
นักลงทุนต่างชาติมั่นใจหลังพท.แสดงวิสัยทัศน์
คณะทำงานเศรษฐกิจพรรคเพื่อไทย เผยนักลงทุนต่างชาติคลายความกังวลด้านเศรษฐกิจมากขึ้น หลังเพื่อไทยแสดงวิสัยทัศน์
คณะทำงานเศรษฐกิจพรรคเพื่อไทย เผยนักลงทุนต่างชาติคลายความกังวลด้านเศรษฐกิจมากขึ้น หลังเพื่อไทยแสดงวิสัยทัศน์
นายพิชัย นริพทะพันธุ์ อดีต รมช. คลัง ในฐานะคณะทำงานเศรษฐกิจพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า หลังจากที่ตลาดหลักทรัพย์ได้เชิญตัวแทนจากพรรคเพื่อไทยเข้าร่วมสัมมนาในงานไทยแลนด์โฟกัสเพื่อแสดงวิสัยทัศน์ทางการเมืองและเศรษฐกิจหลังการเลือกตั้ง ซึ่งเป็นปัจจัยที่นักลงทุนต่างชาติกังวล ในวันอังคารที่ผ่านมา ซึ่งได้รับความสนใจจากนักลงทุนต่างประเทศอย่างมาก โดยหลังจากที่นักลงทุนต่างประเทศได้ฟังแนวทางของพรรคเพื่อไทยก็เกิดความมั่นใจและลดความกังวลไปได้ เพราะเมื่อพรรคเพื่อไทยชนะการเลือกตั้ง เศรษฐกิจของประเทศไทยจะดีขึ้นแน่ เพราะจะเน้นการขยายตัวสูงถึงอย่างต่ำปีละ 5% นอกจากนี้ยังจะเสนอแนวทางการแก้ไขเพื่อสร้างความสามารถแข่งขันอย่างเป็นรูปธรรมใน 8 ด้าน คือ
1) เรื่องระบบขนส่ง และ การใช้สถานที่ตั้งของประเทศไทยให้เป็นศูนย์กลางการผลิต การขนส่ง การให้บริการของภูมิภาคนี้ (Geographic Hub) 2)การจัดโครงสร้างการใช้พลังงานและการจัดหาในอนาคต 3)การฟื้นฟูสัมพันธ์กับต่างประเทศโดยเฉพาะกับเพื่อนบ้านเพื่อประโยชน์ร่วมกัน 4)การปรับโครงสร้างการเกษตรและการจัดการน้ำ 5)การปรับการศึกษาให้เข้ากับอนาคตของประเทศ 6)การพัฒนาเทคโนโลยี และ 7)การส่งเสริมการท่องเที่ยวและการรักษาพยาบาล 8) ร่วมกับแบงค์ชาติในการกำหนดอัตราแลกเปลี่ยนและอัตราดอกเบี้ยเพื่อรักษาระดับการเจริญเติบโต โดยได้มีการแจกเอกสารแนวความคิดอย่างชัดเจนทั้งด้านเศรษฐกิจและการเมือง ซึ่งทำให้นักลงทุนต่างประเทศเห็นว่าถ้าหากเป็นไปตามผลสำรวจที่พรรคเพื่อไทยจะชนะการเลือกตั้งและได้เป็นรัฐบาล ประเทศไทยจะมีเศรษฐกิจที่ดีกว่านี้มาก พร้อมทั้งมีการเสนอข่าวที่พรรคเพื่อไทยจะชนะการเลือกตั้งในสื่อต่างๆทั้งในและต่างประเทศ จึงทำให้นักลงทุนต่างประเทศได้เข้าซื้อหุ้นไทยเป็นจำนวนมากนับตั้งวันที่พรรคเพื่อไทยแสดงวิสัยทัศน์ โดยมียอดซื้อสุทธิตั้งแต่วันพุธ-วันศุกร์รวมสามวันกว่า หนึ่งหมื่นแปดพันล้านบาท ดัชนีเพิ่มขึ้นกว่า 28 จุด โดยทำสถิติใหม่สูงสุดในรอบ 15 ปี แสดงให้เห็นความมั่นใจของนักลงทุนต่างประเทศ ทั้งนี้ ปัญหาในระยะสั้นที่จะกระทบเศรษฐกิจ คือปัญหาน้ำท่วมในภาคใต้ จึงอยากขอให้รัฐบาลได้แก้ไขปัญหาน้ำท่วมให้กับพี่น้องประชาชนที่เดือดร้อนอย่างเร่งด่วน เพราะการดำเนินงานมักล่าช้าเสมอ น่าจะได้รับบทเรียนจากการทำงานล่าช้าในการดำเนินการแก้ไขปัญหาน้ำท่วมเมื่อคราวที่แล้ว แต่ก็ไม่เห็นปรับปรุงประสิทธิภาพการบริหารจัดการแต่อย่างไร







