม่ได้ 30 แห่ง สนามบินยังปิดให้บริการ 1 แห่ง คือสนามบินนครศรีธรรมราช

ส่วนรถไฟสายใต้ให้บริการได้ถึงสถานีรถไฟไชยา จำนวน 2 ขบวน(ขบวนที่ 39, 43) และรถไฟสายนครศรีฯ-สุไหงโกลก เปิดให้บริการได้ ขณะที่บริษัทขนส่ง(บขส.) ให้บริการเป็นปกติ เว้นแต่จังหวัดที่สถานีขนส่งถูกน้ำท่วม จะจัดจุดรับ-ส่ง ณ ที่ที่เหมาะสม ส่วนเรือเฟอร์รี่ จ.สุราษฎร์ธานี และเรือเร็วลมพญา ชุมพร-เกาะเต่า สามารถเปิดให้บริการได้ตามปกติแล้ว 

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท