
ตร.ขอหมายจับมือปล้นทอง80บาท
ตำรวจตามสืบรู้ตัวแล้วคนร้ายเป็นใคร เผยลักษณะอ้อนแอ้นตัดผมคล้ายคนเกาหลี พบประวัติโชกโชน คาดหลบขึ้นเหนือส่งมือดีตามรวบ เชื่อได้ตัวแน่
ตำรวจตามสืบรู้ตัวแล้วคนร้ายเป็นใคร เผยลักษณะอ้อนแอ้นตัดผมคล้ายคนเกาหลี พบประวัติโชกโชน คาดหลบขึ้นเหนือส่งมือดีตามรวบ เชื่อได้ตัวแน่
เมื่อเวลา 10.30 น. พ.ต.อ.มานพ สุคนธนพัฒน์ ผกก.สน.ราษฏร์บูรณะ เปิดเผยความคืบหน้ากรณีคนร้ายบุกเดี่ยว พกปืนเข้าไปจี้ชิงทองภายในร้านทองจิรสุวรรณ ก่อนยิงลูกจ้างในร้านได้รับบาดเจ็บแล้วหลบหนีไป กระทั่งเจ้าหน้าที่พบหลักฐานต่างๆและพบสร้อยคอทองคำน้ำหนักรวม 18 บาท ที่คนร้ายนำมาทิ้งไว้ในพงหญ้าย่านจ.สมุทรปราการ ว่า ขณะนี้ฝ่ายสืบสวนได้รวบรวมพยานหลักฐาน กระทั่งทราบแล้วว่าคนร้ายคือใคร และได้ขออนุมัติหมายจับจากศาลอาญาธนบุรีเรียบร้อยแล้ว แต่ยังไม่สามารถเปิดเผยชื่อได้ เนื่องจากอยู่ระหว่างการติดตามจับกุมตัว
พ.ต.อ.มานพ กล่าวต่อว่า เบื้องต้นพบว่าคนร้ายได้หลบหนีขึ้นไปทางภาคเหนือ ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ลงพื้นที่ติดตามตัวมาดำเนินคดีแล้ว สิ่งที่ทำให้คดีมีความคืบหน้าจนรู้ตัวคนร้ายมาจากกล้องวงจรปิดเป็นหลัก และอีกส่วนมาจากการทำงานของตำรวจ ส่วนเบาะแสของประชาชนก็มีส่วนเนื่องจากก่อนที่จะพบทองคำ 18 บาท ย่านจ.สมุทรปราการ มีประชาชนโทรศัพท์เข้ามาแจ้งว่าพบบุคคลต้องสงสัยหายเข้าไปในพงหญ้าเป็นเวลานานหลายนาทีด้วยท่าทางพิรุธ ก่อนจะรีบร้อนขับรถจักรยานยนต์ออกไป ทำให้ตำรวจตามไปตรวจสอบจนพบว่าเป็นสร้อยคอทองคำที่คนร้ายชิงไปเมื่อวันที่ 27 มี.ค.ที่ผ่านมา และยังพบภาพของคนร้ายจากกล้องวงจรปิดอย่างชัดเจนอีกด้วย ส่วนสาเหตุที่คนร้ายนำทองมาซ่อน คาดว่าน่าจะต้องการเก็บไว้หากถูกติดตามตัวหรือจับกุมก็ยังมีทองบางส่วนหลงเหลืออยู่บ้าง
"สำหรับคนร้ายรายนี้เป็นชายอายุประมาณ 20 ปี มีภูมิลำเนาอยู่จังหวัดสมุทรปราการ มีลักษณะรูปร่างผอมบางอ้อนแอ้น และตัดผมคล้ายกับคนเกาหลี ซึ่งหลังจากที่รู้ว่าคนร้ายเป็นใคร เจ้าหน้าที่ได้นำกำลังไปค้นที่บ้านพักของคนร้าย และจากการตรวจสอบพบหลักฐานหลายอย่างที่เชื่อมโยงไปถึงคดีชิงทองก่อนหน้านี้ คาดว่าน่าจะเป็นคนร้ายที่เคยลงมือก่อเหตุชิงทองภายในซอยสุขสวัสดิ์ 26 เมื่อเดือนก.ค.53 แต่ทั้งนี้จะต้องตรวจสอบอย่างละเอียดอีกครั้ง นอกจากนี้ยังพบว่าเคยมีประวัติถูกจับที่สภ.พระประแดงเมื่อปี 52 ในข้อหาแข่งขันรถบนทางสาธารณะ เนื่องจากก่อนหน้านี้เคยเป็นเด็กแว๊นอยู่ในแก็งซิ่ง แต่หลังจากที่มารดาเสียชีวิตไปเมื่อปี 53 ก็มีพฤติกรรมเปลี่ยนไป ไม่สุงสิงกับใคร ชอบอยู่คนเดียว อย่างไรก็ตามในเร็ววันนี้จะสามารถจับกุมตัวคนร้ายมาดำเนินคดีได้อย่างแน่นอน" ผกก.สน.ราษฎร์บูรณะกล่าว







