
หุ่นส่วนประเทศไทย
ผมเคยเห็นรายงานจากนักวิชาการหลายปีมาแล้ว แล้วก็ยังได้รับการยืนยันจากนักวิจัย จากต่างประเทศเมื่อเร็วๆ นี้ด้วยว่า
ผมเคยเห็นรายงานจากนักวิชาการหลายปีมาแล้ว แล้วก็ยังได้รับการยืนยันจากนักวิจัย จากต่างประเทศเมื่อเร็วๆ นี้ด้วยว่า
เศรษฐกิจนอกระบบของไทยมีความเข้มแข็งมาก เท่าที่พอจะสอบถามจากผู้รู้คาดว่าจะมีมูลค่าประมาณร้อยละ 30 กว่า ของ GDP ของประเทศไทย (จริงเท็จอย่างไรคงต้องสืบหากันเอาเอง) ซึ่งเป็นตัวเลขที่น่าเป็นห่วงถ้าคิดว่าเศรษฐกิจนอกระบบไม่น่าจะมีขนาดใหญ่มาก เพราะถือว่าจะนำความเสื่อมเสียมาสู่สังคมและการลงทุนในระยะยาว นอกจากนั้นผู้ประกอบกิจการเศรษฐกิจนอกระบบเป็นผู้ที่ไม่เสียภาษี แถมยังนำเงินไปฟอกในรูปแบบต่างๆ อีกด้วย ซึ่งทั้งหมดสะท้อนให้เห็นความไม่มีประสิทธิภาพในการบริหารจัดการและการบังคับใช้กฎหมายของประเทศนั้นๆ
อย่างไรก็ตาม เศรษฐกิจนอกระบบอาจจะจำแนกออกเป็น 2 ประเภท ประเภทหนึ่ง คือ การทำกิจการที่ไม่ถูกกฎหมายเอาเสียเลย เช่น บ่อนเถื่อน หวยเถื่อน การค้าประเวณี การค้ายาเสพติด การค้ามนุษย์ การฟอกเงิน การค้าของผิดกฎหมาย เช่น สัตว์ป่าหวงห้าม การตัดไม้จากพื้นที่อนุรักษ์ ฯลฯ ส่วนอีกประเภทหนึ่งก็อาจจะเป็นกิจการที่รัฐอนุญาตให้ทำแต่ไม่ยอมเสียภาษี โกงภาษี หรือไม่ยอมให้มีการประเมินภาษีโดยอ้างเหตุผลต่างๆ นานา
เอาเป็นว่าเป็นที่เข้าใจกันได้ว่าเศรษฐกิจนอกระบบทั้งสองกลุ่มมีกันอยู่ดาษดื่นในประเทศไทยที่รักของเรา และก็ดูจะขยายตัวทั้งในด้านปริมาณและกิจกรรมที่แตกลูกแตกหลานออกไปในรูปแบบต่างๆ เช่น การค้าของปลอม CD เถื่อน แหล่งบริการทางเพศในรูปต่างๆ แหล่งซ่องสุมเพื่อเสพยาเสพติดที่มีความหลากหลายมากกว่าเดิม หรือการเป็นแหล่งขนส่งสินค้าที่ต้องห้ามทั้งหลาย แหล่งมั่วสุมเพื่อเล่นเกมคอมพิวเตอร์ในรูปแบบต่างๆ การแทงฟุตบอล และกีฬาอื่นๆ ทั้งหมดนี้ผมก็เลยเชื่อว่ามูลค่าของกิจการประเภทที่มีถึงกว่าร้อยละ 30 ของ GDP ของประเทศเราจริงๆ แล้วก็ยังมองไม่เห็นว่ารัฐบาลหลายยุคหลายสมัยจะปราบปรามหรือป้องกันอย่างไร โดยเฉพาะอย่างยิ่งกิจการที่ขัดกับกฎหมาย หรือขัดต่อศีลธรรมอันดีที่อาจจะพูดได้ว่ามีการปราบปรามกันอย่างจริงจังก็คือเรื่องยาเสพติด ซึ่งรัฐบาลมีท่าทางที่จะเอาจริงตลอดมา แต่ก็นั่นแหละครับ ไม่ทราบว่าจะจัดการโดยต่อเนื่องและตลอดรอดฝั่งได้อย่างไร
มองในทางเศรษฐกิจในภาพรวมอย่างเดียวบางทีก็ต้องขอบคุณกิจการเศรษฐกิจนอกระบบเหมือนกัน เพราะว่าเป็นแหล่งสร้างรายได้ เมื่อมีรายได้ก็มีอุปสงค์มีความต้องการที่จะซื้อสินค้าและบริการ เช่น รถยนต์ ที่เห็นใช้กันดีกว่าประเทศผู้ผลิตเสียอีกหรือสินค้าแฟชั่นที่นิยมกันมากในหมู่คนไทย และในกลุ่มนี้จะมีการบริโภคมากขึ้นตามรายได้ (ที่ไม่เสียภาษี) ที่ไหลมาเทมาอย่างง่ายๆ ทำให้มีการผลิตสินค้าและบริการมากขึ้น อุตสาหกรรมก็ขยายตัวผลิตสินค้าเพื่อการบริโภคภายในประเทศมากยิ่งขึ้น มีการนำเข้าสินค้ามากขึ้น ซึ่งทำให้เศรษฐกิจภายในประเทศมีความเข้มแข็งขึ้น
นอกจากนั้นเงินรายได้ที่ได้มาจากเศรษฐกิจนอกระบบส่วนหนึ่งก็คงจะได้มีการนำไปลงทุนในตลาดทุนทั้งภายใน ภายนอกประเทศ เป็นการส่งเสริมให้ธุรกิจที่อยู่ในระบบสามารถเข้าถึงแหล่งทุนได้อย่างรวดเร็ว กว้างขวาง ทำให้ปริมาณเงินลงทุนขยายขึ้นอย่างรวดเร็ว
เรื่องความเชื่อมั่นในการลงทุนว่ากันไปแล้ว กลุ่มธุรกิจที่ถูกกฎหมายจากต่างประเทศที่จะเข้ามาลงทุนคงไม่ค่อยมองเรื่องเศรษฐกิจนอกระบบมากนัก ส่วนใหญ่เขาก็คงจะมองด้านการตลาด
ต้นทุน แหล่งวัตถุดิบ แรงงาน และที่สำคัญก็คือการควบคุมของรัฐและการบริหารงานที่โปร่งใส มีระบบระเบียบที่แน่นอน ไม่เสียภาษีซ้อน ไม่ต้องเสียภาษีเถื่อนเป็นหลัก แต่ว่าพวกที่เป็นกลุ่มธุรกิจนอกระบบจากต่างประเทศคงจะมองหาโอกาสในอีกรูปแบบหนึ่ง เมื่อประเทศไทยมีเศรษฐกิจนอกระบบที่มีมูลค่าถึงกว่าร้อยละ 30 ของ GDP กลุ่มนี้ก็คงวิเคราะห์ได้ว่ากฎหมายของประเทศไทยคงไม่ศักดิ์สิทธิ์ คนไทยคงบริโภคสินค้าโดยไม่คำนึงถึงว่าสินค้าเหล่านั้นผลิตมาโดยกรรมวิธี หรือโดยธุรกรรมที่ถูกต้องหรือไม่ ดังนั้นจึงเป็นโอกาสของเขาที่จะเข้ามาทำธุรกิจนอกระบบในประเทศไทย ดังปรากฏว่ามีทั้งพ่อค้าขายอาวุธ นักลำเลียงยาเสพติด แล้วก็นักต้มตุ๋นจากต่างประเทศมาตั้งฐานการทำธุรกิจนอกระบบในประเทศของเราอย่างกว้างขวาง เป็นการลงทุนจากต่างประเทศ (แบบไม่เข้าท่า) อีกทางหนึ่ง ไม่รวมรายได้ที่ชาวต่างประเทศเข้ามาในประเทศไทยโดยเน้นการใช้บริการทางเพศ สูบกัญชา ฯลฯ
ถ้ารัฐบาลไทยและคนไทยยังไม่ยอมหาวิธีแก้ไขอย่างใดอย่างหนึ่ง เช่น รับความจริงว่ากิจการบางประเภทเลิกไม่ได้ ควรจัดให้เป็นที่เป็นทางหรือถูกกฎหมาย เก็บภาษีเป็นรายได้ของรัฐ หรือกิจการบางประเภทจะต้องห้ามไม่ให้มีโดยเด็ดขาด ควรจะปราบปรามให้เหลือน้อยที่สุด (ไม่ต้องหมดไปหรอก) กิจการที่เป็นประเภทเศรษฐกิจนอกระบบก็คงจะยังมีอยู่และขยายออกไปด้วย
ถ้าคนไทยยังบริโภคของที่ผลิตจากกระบวนการผลิตที่ไม่ถูกกฎหมายหรือไม่ถูกต้องด้วยจริยธรรม ยังนับถือเงินเป็นพระเจ้าโดยไม่คำนึงถึงการได้มาของเงินเหล่านั้น และคนไทยไม่คำนึงว่าเศรษฐกิจนอกระบบจะมีส่วนทำให้สภาพสังคม การเมือง สิ่งแวดล้อมเสื่อมโทรมลง ถ้าคนไทยไม่ยอมเปลี่ยนพฤติกรรมให้เคารพต่อสิทธิและหน้าที่ในฐานะพลเมืองของประเทศที่อ้างตัวว่าเป็นประชาธิปไตยและยังไม่มีแนวทางที่จะเยียวยาปัญหาที่เกิดขึ้นจากเศรษฐกิจนอกระบบในเวลานี้ ผมก็คงต้องขอบใจเศรษฐกิจนอกระบบซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของกลไกที่ผลักดันเศรษฐกิจของประเทศไทยให้อยู่มาได้ไปพลางก่อน แถมยังต้องแอบอิจฉากลุ่มนี้นิดๆ ว่าคนอะไรภาษีก็ไม่ต้องเสียหรือเสียก็น้อย ซึ่งทำให้ไม่ต้องปวดหัวมาคอยดูแลว่ารัฐบาลเอาเงินภาษีไปใช้อย่างอีลุ่ยฉุยแฉกหรือเปล่า หรือมีการทุจริตคอร์รัปชันในรัฐบาลหรือวงการบริหารมากน้อยเพียงใด อย่างที่เขาถกเถียงกันอยู่ในหน้าหนังสือพิมพ์หรือในสภาให้กลุ้มใจเปล่าๆ จริงไหม?!?







