
นายกฯชวนอินเดียลงทุนไทยเพิ่ม
นายกรัฐมนตรีนำคณะเดินทางเยือนอินเดีย พร้อมเชิญชวนนักธุรกิจแดนโรตีมาลงทุนในไทย ยาหอมรัฐจะอำนวยความสะดวกในด้านต่างๆที่ไม่เกี่ยวกับภาษีพร้อมลดขั้นตอนเพิ่มความรวดเร็ว
นายกรัฐมนตรีนำคณะเดินทางเยือนอินเดีย พร้อมเชิญชวนนักธุรกิจแดนโรตีมาลงทุนในไทย ยาหอมรัฐจะอำนวยความสะดวกในด้านต่างๆที่ไม่เกี่ยวกับภาษีพร้อมลดขั้นตอนเพิ่มความรวดเร็ว
เมื่อวันที่ 5 เม.ย. นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี และคณะได้เดินถึงท่าอากาศยานกองทัพอากาศปาลาม กรุงนิวเดลี เวลา 00.30 น. ตามเวลาท้องถิ่น ซึ่งช้ากว่าประเทศไทยประมาณ 90 นาที จากนั้นได้เดินทางเข้าที่พักที่โรงแรมทัชมาฮาล
นายอภิสิทธิ์ได้เริ่มภารกิจในเวลา 07.30 น. ด้วยการร่วมประชุมระหว่างรับประทานอาหารเช้ากับนักธุรกิจชั้นนำของอินเดีย โดยนายกฯได้เชิญชวนนักธุรกิจอินเดียให้เข้ามาลงทุนในประเทศไทย และให้ความมั่นใจว่ารัฐบาลพร้อมเข้าไปสนับสนุนเรื่องการอำนวยความสะดวกต่างๆ ที่ไม่เกี่ยวข้องกับภาษี และการลดขั้นตอนต่างๆ เพื่อเอื้อประโยชน์ให้กับนักลงทุนมากขึ้น ซึ่งได้รับความสนใจจากนักธุรกิจรายใหญ่จำนวนมาก
ขณะที่นายเกียรติ สิทธีอมร ประธานผู้แทนการค้าไทย ซึ่งเป็น 1 ในคณะของนายกรัฐมนตรี ครั้งนี้ ให้สัมภาษณ์ว่า อินเดียเป็นประเทศขนาดใหญ่ มีจำนวนประชากรมาก การที่ไทยทำเขตการค้าเสรี (เอฟทีเอ) กับอินเดีย ส่งผลให้การค้า และการส่งออกของไทยกับอินเดีย มียอดสูงขึ้น และได้ตั้งเป้าปีหน้าว่า จะเพิ่มยอดการค้าให้ได้ 10,000 ดอลลาร์สหรัฐ และจะเพิ่มยอดนักท่องเที่ยวอินเดียให้เดินทางมาไทยมากขึ้น
“นอกจากนี้ ไทยยังสนใจเรื่องการเข้าไปลงทุนในอินเดีย โดยเฉพาะการก่อสร้าง ที่ไทยมีความเชี่ยวชาญ ส่วนอินเดียกำลังพัฒนาประเทศ ต้องมีการก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐาน อาคาร และหมู่บ้าน รวมถึงระบบขนส่ง ซึ่งรัฐบาลอินเดียได้จัดงบในส่วนนี้ไว้สูงถึง 500,000-1,000,000 ดอลลาร์สหรัฐ จึงเป็นช่องทางที่จะเปิดโอกาสให้นักธุรกิจไทยได้เข้ามาลงทุนมากขึ้น” นายเกียรติ กล่าว
จากนั้นเวลา 09.00 น. นายกรัฐมนตรีและคณะ เดินทางไปที่ราษฎร์ปติภาวัน ซึ่งทางการอินเดียจัดพิธีต้อนรับอย่างเป็นทางการ โดยนายมานโมฮัน ซิงห์ นายกรัฐมนตรีสาธารณรัฐอินเดีย ให้การต้อนรับอย่างเป็นทางการ และนำนายกรัฐมนตรีของไทยตรวจแถวทหารกองเกียรติยศ
นายกรัฐมนตรี ได้ให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนอินเดียว่า ประเทศอินเดียเป็นประเทศที่มีศักยภาพในหลายด้าน การเดินทางมาครั้งนี้เพื่อย้ำความสัมพันธ์ และความร่วมมือที่มีต่อกันมานาน โดยจะมีการต่อยอดและส่งเสริมความร่วมระหว่างกันให้มากขึ้น
ต่อมาเวลา 09.30 น. นายกรัฐมนตรีและคณะ วางพวงมาลา ณ ราชฆาฏอนุสรณ์สถานมหาตมะ คานธี (จุดที่ใช้เป็นสถานที่เผาศพมหาตมะ คานธี) ก่อนกลับโรงแรมที่พัก เพื่อเปิดโอกาสให้นายเอส เอ็ม กฤษณะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศอินเดีย เข้าเยี่ยมคารวะ
จากนั้นเวลา 12.00 น. นายกรัฐมนตรีและคณะ เข้าเยี่ยมคารวะ และหารือข้อราชการกับนางประติภา ปาทิล ประธานาธิบดีสาธารณรัฐอินเดีย และเวลา 12.45 น. ร่วมหารือระหว่างงานเลี้ยงอาหารกลางวัน ณ โรงแรมที่พัก กับตัวแทนสมาพันธ์สภาหอการค้าและอุตสาหกรรมอินเดีย และสมาพันธ์อุตสาหกรรมอินเดีย
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ช่วงบ่าย นายกรัฐมนตรีให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนของอินเดียถึงการเดินทางมาเยือนอย่างเป็น ทางการ จากนั้น เวลา 16.15 น. นายกรัฐมนตรีและคณะ เข้าเยี่ยมคารวะนายโมฮัมมัด ฮามิด อันซารี รองประธานาธิบดีสาธารณรัฐอินเดีย ที่ทำเนียบรองประธานาธิบดี ต่อด้วยการเดินทางไปที่ทำเนียบประธานพรรคร่วมรัฐบาล เพื่อเข้าเยี่ยมคารวะนางโซเนีย คานธี ประธานพรรคร่วมรัฐบาล ก่อนเดินทางกลับโรงแรมที่พัก
จากนั้น ช่วงเย็นนายกรัฐมนตรีและคณะเดินทางไปยังเรือนรับรองของรัฐบาลอินเดีย เพื่อหารือทวิภาคีแบบเต็มคณะ กับนายมานโมฮัน ซิงห์ นายกรัฐมนตรีสาธารณรัฐอินเดีย และร่วมงานเลี้ยงรับประทานอาหารค่ำ ซึ่งนายกรัฐมนตรีอินเดียเป็นเจ้าภาพงานเลี้ยงรับรอง และจะออกเดินทางกลับประเทศไทย เวลา 22.00 น. มาถึงท่าอากาศยานทหาร กองบิน 6 เวลา 03.00 น. ของวันที่ 6 เม.ย.







