
เสียงสะท้อน
น้ำท่วมภาคใต้ 8 จังหวัด จมมิดทั้งเมือง ผู้คนนับแสนตกอยู่ในความทุกข์ระทม บ้านเรือนเรือกสวนไร่นาจมหายไปกับสายน้ำกราดเกรี้ยวและดินโคลนจากภูเขาถล่ม เจ้าหน้าที่ทหารและอาสากู้ภัยระดมกำลังเข้าพื้นที่ที่ถูกตัดขาดจากโลกภายนอก ส่งทั้งเฮลิคอปเตอร์ เรือ และเดินเท้าเร่งอพยพช่วยเหลือผู้ประสบภัยออกนอกพื้นที่ ด้านน้ำใจพี่น้องชาวไทยยังคงหลั่งไหลต่อเนื่อง ท่ามกลางสถานการณ์ฟ้าฝนที่ยังคงไม่น่าไว้วางใจ
น้ำท่วมภาคใต้ 8 จังหวัด จมมิดทั้งเมือง ผู้คนนับแสนตกอยู่ในความทุกข์ระทม บ้านเรือนเรือกสวนไร่นาจมหายไปกับสายน้ำกราดเกรี้ยวและดินโคลนจากภูเขาถล่ม เจ้าหน้าที่ทหารและอาสากู้ภัยระดมกำลังเข้าพื้นที่ที่ถูกตัดขาดจากโลกภายนอก ส่งทั้งเฮลิคอปเตอร์ เรือ และเดินเท้าเร่งอพยพช่วยเหลือผู้ประสบภัยออกนอกพื้นที่ ด้านน้ำใจพี่น้องชาวไทยยังคงหลั่งไหลต่อเนื่อง ท่ามกลางสถานการณ์ฟ้าฝนที่ยังคงไม่น่าไว้วางใจ
“ตัดขาดสุราษฎร์ทั้งเมือง สะพานพัง ถนนพินาศทุกสาย” นสพ.ไทยรัฐ ฉบับวันเสาร์ที่ 2 เม.ย. พาดหัวข่าวไว้อย่างระทึกใจ
เดลินิวส์ “สะพานข้ามตาปีทรุด ใต้สังเวยแล้ว 21 สุราษฎร์ธานีเมืองคอนวิกฤติ ต้องใช้ ฮ.ส่งอาหารประทังชีวิต”
“ตาปีทะลัก ตัดขาดสุราษฎร์” เป็นของ ข่าวสด
ความคืบหน้าสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่ 8 จังหวัดภาคใต้ ประกอบด้วย สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช พัทลุง กระบี่ ตรัง พังงา ชุมพร และสงขลา ยังคงวิกฤต หลังดินโคลนถล่ม น้ำป่าไหลเชี่ยวพัดกวาดบ้านเรือน ถนน สะพาน พื้นที่การเกษตรเสียหายเป็นวงกว้าง มีผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตจำนวนมาก
พื้นที่ 19 อำเภอของ จ.สุราษฎร์ธานี ฝนยังคงตกมาไม่หยุด โดยเฉพาะ 5 อำเภออยู่ในขั้นวิกฤต ต้องเร่งอพยพชาวบ้านจำนวนหลายร้อยครัวเรือนออกจากพื้นที่เสี่ยงภัย เช่น อ.ชัยบุรี อ.พระแสง อ.บ้านนาเดิม อ.เคียนซา และ อ.พุนพิน เช่นเดียวกับ จ.นครศรีธรรมราช โดยเฉพาะ ต.ทอนหงส์ อ.พรหมคีรี ต.ทุ่งปรัง ต.เสาเภา อ.สิชล ต.นบพิตำ ต.กรุงชิง อ.นบพิตำ ทั้งตำบลกว่า 9,000 คน ไม่สามารถออกนอกพื้นที่ได้ ทั้งยังขาดแคลนน้ำดื่มและอาหารมาหลายวันแล้ว
ล่าสุด สะพานใหญ่ข้ามแม่น้ำตาปี ความยาว 220 เมตร ถนนเซาเทิร์นซีบอร์ด (กระบี่กาญจนดิษฐ์) ที่ จ.สุราษฎร์ธานี เกิดเหตุน้ำซัดตอม่อกลางสะพานทรุดขาดลงแล้ว







