
ระหว่างบรรทัดเลือด หนังสือ"อย่าให้ใครเผาอีก"
"บางเรื่อง ผมไม่ได้เปิดเผยในที่ประชุมสภาฯเพราะเห็นว่าไม่บังควร แต่ผมอ่านรายงานทุกวัน ทราบว่า เวลา พ.ต.ท.ทักษิณ วีดีโอลิงก์ไปยังแดงยูเอสเอแล้วพูดจาไม่บังควรอย่างไรบ้าง ผมเรียนว่า ถ้าคนไทยได้ยิน ไม่ได้กลับบ้านหรอกครับ"
"บางเรื่อง ผมไม่ได้เปิดเผยในที่ประชุมสภาฯเพราะเห็นว่าไม่บังควร แต่ผมอ่านรายงานทุกวัน ทราบว่า เวลา พ.ต.ท.ทักษิณ วีดีโอลิงก์ไปยังแดงยูเอสเอแล้วพูดจาไม่บังควรอย่างไรบ้าง ผมเรียนว่า ถ้าคนไทยได้ยิน ไม่ได้กลับบ้านหรอกครับ"
โดย....ธรรมสถิตย์ ผลแก้ว
เมื่อวันที่ 4 เม.ย. นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคงได้มอบหมายให้เจ้าหน้าที่นำหนังสือฉบับพิเศษ ชื่อว่า "ประเทศไทยของเรา อย่าให้ใครเผาอีก" โดยเรียบเรียงจากปากคำ ของนายสุเทพ และจัดพิมพ์โดยสำนักพิมพ์ขอคิดด้วยคน ซึ่งเป็นการจัดพิมพ์ครั้งที่สอง มาแจกจ่ายสื่อมวลชนทำเนียบรัฐบาล
หนังสือเล่มดังกล่าวเป็นลักษณะพ็อคเก็ตบุ๊ค กระชับมือ โดยหน้าปกมีภาพอาคาร ตึกสูงในกทม.มหานครถูกเผาในช่วงเหตุการณ์กระชับพื้นที่กลุ่มผู้ชุมนุมเสื้อแดงในช่วงเดือนพฤษภาคม 2553 พร้อมกับมีภาพนายสุเทพ สวมสูท ชี้นิ้วให้ดูภาพเหตุการณ์ดังกล่าว
ภายในเล่ม มีจำนวน 111 หน้า เริ่มจาก บทนำ หัวข้อ อย่ายอมให้ใคร เผาประเทศไทยอีก เขียนโดยนายสุเทพ ส่วนเนื้อหาแบ่งเป็นหลายตอน
ตอนแรก "ประเทศไทยของเรา อย่าให้ใครเผาอีก" แบ่งเป็น 1.กรรมเป็นเครื่องชี้เจตนา 2.ใส่ร้ายเจ้าหน้าที่ทำไม 3.ใครต้องการให้มีคนตาย 4.จุดเริ่มต้นของการป่วนประเทศ
ตอนที่สอง ชื่อเรื่อง ปี 2552 ก้าวข้ามสงครามกลางเมือง ตอนที่สาม เรื่อง ปี 2553 เผาประเทศเพื่อใคร แยกย่อยเป็น 1. ปฏิบัติการต่อเนื่องในปี 2553 2. ยึดราชดำเนิน 3. บุกค่ายทหาร 4. เทเลือด สุมไฟความรุนแรง 5. ยึดราชประสงค์ 6. ข่มขู่กดดัน กกต. 7. บุกรุกสภาผู้แทนราษฎร 8. ยึดไทยคม
ตอนที่สี่ ความจริง 10 เมษายน กองกำลังชุดดำฆ่าทหาร ฆ่าประชาชน แบ่งเป็น 1. ความจริง 10 เมษายน 2. ขอคืนพื้นที่ 3. ฆ่าทหาร ฆ่าประชาชน 4. กองกำลังงชุดดำ ตั้งใจมาฆ่า 5. กองกำลังติดอาวุธชุดดำ 6. ใช้ประชาชนเป็นโล่ 7. ปฏิบัติการรุนแรงคู่ขนาน 8. รัฐบาลเปิดช่องทางเจรจา 9. แกนนำก่อการร้าย
ตอนที่ห้า ใครเผาประเทศไทย แยกเป็น 1. ใครเผาเซ็นทรัลเวิลด์ 2. นาทีกู้สถานการณ์เซ็นทรัลเวิลดิ์ 3. พรรคพวกเผาไทย 4. เตรียมการ ปลุกปั่น สั่งเผา 5. ปิดล้อม 6. กระชับพื้นที่ 7. จับโกหกฝ่ายค้านกลางสภา 8. ใครฆ่าเสธ.แดง 9. 6 ศพ ที่วัดปทุม 10 . เรื่องที่ไม่ได้เปิดเผยในสภา 11. ความจริงเป็นสิ่งไม่ตาย
ตอนที่หก หัวข้อ ปรเทศไทยของเรา อย่าให้ใครเผาอีก แบ่งเป็น 1. แผนก่อการร้ายประเทศไทย 2. ฝันร้ายของคนไทยทั้งประเทศ 3. เครือข่ายก่อการร้าย 4. เลิกทำร้ายประเทศไทย
สำหรับบทนำของนายสุเทพ ระบุว่า ทุกท่านกับผมและคนทั้งโลก ก็ได้เห็นชัดเจนกับตาตัวเองว่า กลุ่มคนกลุ่มไหนที่สร้ร้างความเสียหายให้กับประเทศไทยของเรา ทั้งก่อการชุมนุมยืดเยื้อ สร้างความเสียหายให้กับพื้นที่เศรษฐกิจสำคัญ บุกเข้าไปก่อกวนความเจ็บป่วยของคนไข้ในโรงพยาบาล และวางแผนเผาสถานที่สำคัญทั้งในกรุงเทพฯและต่างจังหวัด เป็นความคิดจะสร้างความวุ่นวาย เพียงเพื่อต้องการชิงอำนาจทางการเมือง และหาทางทำให้นักโทษหนีคดีไม่ต้องรับโทษ เมื่อทำแล้วก็มาโยนความผิดให้กับกองทัพและรัฐบาล โดยการบิดเบือนความจริงอย่างไม่ละอายใจ
“ผมทราบดีว่าพี่น้องชาวไทยของเราเป็นคนรักสงบ ไม่อยากจะทะเลาะวิวาทกับใคร แต่ถ้าเรายอมอยู่เรื่อยไป พวกเขาจะกลับมาข่มเหงน้ำใจพวกเราไม่สิ้นสุด พี่น้องครับ อย่ายอมให้ใครมาทำร้ายจิตใจของเราอีก มาร่วมกันก้าวข้ามวิกฤติการเมิองเพื่อเดินหน้าประเทศไทยไปสู่อนาคตที่ดีกว่าด้วยความเชื่อมั่นและศรัทธาในคนไทย” สุเทพเทือก สุบรรณ
สำหรับเนื้อหาภายในเล่ม มีหลายห้วงตอนที่น่าสนใจอย่างยิ่ง เช่น ได้เขียนถึงคนกล่าวหารัฐบาลเป็นผู้กระทำ ว่า คนเป็นรัฐบาลมีแต่จะดูแลให้บ้านเมืองมีความสงบเรียบร้อย แต่ไอ้พวกคิดกบฎสิครับ ถึงจะทำให้เบ้านเมืองมันวุ่นวาย เรื่องพวกนี้ หากเราตั้งสติให้ดี คิดไตร่ตรองประกอบหลักฐานข้อเท็จจริง จะรู้เท่าทันว่า พวกผู้ร้ายที่พยายามจะบิดเบือนข้อเท็จจริง ไม่ว่าจะเอาไปพูดในสภา หรือพูดข้างเดียวในสื่อของเขา เขาพูดนิดๆหน่อยๆ แล้วก็ใส่สีตีไข่ ไม่เอาความจริงทั้งหมดมาพูด
นายสุเทพ ระบุว่า ถึงเหตุการณ์เผาเมืองว่า "คนเผาบางคน ก็ชัดเจนว่าเป็นคนเดียวกันกับที่เป็นการ์ดนักรบโรนิน แต่งกายใช้ผ้าพันคอสีดำสลับกับสีแดง สวมสายข้อมือเป็นสัญลักษณ์ธงชาติไทย"
"ผมยืนยันว่า มีกลุ่มคนได้วางแผน แบ่งหน้าที่กันทำอย่างชัดเจน เพื่อที่จะสร้างสถานการณ์รุนแรงให้เกิดขึ้นในประเทศนี้ โดยหวังให้มีคนเจ็บ หวังให้มีคนตาย หวังให้มีจลาจล หวังจตะให้มีคนมายุติเหตุการณ์แล้วจะได้เจรจาทางการเมืองเพื่อผลประโยชน์ของผู้สั่งการ"
กล่าวในตอน "ปฏิบัติการต่อเนื่อง ในปี 2553" ว่า การอาละวาดใหม่ในปี 2553 คราวนี้เอาผู้ก่อการร้ายมาด้วย เอาคนเสื้อดำ เอาอาวุธสงคราม เอา อาร์พีจี เอา เอ็มเจ็ดสิบเก้า มาด้วย รัฐบาลไม่เคยประณามพี่น้องประชาชนผู้ชุมนุมทั่วไปว่าเป็นผู้ก่อการร้ายเลย (คงมีแต่พวกแกนนำที่พยายามนำไปบิดเบือนเพื่อหวังจะให้ประชาชนทั่วไปมาเป็นโล่มนุษย์ให้กับตัวเอง)
ในบทที่ 3 หัวข้อ "ฆ่าทหาร ฆ่า ประชาชน" ตอนหนึ่งระบุว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 10 เมษายน เป็นเหตุการณ์เลวร้าย เป็นฝันร้ายที่สุดของพี่น้องประชาชนคนไทยทั้งประเทศ ไม่ใช่เหตุการณ์ที่คนอารมณ์เสีย เพราะมาดันกันไปกันมาทั้งวัน แล้วเกิดบรรดาลโทสะ ทุบตีกัน หรือทำร้ายกัน แต่เป็นเหตุการณ์ที่มีการวางแผนล่วงหน้าไว้ก่อนร เป็นขั้นเป็นตอน มีความตั้งใจอยู่ก่อนแล้ว ว่าจะให้เกิดการตายกันให้ได้ ต้องให้เกิดการนองเลือดกันให้ได้ ต้องให้เกิดการจลาจลให้ได้ในประเทศไทย ในวันนั้น มีการวางแผนเป็นขั้นเป็นตอนตามลำดับ
นายสุเทพ ระบุว่า เป็นภาพของความกระหยิ่มยิ้มย่องของแกนนำและพวกที่ก่อการได้สำเร็จตามเป้าหมาย แต่ว่าสังเวยชีวิตประชาชนผู้บริสุทธิ์ไป 20 คน นายทหาร 5 นาย
สำหรับบทที่ 7 "จับโกหกฝ่ายค้านกลางสภา" ระบุว่า ส.ส.พรรคเพื่อไทยหลายคนโกหกกลางสภา ซ้ำแล้วซ้ำเล่า ซึ่งความจริงที่สรุปได้ชัดเจนคือ ประการที่หนึ่ง ทหารไม่ได้เป็นคนเผาเซ็นทรัลเวิลดิ์ พนักงานของเซ็นทรัลฯ มากกว่า 400 คน (ที่เจ้าหน้าที่เข้าไปช่วย) พร้อมที่จะเป็นพยานให้ ข้อเท็จจริงในเรื่องนี้ ผู้บริหารของเซ็นทรัลเวิลดิ์ ได้พูดจาติดต่อประสานงานกับผมตั้งแต่ในขณะที่ไฟกำลังไหม้อยู่ จนเดี๋ยวนี่ยังเป็นพยานให้ได้
ยิ่งกว่านั้นยังโกหกต่อไปอีกว่า ผู้บริหารเซ็นทรัลฯก็ดี พนักงานเซ็นทรัลฯทุกข์ใจ ช้ำใจ ก็เป็นการพยายามโกหกอีกครั้งหนึ่ง เพราะผมได้พบคนเหล่านี้มาแล้วทั้งนั้น และบันทึกปากคำเอาไว้แล้วทั้งนี้ไม่เป็นไปอย่างที่กล่าวหากันเลยแม้แต่น้อย
หรือการอ้างว่าทหารอยู่บนรางรถไฟฟ้าไปยิงตรงนั้นตรงนี้ โดยอ้างสำนวนของกรมสอบสวนคดีพิเศษ นั้นเป็นการโกหกทั้งสิ้น นำสำนวนมาบิดเบือนโดยอ่านไม่หมด
ส่วนตอนที่ 8 "ใครฆ่าเสธ.แดง" นายสุเทพ ระบุว่า การอภิปรายไม่ไว้วางใจเมื่อปีที่แล้ว (ปลายปี 2553 ) ผมก็สงสัยว่า ทำไมฝ่ายค้านถึงไม่ยกกรณีของเสธ.แดงมาอภิปรายในสภา เพราผมเองก็สงสัยอยู่ว่า พวกเขาเองหรือเปล่าที่บงการฆ่า เสธ.แดง มีคำสัมภาษณ์ของเสธ.แดง ก่อนตายไม่กี่ชั่วโมง( นสพ.โพสต์ทูเดย์) ที่บอกว่า เมื่อเช้าน่ะเกือบยิงกันแล้ว หมายถึงยิงกับใครครับ? ก็ยิงระหว่างพวกแกนนำเสื้อแดงกันเองนั่นแหละ ไม่พอใจกัน แตกกัน มีการแย่งชิงอำนาจกัน เสธ.แดงพูดมาก ทำให้ความลับเผยออกมามาก เสธ.แดงเป็นคนให้สัมภาษณ์เองว่า ในขณะนี้คุณทักษิณสั่งตั้งแกนนำชุดใหม่แล้ว ใครไม่สู้ให้กลับบ้านไป ประเด็นอย่างนี้ ทำให้ผมสงสัย พยายามจะพูดว่า สงสัยผมสั่งฆ่าเสธ.แดง แต่ผมกลับสงสัยว่า พวกเขาทำกันเอง แล้วมาป้ายความผิดให้พวกผมครับ อันนี้น่าสลดใจมาก
อีกเนื้อหาน่าสนใจยิ่ง ในตอนที่ 10 หัวข้อ เรื่องที่ไม่ได้เปิดเผยในสภา นายสุเทพ เขียนว่า "บางเรื่อง ผมไม่ได้เปิดเผยในที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร เพราะเห็นว่า ไม่บังควร แต่ผมได้อ่านรายงานทุกวัน ทราบว่า เวลา พ.ต.ท.ทักษิณ วีดีโอลิงก์ไปยังแดงยูเอสเอ( USA ) หรือแดงประเทศนั้นประเทศนี้ แล้วพูดจาที่ไม่บังควรอย่างไรบ้าง ผมเรียนว่า ถ้าคนไทยได้ยิน ไม่ได้กลับบ้านหรอกครับ"
เหล่านี้ เป็นเนื้อหาสาระบางห้วงบางตอน ซึ่งยังมีอีกหลายบรรทัดที่บอกเล่าความเป็นไปของเหตุการณ์ที่ต้องบันทึกไว้ในประวัติศาสตร์การเมืองไทย ให้ประชาชนทุกคนได้พิจารณา ทบทวนว่า เหตุการณ์เลวร้ายแบบนี้จะไม่เกิดขึ้นอีกบนแผ่นดินไทย
*** สำหรับหนังสือเล่มดังกล่าว นายสุเทพ จะไปเปิดตัวที่พรรคประชาธิปัตย์ในวันที่ 6 เม.ย.จำนวน 2,000 เล่ม เนื่องในโอกาสวันเกิดพรรค โดยจำหน่ายในราคาเล่มละ 80 บาท เพื่อนำรายได้ช่วยพี่น้องประสบอุทกภัยภาคใต้ รวมทั้งมีจำหน่ายในงานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติ ที่ศูนย์ประชุมแห่งชาติ สิริกิตติ์***
********************
ชำแหละ"เครือข่ายก่อการร้าย"
ในตอนที่ 3 บทท้ายสุดของหนังสือ “ประเทศไทยของเรา อย่าให้ใครเผาอีก” เป็นตอนที่ สุเทพ เทือกสุบรรณ ให้ชื่อบทว่า “เครือข่ายก่อการร้าย” ทางโพสต์ทูเดย์ จึงได้คัดลอกบางช่วงบางตอนมาเพื่อให้ผู้อ่านได้พิจารณาดังนี้
“เหตุการณ์ร้ายแรงทั้งหมดทั้งหลายที่เกิดขึ้นมา เพราะคนๆเดียว พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ถูกตัดสินจำคุก ถูกยึดทรัพย์ เป็นสาเหตุที่มาของเรื่องราวทั้งหลาย และเป็นเหตุของกระบวนการทั้งหมด คนเหล่านี้ได้พยายามที่จะเคลื่อนไหว โดยอ้างรัฐธรรมนูญเรื่องการชุมนุมโดยสงบและสันติ แล้วกระทำเหตุรุนแรงคู่ขนานกับการชุมนุมอย่างที่ได้เล่าไปแล้ว ไม่ว่าเหตุการณ์วันที่ 7 เม.ย. 9เม.ย. 10 เม.ย. 29 เม.ย.2553 หรือแม้กระทั่งในช่วง 13-19 พ.ค. และเหตุการณ์ในวันที่ 19 พ.ค. รัฐบาลได้แก้ไขปัญหาทั้งหลายทั้งปวงด้วยความอดทน และใช้กฏหมายเป็นเครื่องมือ
ศาลแพ่งได้มีคำสั่งว่าการกระทำของผู้ร่วมชุมนุมที่เป็นการปิดกั้นกีดขวางการใช้เส้นทางคมนาคม และการใช้ยานพาหนะของประชาชนทั่วไป เป็นการสร้างความเดือดร้อนแก่ประชาชน กระทบต่อความมั่นคงภายในราชอาณาจักร เป็นการใช้สิทธิเสรีภาพในการชุมนุม เกินกว่าขอบเขตของรัฐธรรมนูญ เป็นการกระทำที่ไม่ชอบด้วยกฏหมาย รัฐบาลก็ได้ใช้อำนาจตามกฏหมาย คือ ตามพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. 2548 ออกประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรงในกรุงเทพฯ และปริมณฑลและจังหวัดใกล้เคียง แล้วก็แต่งตั้งเจ้าหน้าที่ไปปฏิบัติงานดำเนินการตามหลักสากลทุกประการ ตามที่นำเสนอมาทั้งหมด
ผมอยากฝากไปถึงนายใหญ่ของคนพวกนี้ว่า ถ้ารักบ้านรักเมืองรักประเทศชาติรักประชาชน วันนี้ไม่สายที่จะมาร่วมมือกัน รัฐบาลเปิดโอกาสให้แล้ว ท่านนายกฯประกาศวันเวลาแน่ชัดแล้วว่าจะมีการยุบสภาเลือกตั้งใหม่ เริ่มต้นกันใหม่ มาสิครับ มาต่อสู้กันตามแนวทางประชาธิปไตย เดินในแนวทางประชาธิปไตยให้ถูกต้อง พวกท่านเป็นพรรคการเมือง ผมเป็นพรรคการเมือง ไปหาเสียงแข่งขันกันมีนโยบาย มีแนวทางอย่างไรก็ก็ไปเสนอกับประชาชน พี่น้องประชาชนตัดสินใจเลือกใครเข้ามา ก็เข้ามาดูแล มีอำนาจบริหารราชการบ้านเมือง
แต่ท่านต้องต่อสู้ตามแนวทางที่สุจริต สะอาด ประชาธิปไตย เหมือนที่อารายะประเทศเขาทำกัน ถ้าพี่น้องประชาชนชอบท่าน ศรัธทาท่าน เลือกท่านเข้ามาเกินครึ่งในสภานี้ ท่านก็ตั้งรัฐบาล ท่านก็มีเสียงข้างมาก ท่านจะออกกฏหมายใหม่นิรโทษกรรมให้พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ทั้งหมดก็ได้ หากไม่ผิดรัฐธรรมนูญ ไม่ผิดกฏหมาย พวกผมก็นั่งดูตาปริบๆ
คุณจตุพรลองโทรศัพท์ไปปรึกษานาย มาต่อสู้กันตามวิถีประชาธิปไตยทีขาวสะอาด ถ้าอยากให้คนเห็นใจก็กลับมาติดคุกดูสักพัก แล้วก็ไปโฆษณาประชาสัมพันธ์เลยว่าถ้าอยากจะเอาออกจากคุก ก็เลือกให้เต็มสภา บางทีคนเขาอาจจะเลือก อย่างนี้ดีกว่าที่จัมาก่อการร้าย สร้างความวุ่นวาย ผลาญชีวิตผู้บริสุทธิ์ ผลาญชีวิตเข้าหน้าที่ ไม่ใช่ว่ามาเล่นนอกกติกา เอาเปรียบกันอย่างนี้ เล่นทั้งมีพรรคการเมือง เล่นทั้งไปสร้างมวลชน ปลุกระดมเอาไว้ เล่นทั้งมีกองกำลังติดอาวุธ อย่างนี้ มันไม่ใช่วิธีการต่อสู้ตามระบอบประชาธิปไตย แต่ที่ทำกันมา ทำให้ผมคิดถึงสมัยที่ผมยังเป็ฯกำนัน อยู่ที่สุราษฎร์ ผมเห็นพฤติกรรมอย่างนี้ พรรคคอมมิวนิสต์เขาทำ
สมัยก่อน พรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทยเขาทำอย่างนี้ เขายกทฤษฎีคอมมิวนิสต์มา เอาปรัชญาวัตถุนิยม บอกว่าสังคมมีชนชั้น ไม่เป็นธรรม กรรมกร ชาวนา ถูกกดขี่ แล้วก็นำมาใช้ บอกว่าประเทศไทยมีศักดินา มีกฎุมพี กดขี่ขูดรีดเอาเปรียบชาวนาผู้ใช้แรงงาน อันนี้คอมมิวนิสต์ วันนี้เครือข่ายทักษิณ ทำเหมือนกัน แต่สร้างวาทกรรมใหม่ คือ อำมาตและไพร่ เปลี่ยนนิดหน่อย จากศักดินากับกรรมกรชาวนา เป็นอำมาตย์กับไพร่ แบ่งคนในประเทศออกเป็น 2 กลุ่ม 2 พวก โจมตีสถาบันองคมนตรี โจมตีอำมาตย์ว่าเป็นคนคุมอำนาจ ชี้นำว่าประชาชนทั่วไปเป็นไพร่ที่จมอยู่ ไม่ได้รับการศึกษาเพราะถูกกดขี่ ไม่ได้รับความเป็นธรรมนี่คือสิ่งที่กลังไปปลุกระดมกัยอยู่ในหมู่บ้าน ในตำบล ในขณะนี้
สมัยก่อนนั้น มีการชูธงแดงอย่างนี้ กำหนดทฤษฎีการต่อสู้ว่าต้องปฏิวัติประชาธิปไตย พรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทยก็เสนอแนวทางปฏิวัติประชาธิปไตย ปลุกระดมคนทุกชนชั้น รวมกันโค่นล้มศักดินา เปลี่ยนสังคมเป็นระบบสังคมนิยม สร้างแนวร่วมคนทุกชั้น สมัยนี้ ขบวนการพสกนี้ก็ทำเหมือนกัน เสนอแนวทางปฏิวัติประชาธิปไตย โฆษณากัยทุกวันบนเวที
ลองเปรียบเทียบยุทธวิธีของคอมมิวนิสต์ในสมัยก่อน คือ การที่ให้พรรคเป็นแกนนำช่วงชิงอำนาจรัฐ จัดตั้งมวลชนเป็นเครือข่าย สร้างแนวร่วมมีกองกำลังติดอาวุธ ใช้สื่อทุกรูปแบบ สร้างแนวร่วมต่างประเทศ ใช้การสนับสนุนทางการเงินให้กับผู้ปฏิบัติงาน พรรคคอมมิวนิสแห่งประเทศไทยเป็นแกนนำจัดตั้งเครือข่ายบนชนวนชนลับๆ สร้างโรงเรียนการเมือง สร้างแนวร่วม สร้างกองกำลังติดอาวุธ ใช้สถานีวิทยุกระจายเสียง เรียกว่าสถานีวิทยุปักกิ่งเป็นเครื่องมือ มีแนวร่วมเป็นคอมมิวนิสต์สากล แต่ว่ามีเงินน้อย เครือข่ายทักษิณในวันนี้ ทำคล้ายกันเลย เหมือนลอกแบบมา
คอมมิวนิสต์ใช้พรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทยเป็นแกนนำ เครือข่ายทักษิณใช้พรรคเพื่อไทยเป็นแกนนำ ตั้งมวลชนเสื้อแดง และเปิดเผยไม่อยู่ใต้ดิน เพราะวันนี้ไม่มีกฏหมายคอมมิวนิสต์มาควบคุม ปลุกระดมกันเต็มที่ เคลื่อนไหวอย่างเปิดเผย สร้างโรงเรียนการเมือง สร้างแนวร่วม สร้างกองกำลังติดอาวุธ ใช้สิ่งพิมพ์ วิทยุ โทรทัศน์ สิทยุชุมชน สร้างเครือข่ายต่างประเทศ เปิดเว็บไซด์ นปช.ยูเอสเอ ฯลฯ พิจารณาแล้ว จะคิดได้เองว่า เครือข่ายทักษิณดำเนินการคล้ายกับที่พรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทยเคยทำอย่างไรบ้าง
อย่างไรก็ตาม ผมเคารพในความบริสุทธิ์ของพี่น้องประชาชนเสื้อแดงที่เขาชักชวนมาชุมนุม ผมกล่าวไปถึงบรรดาผู้ที่เคยเป็นคอมมิวนิสต์ในอดีต เดี๋ยวนี้เลิกเป็นคอมมิวนิสต์เป็นคนดี ทำคุณประโยชน์ให้บ้านเมืองมากมาย แม้แต่ผู้ร่วมพัฒนาชาติไทย รัฐบาลของท่านนายกฯ อภิสิทธิ์ ได้มอบหมายให้ผมไปดูแลให้เงินชดเชยค่าเสียโอกาสในชีวิตที่ผ่านมา ผมเคารพท่านเหล่านั้น แต่ผมตำหนิบรรดาคอมมิวนิสต์หลายคนที่เข้าไปเป็นผู้บัญชาการวางแผนอยู่ในขณะนี้ ซึ่งผมรู้จัก เคยเห็น เคยพบ
กลับใจเถอะครับ อย่าทำเป็นคอมมิวนิสต์หลงโลกอยู่ต่อไปอีกเลย กลับมาเถอะ อย่าทำให้ประเทศไทยเสียโอกาสมากกว่านี้ มาช่วยกันพัฒนาบ้านเมืองในแนวทางที่ถูกต้องดีกว่า ผมหวังว่า คำพูดของผมในวันนี้ หากท่านไม่เอาไปคิดอย่างนี้ วันข้างหน้าท่านคงจะนึกได้ว่า ท่านพลาดโอกาสนี้ไปเสียแล้ว







